Category Archives: ไลฟ์สไตล์

แชร์ทริค! เลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

แชร์ทริค! เลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

“ฝักบัวอาบน้ำ” องค์ประกอบสำคัญสำหรับห้องน้ำที่ขาดไม่ได้ แต่เวลาเลือกซื้อหลายคนมักจะเลือกแบบไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนักเพราะคิดว่าแบบไหนก็ใช้ได้เหมือน ๆ กัน แต่ใครจะรู้บ้างว่าการเลือกฝักบัวให้เหมาะกับการใช้งาน และได้ประสิทธิภาพนั้นย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ บทความนี้จะพาทุกคนไปดูเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยให้คุณได้ฝักบัวอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดน้ำแถมคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่งเทคนิคที่ว่าจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

ประเภทของฝักบัว

ก่อนจะเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เราก็ต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าฝักบัวแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ข้อดี-ข้อเสียเป็นอย่างไรบ้าง

ฝักบัวอาบน้ำชนิดนี้ ตัวด้ามของฝักบัวจะถูกติดตั้งติดกับผนังของห้องน้ำโดยต่อเข้ากับท่อประปาโดยตรง ไม่สามารถหยิบออกมาถือได้ ข้อดีก็คือได้องศาการไหลของน้ำที่สม่ำเสมอ น้ำแรงมากกว่าฝักบัวถืออาบทั่วไป และไม่ต้องห่วงเรื่องสายสายระโยงระยางที่ดูรกตา ข้อเสียก็คือ หากองศาที่ติดตั้งไว้ไม่เหมาะกับเราเราอาจจะไม่สามารถปรับองศาของฝักบัวไปตามที่ต้องการได้ หรืออาจจะปรับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฝักบัวอาบน้ำชนิดนี้ไม่ว่าใครก็คงรู้จัก เพราะนิยมติดตั้งในบ้านมากที่สุด มีสายฝักบัวทำให้สามารถถือฝักบัวอาบได้ตามจุดที่ต้องการ ข้อดีก็คือติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย และที่หลายคนติดใจก็คือใช้งานได้อย่างอิสระ ข้อเสียก็คือฝักบัวประเภทนี้มีขายตามท้องตลาดเยอะมาก จึงมีหลายเกรดหลายราคา มีทั้งมีคุณภาพสูง และคุณภาพต่ำ ดังนั้นควรเลือกให้ดี

ฝักบัวอาบน้ำแบบนี้อาจไม่ค่อยเห็นใช้กันแพร่หลายเท่าไรนัก มีลักษณะเป็นฝักบัวที่ติดตั้งกับผนังในระดับความสูงที่พอดีกับร่างกาย มักติดหลายอันเพื่อให้น้ำกระจายเข้าหาตัวได้แบบทั่วทิศทาง ข้อดีก็คือ เราจะได้ประสบการณ์อาบน้ำที่แปลกใหม่ ไม่ต้องใช้มือจับฝักบัว ก็อาบน้ำได้สะอาดแบบทุกซอกทุกมุม ขณะที่ข้อเสียก็คือ ฝักบัวแบบนี้จะใช้ปริมาณน้ำที่เยอะ อาจทำให้เปลืองน้ำได้

ฝักบัวเพดานจะคล้ายกับฝักบัวอาบน้ำชนิดก้านแข็ง แต่ต่างกันตรงที่ด้ามของฝักบัวจะถูกติดอยู่บนเพดาน และหน้าของฝักบัวจะอยู่เหนือหัวของเรา ข้อดีของฝักบัวชนิดนี้คือ หน้าฝักบัวใหญ่ และกระแสน้ำจะไหลลงมาในแนวดิ่ง ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเหมือนกำลังอาบสายฝน แต่ข้อเสียก็คงไม่เหมาะกับวันที่เร่งรีบ อย่างเช่นวันที่ไม่ได้ต้องการจะให้ศีรษะเปียกน้ำ

เลือกซื้อฝักบัวทั้งที ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

เลือกซื้อฝักบัวทั้งที ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

 

ในเมื่อทำความรู้จักฝักบัวแต่ละประเภทกันไปแล้ว หลายคนคงพอจะรู้กันแล้วว่าตัวเองเหมาะกับฝักบัวแบบไหนบ้าง และเพื่อให้เราได้ฝักบัวอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราควรพิจารณาตามข้อต่อไปนี้ก่อนการตัดสินใจซื้อด้วย

ฝักบัวตามท้องตลาดที่เราเห็นกันอยู่นั้น นอกจากจะมีหลายประเภทแล้ว ยังมีวัสดุที่หลากหลาย ทำให้มีราคาให้เราเลือกซื้อตามความเหมาะสมได้พอสมควร แต่ข้อนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึกถึงมากที่สุด เพราะหากเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำที่ถูกเกินไป เราอาจได้วัสดุที่ไม่คงทน ใช้ไม่นานก็พัง หรืออาจเกิดอันตรายได้ วัสดุของฝักบัวที่เราเห็นขายกันอยู่ แบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • สแตนเลส : นับว่าเป็นวัสดุที่มีความทนทานมาก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ข้อดีคือให้ความรู้สึกดูดี มีราคา แต่ก็มาพร้อมน้ำหนักที่มากกว่า
  • ทองเหลือง : แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าให้ความรู้สึกที่สวยหรู และที่สำคัญคือทนทานมาก ไม่เป็นสนิมได้ง่าย แต่ก็อย่าลืมว่าพื้นผิวของทองเหลือง เมื่อนานวันเข้าก็สามารถหลุดลอกออกได้
  • พลาสติก : ข้อดีคือราคาถูก น้ำหนักเบา หาซื้อได้ง่าย แต่ข้อเสียก็คือมีความคงทนน้อยกว่าแบบอื่น และผิววัสดุดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก

ห้องน้ำของเรามีสไตล์เป็นแบบไหน ก็ควรเลือกฝักบัวอาบน้ำที่มีดีไซน์ให้เข้ากัน เช่น หากห้องน้ำเป็นสไตล์มินิมอล อาจเลือกสีและดีไซน์ของฝักบัวที่เรียบ ๆ เช่น สีเงิน สีดำ หรือเลือกแบบที่ไม่มีสายระโยงระยางมากนัก ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นอาจเลือกหัวฝักบัวดีไซน์สี่เหลี่ยม เป็นต้น

เรื่องแรงดันน้ำก็สำคัญ เพราะเราจะอาบน้ำได้สะอาดหรือไม่ ก็อยู่ที่ฝักบัวนี่แหละ บางบ้านก็เจอสายน้ำไหลออกมาเบา หรือแรงดันน้ำไหลออกมาไม่สม่ำเสมอกัน ทำให้บังคับทิศทางเวลาอาบได้ยาก ดังนั้นเราควรดูด้วยว่า ฝักบัวอาบน้ำที่ซื้อมานั้นให้แรงดันน้ำมากแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรไหลแรงเกินจนน้ำทำร้ายผิว อย่างเช่น KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีน นับว่าตอบโจทย์มาก ๆ

  • เทคโนโลยี Atomist™ ทำให้สายน้ำไหลแรง ชุ่มฉ่ำ แต่ยังช่วยประหยัดน้ำ อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่ดีในการอาบน้ำ
  • มั่นใจคุณภาพน้ำด้วยเทคโนโลยี Water-Pure Filter™ ที่ช่วยกรองสารคลอรีนตกค้างคงเหลือในน้ำประปา ลดความเสี่ยงอาการผิวแพ้ ผิวแห้ง ผมเสีย และลดการทำร้ายเกราะป้องกันผิว
  • ดีไซน์เรียบง่าย มินิมอล ทันสมัย ยกระดับความสวยงามของห้องน้ำ
  • การันตีด้วยสองรางวัล Japan Good Design Award 2022 และ รางวัล iF Design Award 2023
  • สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายเพียงหมุนหน้าฝักบัวด้วยมือ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าฝักบัวอาบน้ำเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา มีตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน ทางที่ดีเราควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตประจำวันของเรา และความคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด หากใครที่ชื่นชอบการอาบน้ำอย่างผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกที่มากกว่าแค่ฝักบัว ก็อาจเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำแบบติดตั้งกับเพดาน แต่จะมีราคาที่สูงมาก หรือใครมีงบประหยัด ก็อาจเลือกฝักบัวแบบถืออาบก็เพียงพอแล้ว เพราะราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงพัน อีกทั้งยังมีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

หากเป็นครอบครัวใหญ่ การออกแบบพื้นที่อาบน้ำให้ใช้ได้ทั้งครอบครัวนับเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานฝักบัวอาบน้ำได้อย่างปลอดภัยคือที่แขวนฝักบัว อาจเลือกแบบที่สามารถปรับระดับได้ตามความสูงของผู้ใช้ และสามารถปรับตัวฝักบัวได้แบบ 360 องศา

ข้อนี้ก็นับว่าสำคัญในการเลือกฝักบัวอาบน้ำ เพราะหากเลือกฝักบัวที่มีราคาคุ้มค่ามาแล้ว แต่ไม่มีประสิทธิภาพช่วยประหยัดน้ำ เราคงต้องเสียเงินไปจ่ายค่าน้ำแพง ๆ แน่ ทางที่ดีเราควรเลือกฝักบัวที่ให้น้ำไหลออกมาไม่เกิน 9 ลิตรต่อ 1 นาที ที่แรงดันน้ำ 1 บาร์ อย่าง KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีนนี้ แม้จะให้สายน้ำที่ไหลแรง แต่ก็ช่วยประหยัดน้ำได้ดีมาก โดยให้น้ำไหลที่ 6.1 ลิตรต่อ 1 นาทีเลยทีเดียว

เพียงเท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้หลักการและไอเดียในการเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำกันแล้ว เราควรเลือกฝักบัวอาบน้ำที่ตอบโจทย์กับเรามากที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรคำนึงถึงวัสดุที่แข็งแรงเพื่อให้ใช้งานได้ไปยาว ๆ ที่สำคัญเลยคือต้องตอบโจทย์การอาบน้ำ สายน้ำควรไหลแรง แต่ก็อ่อนโยน และช่วยประหยัดน้ำด้วย

4 เทคนิคขจัดปัญหาเชื้อราในห้องน้ำที่คอยกวนใจ

4 เทคนิคขจัดปัญหาเชื้อราในห้องน้ำที่คอยกวนใจ

เชื่อว่าแม่บ้าน พ่อบ้านหลายคนคงจะต้องปวดหัวกับปัญหาเชื้อราในห้องน้ำเวลาต้องทำความสะอาดห้องน้ำกันอยู่บ่อยครั้ง แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นของที่มาคู่กัน แม้ว่าเราอาจจะป้องกันไม่ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถขจัดมันออกไป รวมถึงลดการเกิดเชื้อราในห้องน้ำ ทำให้กลับมาสะอาดและน่าใช้ขึ้นอีกครั้ง ใครอยากรู้ ติดตามอ่านบทความนี้ให้ดี เรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากกัน

สาเหตุและบริเวณที่เชื้อราเจริญเติบโตในห้องน้ำ

คิดว่าหลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ที่ไหนมีความชื้นและสกปรกมาก ๆ ที่นั่นย่อมมีเชื้อราเจริญเติบโต โดยเฉพาะเชื้อราในห้องน้ำ เพราะเป็นบริเวณที่เราต้องใช้น้ำในการชำระล้างร่างกาย หรือทำธุระส่วนตัวเป็นประจำ บางครั้งก็มีน้ำขัง ไหนจะคราบสบู่ คราบแชมพูต่าง ๆ ที่หมักหมมกัน จึงก่อให้เกิดเชื้อราในห้องน้ำขึ้นมา ซึ่งเชื้อราที่ว่าจะมีลักษณะเป็นสีดำ หากปล่อยไว้นานวันเข้าจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ อาการระคายเคืองที่ดวงตาหรือจมูก รวมถึงอาการตาแดง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น ทั้งนี้อาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำทำให้เสื่อมสภาพไวอีกด้วย ซึ่งเชื้อราในห้องน้ำสามารถพบได้บ่อย ๆ ในบริเวณดังต่อไปนี้

  • พื้นหรือผนังห้องน้ำ : เพราะเป็นบริเวณที่ต้องเปียกอยู่ตลอดเวลา และอาจมีน้ำขัง จนเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา หากปล่อยเอาไว้นานวันเข้า อาจทำให้ยาแนวระหว่างกระเบื้องเสื่อมสภาพเร็วจนต้องเสียเงินเปลี่ยนกันยกใหญ่
  • ฝักบัวและอ่างอาบน้ำ : ฝักบัวเป็นบริเวณที่ต้องมีน้ำไหลผ่านตลอด ลองคิดดูว่าหากเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นโดยที่อาบน้ำในทุก ๆ วัน สิ่งสกปรกจะสัมผัสกับร่างกายของเรามากแค่ไหน ไหนจะยิ่งทำให้ฝักบัวเสื่อมสภาพเร็วอีก อีกจุดหนึ่งก็คือบริเวณอ่างอาบน้ำที่อาจมีน้ำขัง ยิ่งเป็นห้องน้ำที่มีความชื้นมาก จุดนี้ก็นับเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี
  • สุขภัณฑ์ : บริเวณนี้ก็จำเป็นต้องสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา ยิ่งต้องมาเจอกับสิ่งสกปรกเวลาที่เราทำธุระส่วนตัวอีก ทั้งเชื้อรา และเชื้อโรคก็ยิ่งแพร่กระจายเข้าไปใหญ่ หนำซ้ำ หากปล่อยหมักหมมไว้นาน ๆ ยังเป็นการทำลายความสวยงามและประสิทธิภาพของสุขภัณฑ์ลงได้

รวม 4 เทคนิคขจัดเชื้อราในห้องน้ำ

รวม 4 เทคนิคขจัดเชื้อราในห้องน้ำ

 

การทำความสะอาดเชื้อราตั้งแต่เนิ่น ๆ นับเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดการหมักหมมเป็นเชื้อโรคแล้ว ยังทำความสะอาดได้ง่ายกว่าปล่อยให้เป็นคราบฝังแน่น คราวนี้เรามาดูเทคนิคในการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำกันบ้างดีกว่า อุปกรณ์ก็ไม่ใช่ของอื่นของไกล เป็นของที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้านเราทั้งนั้น

วิธีนี้เหมาะสำหรับคราบเชื้อราที่เพิ่งเกิด หรือยังไม่ขยายเป็นบริเวณกว้าง วิธีการคือ ใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่มีเชื้อราออก

น้ำส้มสายชูนับเป็นอุปกรณ์ครอบจักรวาลในงานบ้าน วิธีในการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำก็ง่าย ๆ แนะนำให้นำน้ำส้มสายชูมาฉีดพ่นสเปรย์ลงบริเวณที่มีเชื้อรา ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก

วิธีกำจัดเชื้อราในห้องน้ำด้วยเบกกิ้งโซดาทำได้ง่าย ๆ โดยนำไปผสมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วเขย่าจนละลายไปกับน้ำ และฉีดพ่นบริเวณที่มีเชื้อราทิ้งไว้ ไม่ต้องล้างออก

นำผงซักฟอกไปละลายกับน้ำอุ่น จากนั้นใช้ผ้าชุบแล้วนำไปเช็ดบริเวณที่มีเชื้อรา

วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

 

วิธีที่จะลดหรือป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ ก็คือเราต้องหมั่นสังเกตและทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายไป นอกจากนั้นก็ควรหาทางลดความชื้นในห้องน้ำให้ได้มากที่สุด วิธีการก็ง่าย ๆ ดังนี้

พัดลมดูดอากาศจะช่วยขจัดความชื้นออกไปได้ เราควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการเกิดเชื้อราในห้องน้ำ ทั้งนี้ควรเลือกให้มีขนาดที่พอดีกับขนาดห้อง โดยเลือกจากความสามารถในการระบายอากาศที่มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (CMH) หรือ ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM) หลังจากใช้ห้องน้ำเสร็จแล้ว แนะนำให้เปิดพัดลมดูดอากาศเอาไว้สักพักประมาณครึ่งชั่วโมง ที่สำคัญเมื่อติดตั้งและใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมดูแลเรื่องความสะอาดของพัดลมกันด้วย

สิ่งที่ตามมาหลังจากเราใช้งานสุขภัณฑ์หรืออุปกรณ์อาบน้ำไปสักพัก ก็คืออาจมีจุดน้ำรั่วเกิดขึ้น แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เกิดความชื้น จนกลายเป็นเชื้อราในห้องน้ำได้ ดังนั้นเมื่อเจอจุดรั่ว ก็ควรรีบซ่อมทันที

น้ำที่เกาะอยู่ตามอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ ก็นับเป็นแหล่งสะสมความชื้นจนเพาะเชื้อราในห้องน้ำขึ้นมาได้ ทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำเสร็จ เราควรเช็ดหรือเป่าอุปกรณ์เหล่านี้ให้แห้งอยู่เสมอ แม้จะดูเป็นวิธีที่ยุ่งยากสักหน่อย แต่การทำแบบนี้ เราจะไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดบ่อย ๆ และไม่ต้องเหนื่อยมาขัดถูเชื้อราที่จะเกาะฝังแน่น

อุปกรณ์ในการทำความสะอาดน้ำที่เกาะอยู่ตามกำแพงหรือกระจกที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ ก็คือไม้รีดน้ำ การใช้ไม้รีดน้ำเช็ดน้ำออกหลังใช้ห้องน้ำอยู่เสมอ ช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ถึง 3 ใน 4 เลยทีเดียว

หากเป็นห้องน้ำใหญ่ และมีความชื้นสูงมาก อาจใช้วิธีเปิดหน้าต่างเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท และมีแสงแดดสาดส่องเข้ามาช่วยลดความชื้นลงไป เท่านี้เราก็ไม่ต้องอยู่กับห้องน้ำที่เปียกชื้น และเชื้อราก็จะไม่ถามหา

และอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดเชื้อราในห้องน้ำได้ในระยะยาวก็คือ การตัดอุปกรณ์ที่จะทำให้เกิดน้ำรั่วออกไป อย่างเช่นสายฉีดชำระโดยเปลี่ยนเป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติแทน อย่าง KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสะอาด สะดวกสบาย และความปลอดภัยโดยเฉพาะ

  • มาพร้อมระบบอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกสบาย ได้ทั้งความสวยงาม และหมดห่วงเรื่องน้ำรั่วซึมจากสายฉีดชำระ เพราะมีทั้งระบบปล่อยน้ำทำความสะอาดอัตโนมัติ ก้านฉีดชำระอัตโนมัติในตัวสามารถปรับความแรงของน้ำได้ 5 ระดับ และอุณหภูมิ 6 ระดับ รวมถึงยังปรับตำแหน่งทำความสะอาดได้อีก 5 ระดับ นอกจากนี้ยังมีโหมดให้เลือกใช้งาน นั่นคือ โหมดทำความสะอาดปกติ หรือโหมดทำความสะอาดพร้อมนวดผ่อนคลาย
  • หัวฉีดชำระและที่นั่งทำจากวัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียหรือเชื้อโรคได้มากถึง 99.9% ลดความถี่ที่ต้องใช้น้ำในการทำความสะอาด
  • มีอุปกรณ์ทำให้แห้ง (Drying Device) มีระบบเป่าลมร้อน
  • มีระบบประหยัดน้ำ ช่วยให้เราควบคุมปริมาณการใช้น้ำในการชำระล้าง หรือทำความสะอาดได้
  • มีรีโมทควบคุมที่ระยะ 5 เมตร รองรับกับทุกขนาดของห้องน้ำ

ปัญหาเชื้อราในห้องน้ำแก้ได้ง่าย ๆ หากเรารู้จักรักษาความสะอาดในห้องน้ำให้ปลอดความชื้น ไม่หมักหมมสิ่งสกปรก หากมีเชื้อราเกิดขึ้นก็ควรหาทางทำความสะอาดในทันที หมั่นตรวจสอบดูจุดรั่วซึมของน้ำ หรือแก้ปัญหาได้โดยใช้สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชันทำความสะอาดในตัว เท่านี้ ห้องน้ำของเราก็จะดูสวยงาม น่าใช้งาน ปัญหาเชื้อราก็ไม่ถามหาแล้ว

รู้จัก ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ สุขภัณฑ์แห่งอนาคตตอบโจทย์กับทุกบ้าน

รู้จัก ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ สุขภัณฑ์แห่งอนาคตตอบโจทย์กับทุกบ้าน

บอกลาปัญหาลืมปิดน้ำจนบิลพุ่งหรือสร้างหายนะจนน้ำท่วมบ้าน ด้วย ‘ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์’ สุขภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับทุกบ้าน !

แต่ก่อนจะเลือกซื้อก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มาติดที่ห้องน้ำของตัวเองนั้น มีรายละเอียดมากมายที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจในสุขภัณฑ์แห่งอนาคตตัวนี้เสียก่อน ในบทความนี้เราจะพูดถึงก๊อกน้ำเซ็นเซอร์อย่างละเอียดให้ฟังกัน

​​ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์คืออะไร

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ คือก๊อกน้ำที่ใช้การเปิดและปิดน้ำอัตโนมัติด้วยเซ็นเซอร์อินฟาเรด แทนวาล์วอนาล็อกแบบที่เราคุ้นเคยกัน เมื่อต้องการใช้งาน เพียงยื่นมือเข้าไปในรัศมีให้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของวัตถุที่อยู่ตรงบริเวณปลายของก๊อก (โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 มิลลิเมตร เรียกว่าเป็น Detection Zone) น้ำก็จะไหลออกมาทันที และจะปิดเองเมื่อไร้วัตถุใด ๆ อยู่ตรงนั้น

ทำความรู้จักแหล่งพลังงานของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ทำงานโดยอาศัยไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงาน โดยจะมีแหล่งจ่ายไฟให้เลือกหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน

1. ระบบแบตเตอรี่ : แหล่งพลังงานที่หลาย ๆ บ้านนิยมใช้ เพราะการทำงานที่ยอดเยี่ยม ถึงขนาดว่าแม้ไฟฟ้าในบ้านจะดับแต่ตัวก๊อกน้ำก็ยังจะทำงานได้อยู่ แถมไม่มีปัญหาเสี่ยง ๆ อย่างการโดนไฟดูดแน่นอน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นแบตเตอรี่เมื่อใช้นาน ๆ ก็มีเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

2. ระบบไฟฟ้า : ถือเป็นระบบที่ง่าย สะดวกสบายมาก เพียงเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้าน และติดตั้งครั้งเดียวก็ไม่ต้องมาเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรอีกเลย ทว่าก็มาพร้อมความเสี่ยงถ้าหากเราติดตั้งระบบสายไฟได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เกิดการรั่วช็อตได้ เพราะฉะนั้นการเดินระบบและเลือกตำแหน่งของปลั๊กเป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

3. ระบบสร้างพลังงานในตัวเอง : แหล่งพลังงานสุดประหยัด ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากการไหลเวียนของน้ำตอนเราใช้ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ถือเป็นระบบที่ดี ถึงแม้จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงหน่อยก็ตาม แต่หักลบค่าไฟที่ถูกกว่าก็ถือว่าคุ้มค่า

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มีอะไรบ้าง

 

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ก็มีให้เลือกเหมือนกับก๊อกน้ำแบบปกติเลย สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงคือ เราต้องการเอาอ่างล้างหน้าไว้ตรงไหน ?

  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดผนัง : การติดตั้งแบบนี้จะช่วยให้เราประหยัดพื้นที่ตรงส่วนของโซนล้างหน้าไปได้เยอะมาก ๆ เพราะว่าก๊อกน้ำเซ็นเซอร์จะลอยอยู่เหนืออ่างเลย แต่ปัญหาก็คือเมื่อไหร่ที่ก๊อกน้ำมีปัญหา นั่นหมายความว่าเราก็ต้องให้ช่างมารื้อเอาก๊อกออกจากผนังเพื่อตรวจสอบ เป็นงานใหญ่เหมือนกัน
  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดเคาน์เตอร์ : เป็นการติดตั้งก๊อกน้ำแบบสุดโมเดิร์นคือ ติดก๊อกอยู่บนเคาน์เตอร์ตรงที่มีแอ่งน้ำอยู่ด้านบน ให้การดีไซน์ที่แปลกตาออกไป สำหรับก๊อกน้ำประเภทนี้มีข้อดีอยู่ตรงที่เป็นก๊อกน้ำที่เหมาะสมกับอ่างล่างหน้าทั้งแบบวางและแบบฝังติดเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นการโชวดีไซน์ให้ห้องน้ำสวยงาม ข้อควรระวังคือก่อนติดตั้งจะต้องเผื่อพื้นที่ของเคาน์เตอร์ให้ดีก่อน เพราะทั้งก๊อกและอ่างต่างใช้พื้นที่ส่วนนี้ร่วมกัน และระวังเรื่องความสูงของก๊อกน้ำที่พอดี ไม่อย่างนั้นจะเกิดข้อเสียน้ำกระเซ็นอย่างไม่เหมาะสมตอนเปิดใช้งาน
  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดอ่างล้างหน้า : เป็น Normal Style ของก๊อกน้ำล้างหน้าทั่วไป ที่ใช้งานได้สะดวกที่สุดเพราะว่าตัวก๊อกอยู่ติดอยู่กับอ่างล้างหน้าเลย ทั้งติดตั้งง่าย และการบำรุงรักษาก็ง่ายอีก สำหรับข้อเสียของก๊อกน้ำประเภทนี้อาจเกิดจากการพฤติกรรมในการใช้งานของแต่ละบุคคล หากคุณเป็นคนที่ชอบก้มหน้าลงอ่างแบบลึก ๆ เพื่อล้างหน้าหรือบ้วนปาก ด้วยตำแหน่งของก๊อกน้ำประเภทนี้ที่ส่วนยื่นของก๊อกอยู่ใกล้กับอ่างล้างหน้าค่อนข้างมาก อาจทำให้เกิดอันตรายจากการกระแทกเข้ากับศีรษะหรือใบหน้าได้

ประโยชน์ดี ๆ ของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

ประโยชน์ดี ๆ ของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

 

เป็นนวัตกรรมสุขภัณฑ์แห่งอนาคตทั้งที ก็เรียกว่าถูกพัฒนาจนมีข้อดีเยอะแยะไปหมด ตั้งแต่ประหยัดน้ำจนไปจนถึงสุขภัณฑ์ตกแต่งให้ห้องน้ำน่าใช้ขึ้นไปอีกระดับ

หมดกังวลกับปัญหาการหมุนวาล์วไม่ถูก หรือกำลังหมุนที่ไม่มากพอจนน้ำไม่ไหลออกมา เพราะก๊อกแบบเซ็นเซอร์ใช้วิธีเปิด-ปิดน้ำแบบสากลเดียวกัน เพียงยื่นมือเข้าหาเซ็นเซอร์อินฟาเรดของก๊อก แล้วเอามือออกเมื่อใช้งานเสร็จ จบ

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ไม่มีวาล์วเปิด-ปิดน้ำที่คนในบ้านต้องใช้จับผ่านมือร่วมกันตลอด จึงทำให้ขจัดปัญหาการส่งต่อเชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ สร้างสุขอนามัยที่ดีกว่ามาก ๆ เลยทีเดียว

เข้าใจว่าทุกคนจะมีวันเบลอ ๆ จากการทำหลายสิ่งหลายอย่างจนเผลอเปิดก๊อกน้ำแล้วลืมปิด ! เช็กบิลค่าน้ำปลายเดือนทีลมแทบจับ ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์จะเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ในจุดนั้นแบบ 100% ทั้งยังช่วยให้ประหยัดค่าน้ำขึ้นไปอีกขั้นด้วยการจ่ายปริมาณที่พอดีในแต่ละครั้งอีกด้วย

นอกจากจะติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ก็ดูแลรักษาง่ายกว่าก๊อกปกติทั่วไป ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ หากอยากให้ก๊อกดูใหม่ เพียงแค่ใช้ผ้านุ่ม ๆ หมั่นเช็ดเบา ๆ อยู่เสมอ และพยายามอย่าให้สัมผัสกับของเหลวที่มีความเป็นกรดเท่านั้นก็พอ

ขึ้นชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำแห่งอนาคต ทำให้ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มาด้วยรูปทรงเก๋ ๆ ไม่ต่างกับเป็นของแต่งห้องน้ำชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้งานได้จริง แค่ไม่มีส่วนที่เป็นวาล์วน้ำยื่นออกมาก็เรียกว่าโมเดิร์นมาก ๆ แล้ว

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ไม่ได้แค่ตอบโจทย์กับการใช้งานของผู้คนในยุคนี้ที่ต้องระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ แต่ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ช่วยให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้นมากจริง ๆ เพราะฉะนั้นหากใครก็ตามที่กำลังเลอยู่ว่าจะซื้อก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ตัวไหนดี ลองดู ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ของ KUDOS กันดีกว่า 

KUDOS ก็อกน้ำเซ็นเซอร์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ด้วยพลังงานธรรมชาติ ก๊อกน้ำที่ติดตั้งง่ายไม่ต้องเดินสายไฟกับคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก เพราะก๊อกน้ำตัวนี้สร้างกระแสไฟฟ้าด้วยตัวเองผ่านพลังงานของน้ำ มาพร้อมด้วยเซ็นเซอร์เปิด-ปิดน้ำอัตโนมัติจากพลังงานธรรมชาติที่เรียกว่า New Energy Resources Integrate Sensor Tap ซึ่งได้มาตรฐานระดับสากลด้วยการทดสอบจากแล็บที่ประเทศสิงคโปร์ เรียกว่าเป็นทางเลือกของสายประหยัด

1. ประหยัดน้ำ-ด้วยอัตราการปล่อยน้ำ (Flow Rate) ที่ 1.8 ลิตร/นาที

2. ประหยัดไฟ-เพราะไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ และแน่นอนว่านี่คือก๊อกน้ำของคนที่ต้องการติดตั้งทีเดียวแล้วใช้งานคงทนยาว ๆ เพราะก๊อกน้ำของ KUDOS ตัวนี้สามารถใช้ได้ยาวนานกว่า 500,000 ครั้ง⁣เลยทีเดียว 

หากมีก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ของ KUDOS ติดบ้านไว้ล่ะก็ การใช้ชีวิตจะสะดวกสบายและง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

6 วิธีแก้ไขปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

6 วิธีแก้ไขปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

หนึ่งในปัญหาโลกแตกของห้องน้ำทุกบ้านคือปัญหา ‘ส้วมตัน’ ฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งนี้ได้ถ้าหากรู้ว่าระบบสุขภัณฑ์ของเราทำงานอย่างไร แถมเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถวิเคราะห์และหาสาเหตุเบื้องต้นด้วยตัวเอง พร้อมแก้ให้ถูกจุดได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดส้วมตัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดส้วมตัน

ปัญหายอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่มักทำให้ส้วมที่บ้านตันเสมอเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ท่อระบายอากาศ’ สิ่งนี้คือตัวช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาของอากาศไหลย้อนเวลากดชักโครก แถมยังเป็นตัวช่วยระบายน้ำและปฏิกูลต่าง ๆ ให้ไหลลงไปได้ง่าย ๆ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปตัว T อยู่ต่อจากท่อน้ำทิ้งสุขภัณฑ์และถังบำบัดน้ำเสีย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ถ้ามีอะไรไปอุดไว้ที่ส่วนของปลายท่อ หรือเราต่อท่ออากาศต่ำจนเกินไป ท่ออากาศก็จะไม่สามารถระบายและทำให้เกิดการส้วมตันได้ในที่สุด

วิธีแก้ปัญหา : อย่างแรกเลยให้ติดตั้งท่อระบายอากาศใหม่ในระดับที่สูงกว่า 1.50 เมตร หรือสูงเกินหลังคาบ้านขึ้นไปจะดีที่สุด และเมื่อไหร่ที่ท่อระบายอากาศอุดตันด้วยขยะ ดิน หรืออื่น ๆ ให้งัดเอาสิ่งเหล่านั้นออกทันที แล้วก็หาตาข่ายมาหุ้มที่ปลายท่อไม่ให้มีอะไรเข้าไปได้อีก

ปัญหาส้วมตันที่เกิดจากบ่อเกรอะ อันเป็นส่วนรองรับน้ำจากสุขภัณฑ์นั้นมีหลายอย่าง เช่น ระดับท่อระบายน้ำจากบ่อเกรอะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าท่อระบายน้ำสาธารณะ ส่งผลให้เมื่อไหร่ที่ระดับน้ำในท่อสาธารณะสูงขึ้น บ่อเกรอะก็จะระบายได้ช้าลง ไม่เท่านั้นยังมีปัญหาจากแรงดันน้ำต้านกลับจนน้ำไหลย้อนเข้าสู่บ่อเกรอะ ทำให้แรงดูดของชักโครกลดต่ำจนไม่สามารถชำระล้างโถสุขภัณฑ์ได้ดีเหมือนเดิม หรือยังมีเหตุการณ์อย่างสภาพอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกหนักสร้างน้ำท่วมขัง จนน้ำค้างในท่อระบายของบ่อเกรอะอีก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าท่อน้ำทิ้งคือสิ่งที่รองรับน้ำมาจากโถสุขภัณฑ์โดยตรงก่อนที่จะส่งต่อไปยังบ่อเกรอะเพื่อระบายสู่พื้นดินหรือแหล่งน้ำสาธารณะต่อไป สิ่งที่ทำให้ท่อน้ำทิ้งเป็นปัญหาสำหรับการส้วมตันคือ พฤติกรรมการใช้งานของคนในบ้าน เช่น ทิ้งทิชชู่ ผ้าอนามัย กระจุกม้วนผม หรืออื่น ๆ ลงในชักโครกก็จะส่งผลให้ท่อน้ำไม่สามารถระบายได้ แถมยังทำให้ชักโครกกดไม่ลงอีกต่างหาก

การเลือกสุขภัณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจและลงรายละเอียดเสมอ ไม่อย่างนั้นจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ไม่มีสุขกลับมาได้ ง่าย ๆ เลย เราควรเลือกชักโครกที่ได้มาตรฐาน ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เข้ากับสรีระของร่างกาย และออกแบบการไหลเวียนของน้ำไปจนถึงสร้างปริมาณน้ำในการกดชำระแต่ละครั้งได้อย่างเหมาะสม และก็ต้องทำมาจากวัสดุที่แข็งแรงไม่ผุกร่อนหรือขึ้นสนิมได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สุขภัณฑ์ที่ดีก็ช่วยแก้ปัญหาส้วมตันในเบื้องต้นได้แล้ว

6 วิธีแก้ปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

วิธีแก้ปัญหาส้วมตัน

 

เมื่อส้วมตันเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเรียกช่างเสมอไป เพราะวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นนั้นง่ายแสนง่าย ด้วยของใช้ที่สามารถหาได้ในบ้าน

เพียงต้มน้ำให้ร้อนแล้วจัดการเทลงชักโครกเป็นปริมาณ 1-2 ลิตร (หรือบางสูตรก็ 10 – 12 ถ้วยตวง) และให้เว้นช่วงในแต่ละครั้งประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้น้ำร้อนเข้าไปขจัดคราบไขมันที่เกาะติดอยู่ตามท่อระบายน้ำ จากนั้นจึงกดชักโครกตามปกติ แต่ข้อควรระวังคืออย่าต้มน้ำจนถึงขั้นจุดเดือดร้อนจัด ๆ เพราะจะทำให้ชักโครกชำรุดและแตกร้าวได้ในที่สุด

วิธีใช้น้ำยาล้างจานเพื่อขจัดปัญหาส้วมตันทำได้โดยบีบน้ำยาประมาณ 1 ฝา ลงในชักโครก แล้วรอเวลา 15-20 นาที จากนั้นราดน้ำร้อนตามลงไปเพื่อให้สามารถทำลายคราบไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เท่านี้น้ำยาล้างจานก็จะเข้าไปจับกับคราบไขมันรอบท่อที่อุดตันอยู่ ให้ระบายออกไปได้อย่างง่ายดายในที่สุด

เมื่อส้วมของคุณตันเพราะมีสิ่งไม่พึงประสงค์เข้าไปอุดตัน ไม่ว่าจะทิชชู่ ผ้านามัย หรืออะไรก็ตาม ไม้แขวนเสื้อนี่ล่ะที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด หยิบไม้แขวนเสื้อขึ้นมาดัดให้มีมุมประมาณ 90 องศาจนลักษณะเหมือนตะขอ แล้วสอดเข้าไปในชักโครกเพื่อเกี่ยวสิ่งที่อุดตันส้วมเหล่านั้นออกมา

อุปกรณ์ยอดฮิตติดห้องน้ำของชาวส้วมตัน ที่หาซื้อได้ง่ายทั่วไป วิธีการใช้เพียงนำลูกยางปั๊มลมกดเข้าไปที่ท่อของชักโครก แล้วออกแรงปั๊มขึ้นลงหลาย ๆ ครั้ง ความยืดหยุ่นของยางจะเพิ่มแรงดันอากาศให้ลูกยางจนสามารถดึงและดันอะไรก็ตามที่กำลังอุดตันชักโครกให้หลุดออกไปได้ แล้วน้ำก็กลับมาระบายปกติอีกครั้ง

อีกวิธียอดฮิตของการขจัดปัญหาส้วมตันของพ่อบ้านและแม่บ้านคือการใช้ ‘น้ำส้มสายชู’ คู่กับ ‘เบกกิ้งโซดา’ โดยเริ่มจากเทเบกกิ้งโซดาลงไปก่อน แล้วจึงราดน้ำส้มสายชูตามอีกประมาณ 8 ช้อนโต๊ะ (หรือครึ่งถ้วยตวง) รอประมาณ 15 นาที แล้วจึงกดชักโครก จากนั้นจัดการเอาน้ำร้อนราดลงไปอีกที รอประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงกดชักโครกซ้ำลงไปอีกที ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยขจัดคราบฝังแน่นพร้อมกับทำให้สิ่งปฏิกูลหลุดออกไป จึงทำให้ทั้ง 2 อุปกรณ์นี้ถูกนำมาใช้ในการขจัดปัญหาส้วมตันเสมอ

วิธีสุดท้ายคือการเลือกผลิตภัณฑ์ขจัดปัญหาท่อตันโดยตรงไปเลย ทั้งสะดวก ง่าย ประหยัดเวลา อเนกประสงค์ และได้ผลจริงอย่างแน่นอน วิธีการใช้หลัก ๆ ก็แค่เพียงเทน้ำยาลงชักโครกทิ้งเอาไว้ประมาณ 30-40 นาที ก่อนที่สุดท้ายจะกดชักโครกเพื่อให้น้ำยาทำหน้าที่ขจัดสิ่งที่อุดตันออกไปตามท่อ แต่น้ำยาเหล่านี้ค่อนข้างเป็นสารเคมีอันตราย เวลาใช้อย่าลืมสวมถุงมือและระวังอย่าให้โดนผิวหนังด้วยล่ะ

สุขภัณฑ์ถือเป็นสิ่งหนึ่งในห้องน้ำที่ต้องให้ความใส่ใจในการเลือก และให้เวลาในการดูแลรักษาเสมอ เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นมามันจะไม่ใช่แค่เรื่องของส้วมตันจนส่งให้เกิดภาพไม่พึงประสงค์ต่อห้องน้ำ แต่ยังหมายถึงระบบท่อน้ำทิ้งและอื่น ๆ มีปัญหาด้วย

การเลือกสุขภัณฑ์ที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยไมให้ปัญหากวนใจเกิดขึ้น อย่างเช่น  KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัติ สุขภัณฑ์คุณภาพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในบ้าน 

  • เริ่มต้นกันที่ก้านฉีดอัตโนมัติปรับระดับน้ำได้หลายระดับ พร้อมประสิทธิภาพในการชำระล้างสูง
  • แล้วตัวหัวฉีดทาง Kudos ใช้วัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ป้องกันเชื้อโรคได้มากถึง 99.9% ไม่เท่านั้น มีระบบเป่าลมแห้งให้ไม่ต้องเปลืองกระดาษชำระกันอีกต่อไป
  • นอกจากนั้นยังเสริมความรีแลกซ์ และรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้นั่งด้วยระบบ Instant Heating ให้ฝารองอุ่นสบาย ใครที่มีปัญหานั่งแล้วสะดุ้ง นั่งทำธุระเเล้วหนาว บอกเลยว่าตอบโจทย์

และหลาย ๆ คนอาจจะกังวลกับโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หายห่วง เพราะ KUDOS Intelligent Toilet มีระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วที่เราสามารถเลือกตำแหน่งติดตั้งได้เอง เป็นระบบป้องกันไฟรั่วความยาว 1.5 เมตร พร้อมสวิตช์ป้องกันไฟรั่ว 10 มิลลิแอมป์ พร้อมฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมายที่ให้ชีวิตในห้องน้ำง่ายขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะระบบขจัดกลิ่น หรือ ระบบประหยัดน้ำ เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับวิธีแก้ปัญหาส้วมตันที่เรานำมาฝาก ทำตามกันได้ง่าย ๆ เลยใช่ไหมทุกคน ท้ายที่สุดปัญหาส้วนตันนั้นสามารถป้องกันได้ง่าย ๆ โดยการปรับพฤติกรรมในการใช้ห้องน้ำ ไม่ทิ้งเศษขยะลงในโถสุขภัณฑ์ เพื่อเลี่ยงปัญหาการอุดตัน เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาส้วมตันมาคอยกวนใจอีกต่อไป

มัดรวม 5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ตรงใจ ใช้งานได้จริง

มัดรวม 5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ตรงใจ ใช้งานได้จริง

ปฎิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับห้องน้ำ และเราใช้กันมากที่สุดคือ ‘ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า’ ตื่นเช้ามาแปรงฟันก็ต้องใช้ ออกไปข้างนอกกลับมาก็ต้องใช้ หรือแม้กระทั่งเข้าครัวทำอาหารก็ยังต้องใช้เช่นกัน

สิ่งที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อนคือ ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้ามีวิธีการเลือกอยู่หลายแบบ และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของผู้ใช้งาน บทความนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับการเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ถูกใจทุกคนในบ้านกัน

ทำความรู้จักกับประเภทของก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

ประเภทของก๊อกน้ำสำหรับใช้ล้างหน้านั้นจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน โดยแบ่งประเภทตามฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกันออกไปตามนี้

  • ก๊อกน้ำเดี่ยว : ก๊อกน้ำที่มีทางเข้าทางเดียวสำหรับเปิดใช้น้ำอุณหภูมิปกติเพียงเท่านั้น
  • ก๊อกน้ำเดี่ยวผสม : ก๊อกน้ำที่อัพเกรดฟังก์ชันให้สามารถใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นในก๊อกเดียวกัน และนั่นหมายความว่าวาล์วสำหรับเปิด-ปิดน้ำก็มีแค่อันเดียวเหมือนกัน (เรียกง่าย ๆ ว่าหน้าตาเหมือนก๊อกน้ำเดี่ยวทุกประการ) โดยจะใช้วิธีสวิตช์อุณหภูมิของน้ำโดยการโยกวาล์วเปิด-ปิดน้ำไปทางซ้ายกับขวาเพื่อเลือกใช้น้ำร้อน , น้ำเย็นหรือผสมกันเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ นั่นทำให้ก๊อกชนิดนี้ต้องใช้เครื่องทำน้ำร้อนเดินท่อน้ำร้อนมาที่ส่วนหัวของก๊อก
  • ก๊อกน้ำคู่ผสม : ก๊อกน้ำที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นเหมือนกัน แต่ที่ต่างออกไปคือ ก๊อกน้ำรูปแบบนี้มีทางเข้าน้ำ 2 ทาง จากวาล์วน้ำ 2 ตัว ที่แบ่งน้ำร้อนกับน้ำเย็นแยกจากกันไปเลย

ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

 

หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาจดเช็กลิสต์ให้ดี เพราะหัวข้อนี้คือคุณสมบัติของก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

  • ต้องเคลือบด้วยโครเมียม หรือ ทำมาจากทองเหลือง : เพราะก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่โดนน้ำแทบจะตลอดเวลา อย่างแรกสุดที่ผู้ใช้ควรต้องคำนึงถึงคือ วัสดุอะไรที่จะสามารถชะลอการเกิดสนิมและผุกร่อนจากน้ำได้ ซึ่งก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดีควรทำมาจากการเคลือบโครเมียม นอกจากความหรูหราแล้ว ยังทนต่อการผุกร่อนและสนิมมาก ๆ หรือเลือกใช้แบบทองเหลืองที่ไม่เป็นสนิม ทั้งยังทนต่อสภาพอากาศ แถมทนทานได้ยิ่งดี
  • เช็กว่ามีซีลยางเสมอ : หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทุกคนไม่อยากเจอกับก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่บ้านของตัวเองคือ ‘น้ำรั่ว’ และสาเหตุที่น้ำมีการรั่วซึมนั้นเป็นเพราะซีลยางในตัวก๊อกน้ำไม่ได้คุณภาพจนเกิดการขาดเมื่อใช้งานมาในระยะเวลาหนึ่ง นอกจากจะต้องเช็กว่ามีซีลยางอยู่ในก๊อกมั้ย ต้องเลือกแบบที่มีคุณภาพใส่เข้าไปด้วย
  • เลือกก๊อกน้ำแบบที่มีระบบเปิด-ปิด รอบเดียว : เพื่อช่วยให้ประหยัดบิลค่าน้ำในแต่ละเดือน แนะนำให้เลือกก๊อกน้ำที่เป็นระบบเปิด-ปิดแบบรอบเดียว

5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงเมื่อรู้แล้วว่าเราอยากได้ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าแบบไหนในบ้าน ก็คือ อ่างล้างหน้าที่เราเลือกซัพพอร์ตกับการติดตั้งแบบไหน ซึ่งหลัก ๆ แล้วการติดตั้งก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ

1. ก๊อกน้ำแบบติดฝังผนัง : เหมาะสำหรับอ่างล้างหน้าประเภทที่ไม่ได้วางอยู่บนเคาน์เตอร์และไม่มีรูก๊อกน้ำ ทำให้เราสามารถติดตั้งก๊อกฝังเข้าผนังเลือกตำแหน่งได้ค่อนข้างอิสระกว่าแบบอื่น แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าเมื่อไหร่ที่ชำรุดขึ้นมา ก็อาจถึงขั้นต้องรื้อกระเบื้องออกมาทั้งยวงเลยทีเดียว

2. ก๊อกน้ำแบบติดตั้งบนเคาน์เตอร์ : ในกรณีที่อ่างล้างหน้าวางอยู่บนเคาน์เตอร์ การติดตั้งก๊อกน้ำที่เหมาะสมก็คือ วางหรือฝังอยู่บนเคาน์เตอร์ โดยให้เลือกก๊อกน้ำที่เป็นทรงสูงเพราะสรีระของก๊อกน้ำชนิดนี้จะใช้งานได้ตอบโจทย์กับอ่างล้างหน้าพอดี

3. ก๊อกน้ำแบบติดตั้งบนอ่างล้างหน้า : ก๊อกน้ำในข้อนี้จะเหมาะกับอ่างน้ำที่มีรูสำหรับต่อก๊อกน้ำได้ และนิยมใช้เป็นก๊อกน้ำเดี่ยว

อย่างที่เราบอกไปในข้อก่อนหน้าว่าก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นสิ่งที่ต้องทำงานกับน้ำทุกวัน เพราะฉะนั้นวิธีการเลือกวัสดุของก๊อกน้ำก็มีหลักการคิดเพียงอย่างเดียวคือ ต้องทนทาน ผุกร่อนช้า และไม่เป็นสนิม หลัก ๆ ก๊อกน้ำจะมีวัสดุให้เลือกอยู่ 3 ชนิดเหมือนกัน คือ ‘พลาสติก’ ที่ราคาถูกที่สุดแต่ก็ต้องอาศัยการดูแลเป็นอย่างมากเพื่อให้สามารถใช้ได้นาน ‘สแตนเลส’ ก๊อกน้ำที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนความร้อนจัดและเย็นจัดของก๊อกน้ำแบบผสมได้ดี แต่ที่ดีที่สุดคือ ‘ทองเหลืองเคลือบโครเมียม’ ที่นอกจากจะให้ความหรูหรามากที่สุดแล้ว ยังป้องกันสนิมได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

เพราะห้องน้ำถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้เราได้ผ่อนคลายมากที่สุดของบ้าน การเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าโดยผ่านกระบวนการดีไซน์ตกแต่งห้องน้ำให้สวยงาม เข้าธีม ก็ช่วยเพิ่มความสบายใจในการเข้าห้องน้ำมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ถ้าเราเลือกแต่งห้องน้ำสไตล์มินิมอล คลีน ๆ เรียบ ๆ ก็อาจจะเลือกก๊อกน้ำที่ไม่มีส่วนยื่นออกมาเยอะ ก๊อกน้ำเดี่ยวก็ดูจะเหมาะสมที่สุด หรือหากตกแต่งที่สไตล์ที่หรูหรา ก็ลองเลือกก๊อกน้ำที่ชุบโครเมียมมีความแวววาว เปล่งประกายทำให้ตัวห้องน้ำเฉิดฉายดูก็ดูน่าสนใจ ที่สำคัญอย่าลืมว่าฟังก์ชันต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้าสวยแต่ใช้งานไม่ได้จริงก็ไม่มีประโยชน์อะไร

การเลือกก๊อกน้ำจากระบบเปิด-ปิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าแต่ละคนมีความถนัดในการใช้ไม่เหมือนกัน และก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันแทบทุกวันอยู่แล้ว ยิ่งในยุคที่ต้องล้างมือบ่อยแบบนี้ ไปทำความรู้จักกันดีกว่าว่ามีระบบแบบไหนบ้าง

1. ระบบหมุนวาล์ว : ระบบดั้งเดิมที่หลัง ๆ ไม่น่ามีบ้านไหนใช้เท่าไหร่แล้ว นอกจากข้อดีที่ว่าราคาถูก ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องใช้แรงในการหมุนเปิด-ปิดวาล์วทำให้ชีวิตไม่ค่อยสะดวกนัก 

2. ระบบก้านโยก : เป็นระบบที่ตอนนี้ใครก็ใช้ เพราะประหยัดแรงไปได้เยอะ เพียงโยกวาล์วขึ้นลงเบา ๆ ก็สามารถเปิด-ปิดน้ำได้อย่างง่ายดาย

3. ระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ : ก๊อกน้ำแห่งอนาคตที่มือของเราไม่ต้องสัมผัสกับวาล์วอีกต่อไป เพียงแค่ยื่นมือไปตรงบริเวณหัวก๊อกน้ำก็จะไหลออกมาอัตโนมัติ ป้องกันการสะสมของเชื้อโรคผ่านวาล์วน้ำได้แบบ 100% เลยด้วย

ในข้อสุดท้ายให้ถามหรือสังเกตพฤติกรรมของคนในบ้าน ว่าทุกคนชอบล้างมือ ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือว่าน้ำอุณหภูมิปกติก็เพียงพอแล้ว นั่นจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าจะเลือก ‘ก๊อกเดี่ยว’ ที่มีเพียวน้ำอุณหภูมิปกติ หรือว่า ‘ก๊อกผสม’ ที่สามารถเลือกได้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็น

วิธีดูแลรักษาก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

วิธีดูแลรักษาก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

 

ไม่ว่าจะก๊อกน้ำที่ทำจากวัสดุอย่างดีหรือเป็นแบบประหยัดงบ อย่างไรก็ต้องได้รับการดูแลรักษาจากผู้ใช้เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามอายุขัย ทั้งป้องกันรอยขีดข่วนให้ดูใหม่เสมอ ไปจนถึงป้องกันการผุกร่อน

สิ่งที่คนใช้ก๊อกทองเหลืองจะเจอเหมือนกันคือเมื่อใช้สักระยะเวลาหนึ่งจะเกิดความหมองที่ไม่ได้แวววาวเหมือนวันแรก ๆ แถมยังเกิดคราบเขียวเหมือนตะไคร้เมื่อสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน ๆ อีกด้วย วิธีรีเฟรชก๊อกชนิดนี้ก็ไม่ยาก และมีให้เลือกด้วยกันถึง 2 วิธี

1. หัวหอม : เพียงเราเอาหัวหอมไปต้มในน้ำเดือด ปล่อยให้น้ำกลับสู่อุณหภูมิปกติ แล้วเอาน้ำต้มหัวหอมชุบผ้าเช็ดก็ช่วยทำให้กลับมาวาวอีกครั้ง

2. มะขามเปียก : เรียกว่าเป็นภูมิปัญญาโบราณของไทยที่ใช้มะขามเปียกขัดถูเครื่องเรือนที่ทำมาจากทองเหลืองในอดีต  เพราะว่ามะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ สามารถขจัดคราบสนิมโดยไม่ทำลายเนื้อผิว วิธีการเพียงแค่เราเอามะขามเปียกชโลมให้ทั่วตัวก๊อก หมักทิ้งไว้สักพัก แล้วนำฟองน้ำเช็ดออกจนสะอาด

ก๊อกน้ำที่ทำมาจากโลหะพอใช้นาน ๆ เข้าจะเกิดคราบขาวขุ่นมัวหมองอันเป็นผลมาจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เราสามารถดูแลให้ก๊อกน้ำประเภทนี้กลับมาใสเหมือนใหม่ได้ด้วยวัตถุดิบ 2 แบบ

1. น้ำส้มสายชู : นวัตกรรมสุดเรียบง่ายที่จะไม่ทำให้ก๊อกของทุกคนเป็นรอย เพียงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว คราบขุ่นมัวที่ว่าก็จะหายไปเลย

2. มะนาวและเกลือ : วิธีการนี้จะช่วยคลีนคราบที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เพียงฝานมะนาวออกเป็นซีก แล้วเอาไปจุ่มกับเกลือแบบละเอียดถูให้ทั่วก๊อกน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะได้ก๊อกน้ำสแตนเลสที่เหมือนใหม่คืนมา 

จะเห็นว่าก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นอุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่จำเป็นต้องได้รับการใส่ใจมาก ยิ่งเราอยู่ในยุคที่ต้องล้างมือกันแทบจะตลอดเวลาแบบนี้ การเลือกก๊อกน้ำจึงไม่ใช่แค่เลือกตามความชอบอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องสามารถใช้งานได้จริงด้วย และถ้าใครกำลังมองหาก๊อกเดี่ยวดี ๆ ติดตั้งที่บ้านสักตัวล่ะก็ KUDOS ก๊อกเดี่ยวน้ำเย็นอ่างล้างหน้าก้านโยก รุ่น FB104 (สีโครเมียม) ก็เป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ ไม่ใช่แค่วัสดุคุณภาพสูงที่ให้เราใช้งานได้แบบยาว ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหมองเพราะรอยขีดข่วนอย่างรวดเร็ว ยังมาพร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดน้ำอันยอดเยี่ยม การไหลของน้ำอยู่ที่ 6 ลิตร/นาที นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำแล้ว ยังยืดการใช้งานให้นานกว่าอีกด้วย

ขี้ลืม แก้ยังไงดี บทความนี้มีคำตอบ

ขี้ลืม แก้ยังไงดี บทความนี้มีคำตอบ

ในเช้าวันเร่งรีบ กำลังจะออกจากบ้านอยู่แล้ว แต่ดันลืมกุญแจรถไว้ในบ้านที่เผลอล็อกไปแล้ว หรือว่าไปถึงหน้าออฟฟิศแล้ว แต่ลืมบัตรพนักงานไว้ที่รถ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่เคยเจอกับอาการขี้หลงขึ้ลืมแบบนี้ บางทีก็สร้างความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตมากจนบางครั้งอาจถูกล้อว่า ‘ขี้ลืมขนาดนี้ เป็นอัลไซเมอร์เหรอ’


แต่เดี๋ยวก่อน อาการขี้ลืม กับ โรคอัลไซเมอร์ ไม่เหมือนกัน เพราะอาการขี้ลืมเกิดจากการที่เราไม่ได้โฟกัสกับสิ่งนั้นมากพอ ถ้าจะให้นึกก็พอนึกออก ขณะที่โรคอัลไซเมอร์จะมาจากความผิดปกติของสมอง มีความรุนแรง 4 ระดับ อาการคือ มีอารมณ์แปรปรวน จำเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ถามถึงสิ่งเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งโรคนี้จำเป็นต้องพบแพทย์ สรุปง่าย ๆ อาการที่ลืมสิ่งของ ลืมว่าทำบางอย่างไปหรือยัง ยังคงเป็นแค่อาการขี้ลืมปกติที่ใคร ๆ ก็เป็นกันได้ เกิดได้ทุกช่วงวัย

สาเหตุของอาการขี้ลืม เกิดขึ้นได้จากอะไร

สาเหตุของอาการขี้ลืม เกิดขึ้นได้จากอะไร

 

อาการขี้ลืม โดยปกติสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่ก่อนหน้านั้นเราจะต้องรู้สาเหตุก่อนว่าต้นตอของความขี้ลืมมาจากอะไรบ้าง

  • ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน : ยุคนี้สมัยนี้เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด เราจำเป็นต้องทำหลายอย่างในเวลาพร้อมกันจนไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากพอ และสมองของเราก็ยังไม่ทันได้จดจำสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยซ้ำ คำถามที่มักตามมาคือ “เอ๊ะ เมื่อกี้เราทำอะไรไปนะ” หรือ “เอ๊ะ เมื่อกี้เราทำอันนี้แล้วหรือยังนะ”
  • ความเครียด : ความเครียดรวมถึงความรู้สึกด้านลบทำให้สมองของเราทำงานหนักจนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าได้ดีเท่าที่ควร สมองที่ขาดประสิทธิภาพ นอกจากจะทำให้มีอาการขี้ลืมแล้ว บางครั้งก็ส่งผลให้เราเกิดอาการนอนไม่หลับอีกด้วย
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป : เคยไหมเวลาที่เราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป พอสร่าง เรากลับจดจำช่วงเวลาตอนที่กำลังมึนเมาไม่ได้ นั่นเป็นเพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ทำให้จดจำเรื่องในระยะสั้น ๆ ไม่ได้
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : เวลาที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองของเราจะทำงานหนักเกินไปจนไม่มีสมาธิ มึนเบลอ จดจำเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ดี การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ นอกจากจะมาจากการนอนหลับที่น้อยเกินไป ยังอาจมาจากการที่เราเครียด หรือร่างกายเหนื่อยสะสมด้วย
  • การกินยาบางชนิด : ยาบางชนิด เช่น ยาระงับประสาท ยาลดไขมันในเลือด ยาโรคภูมิแพ้ ยาโรคหัวใจ จัดเป็นยาในกลุ่มแอนตี้โคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) ซึ่งจะมีผลกระทบเข้าไปขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทด้านความทรงจำ

วิธีแก้ไขอาการขี้ลืม

วิธีแก้ไขอาการขี้ลืม

 

ในเมื่อรู้ถึงสาเหตุของอาการขี้ลืมกันแล้ว ต่อมาก็ต้องมาหาแนวทางแก้ไขให้ถูกต้องกันดีกว่า

แม้ทุกวันนี้เราจะหันมาใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตที่สะดวกในการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยปลายนิ้วมากขึ้นจนการจดบันทึกบนกระดาษมีบทบาทน้อยลงไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่เราได้จดถือเป็นการย้ำเตือนความทรงจำได้ดี หากฝึกจดสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ เท่านี้ก็คงพอช่วยลดความผิดพลาดจากอาการขี้ลืมลงได้แล้ว

จากสาเหตุข้างต้น ทำให้เราทราบกันแล้วว่า การทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันเป็นต้นตอของอาการขี้ลืม ดังนั้นหากเราเป็นคนขี้ลืมมาก ๆ อยากให้ทุกคนลองใช้ชีวิตที่ช้าลงอีกสักนิด ให้สมองของเราได้จดจ่อกับอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเต็มที่ แม้จะช้าลงหน่อย แต่ก็ดีกว่าทำให้เราลืมจนพลาดเรื่องสำคัญ

เพื่อให้สมองได้มีโอกาสพักจากการใช้งานหนัก วิธีที่เราทำได้ง่าย ๆ คือหันมาใส่ใจสุขภาพให้ร่างกายมีเวลาปิดสวิตช์กันบ้าง ทางที่ดีเราควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง แต่หากใครมีปัญหานอนไม่หลับ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างตรงจุด 

อาการลืมสิ่งของมักเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับคนขี้ลืม ทางแก้ก็คือจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ จัดให้เป็นหมวดหมู่ เท่านี้ เวลาที่เราต้องหาของก็จะได้รู้ว่าควรไปหาจากตรงไหน เช่น กุญแจบ้าน หรือกุญแจรถ ที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ อาจหาตะกร้าใบเล็กมาใส่ แล้ววางไว้ในที่ที่เราสังเกตเห็นได้ง่าย


หรือจะลองอีกวิธีหนึ่งสำหรับคนที่อยากตัดปัญหาการลืมกุญแจบ้าน หากุญแจบ้านไม่เจอ จะเข้าจะออกทีก็แสนจะวุ่นวาย ยิ่งเวลารีบ ๆ เนี่ยแหละ ชอบหาไม่เจอนักเชียว อาจลองเปลี่ยนมาใช้ประตูดิจิตอลล็อคของ KUDOS รุ่น Alpha Digital Lock – Rim Lock αR1 Model ดู ช่วยตัดปัญหาการลืมกุญแจจนเข้าบ้านไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความปลอดภัยได้อีกด้วย

  • Alpha Digital Lock – Rim Lock αR1 Model ผลิตจากญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพสูง
  • รองรับการปลดล็อคด้วย 4 ระบบ คือ ลายนิ้วมือ / รหัส Password / IC Card / บลูทูธ ไม่ต้องใช้กุญแจก็เข้าบ้านได้
  • รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้ 100 ลายนิ้วมือ / รองรับรหัส Password ได้ 10 รหัสผู้ใช้ ( 10 user Pincode, 1 one-time PIN, 1 Master PIN) / รองรับ IC Card ได้ 100 ใบ สามารถดำเนินการได้ผ่านแอปพลิเคชัน
  • มาพร้อมโหมดเพิ่มความปลอดภัย : Auto Lock Mode ล็อคอัตโนมัติทันทีที่ประตูปิด, Privacy Mode ป้องกันการปลดล็อคจากภายนอก เพื่อลดการรบกวนในช่วงเวลาที่ต้องการ, Away Mode ป้องกันการปลดล็อคจากภายนอก ในกรณีที่สมาชิกในครอบครัวไม่อยู่บ้านพร้อมกัน และมีสัญญาณเตือนยาว 1 นาที เมื่อมีการเปิดจากภายใน, Shutdown Mode อุปกรณ์ล็อคจะปิดระบบนาน 5 นาทีทันทีที่มีการใส่รหัสผิด หรือใช้การ์ดที่ไม่ได้ลงทะเบียนปลดล็อคครบ 10 ครั้ง
  • อุ่นใจยิ่งขึ้น โดยสามารถตรวจสอบบันทึกประวัติการเข้า-ออก และการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน
  • มีระบบป้องกันการแอบดูรหัส โดยสามารถกดรหัสหลอกก่อน หรือหลังการกดรหัสจริง
  • มีสัญญาณเตือนในกรณีที่ดิจิตอลล็อคทำงานผิดปกติ หรือมีการงัดแงะ
  • สามารถกระตุ้นแบตเตอรี่กรณีแบตเตอรี่หมด ผ่านช่อง Micro USB
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Z-Wave และ Zigbee
  • ติดตั้งง่ายไม่ต้องเดินสายไฟ ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AA Alkaline จำนวน 4 ก้อน สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ปี

แม้การดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลทำให้มีอาการลืมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดื่มไม่ได้เลย ปริมาณที่แนะนำว่าไม่ควรเกินต่อวันแบบที่ไม่มากเกินไป คือ ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้ว ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 1 แก้ว หรือในปริมาณ 1.5 ออนซ์ของเหล้า 80 proof (40% alcohol) ไวน์ไม่ควรเกิน 5 ออนซ์ และเบียร์ไม่ควรเกิน 12 ออนซ์ต่อวัน

อาการขี้หลงขี้ลืมตามปกติไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และเรายังแก้ไขมันได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่มากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าแบบนี้ เราอาจหาตัวช่วยมาแก้ปัญหาการขี้ลืมได้ เช่น หากลืมกุญแจบ้านบ่อย ๆ ก็แค่เปลี่ยนมาใช้ประตูดิจิตอลล็อค เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาตามหากุญแจอีกต่อไป

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก มีพื้นที่จำกัดก็ทำได้สบาย

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก มีพื้นที่จำกัดก็ทำได้สบาย

ยุคนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตในบ้านกันมากขึ้น เพราะเป็นเหมือนเซฟโซน เหนื่อยมาเมื่อไหร่ แค่กลับบ้านมาก็ผ่อนคลาย โดยเฉพาะการได้ใช้เวลาดูแลตัวเองในห้องน้ำ หากได้อาบน้ำอย่างสดชื่นแล้ว ความอ่อนล้าแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง 

แต่ปัญหาหลัก ๆ ก็อยู่ตรงที่ ห้องน้ำขนาดเล็กหรือมีพื้นที่จำกัด รวมถึงของใช้ที่วางไม่เป็นระเบียบ ดูไม่น่ามอง กลับทำให้เกิดความรู้สึกลบมากกว่าเก่า วันนี้เราจึงมีไอเดียดี ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนห้องน้ำขนาดเล็กให้กลายเป็นพื้นที่ผ่อนคลายมาฝากทุกคนกัน

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กยังไงให้ไม่อึดอัด น่าใช้งาน

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กยังไงให้ไม่อึดอัด น่าใช้งาน

ห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดแก้ได้ด้วยการหากระจกเงาบานใหญ่มาติดไว้บริเวณอ่างล้างหน้า เพราะเงาจากกระจกจะช่วยสะท้อนภาพภายในห้องน้ำให้ดูมีบริเวณกว้างขึ้นได้

หากห้องน้ำของเรามีพื้นที่น้อย ก็ควรจะใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบทุกซอกทุกมุม ควรเลือกสุขภัณฑ์ที่พอดีกับมุมของห้อง เปลี่ยนขนาดให้เล็กลง เช่น อ่างอาบน้ำที่ดูใหญ่เทอะทะ ก็เปลี่ยนเป็นตู้อาบน้ำที่เข้ามุมได้ดีกว่า ทีนี้เราก็จะเหลือพื้นที่เอาไว้ใช้สอยอื่น ๆ ได้แล้ว

การแบ่งโซนห้องน้ำให้เป็นสัดเป็นส่วนจะช่วยให้ภายในห้องเป็นระเบียบและดูกว้างขวางมากขึ้น สำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด แนะนำให้แบ่งโซนอาบน้ำด้วยม่านกั้นพลาสติกที่ในปัจจุบันออกแบบได้สวยงามและทนทาน แถมราคาไม่แพง นับเป็นไอเดียแต่งห้องที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ห้องน้ำของเราได้ นอกจากนั้น การใช้ตู้อาบน้ำแบบกระจกใสยังให้ความรู้สึกโปร่งมากกว่าแบบทึบ

หัวใจสำคัญสำหรับการแต่งห้องน้ำขนาดเล็กคือ ควรตกแต่งด้วยสีที่สว่างเข้าไว้ อย่างสีผนัง แนะนำให้เลือกเป็นสีสว่างเพราะจะให้ความรู้สึกที่โปร่งและดูโล่งมากกว่า เช่น สีโทนพาสเทล อย่างชมพูอ่อน เหลืองอ่อน ม่วงอ่อน เป็นต้น หรือใครสายมินิมอล ชอบสีขาวกับสีครีม ก็ยิ่งดีใหญ่ ไม่ควรเลือกสีเข้มเพราะจะทำให้ห้องน้ำดูทึบ น่าอึดอัดมากกว่าเดิมและไม่ควรเลือกใช้สีหลายสีสลับกันเพราะจะยิ่งทำให้ดูแคบ แต่หากต้องการเพิ่มลูกเล่น อย่างมากสุดอาจเลือกใช้เป็นสองโทนสี เช่นขาวกับดำ เพราะจะช่วยเพิ่มมิติให้ห้องน้ำดูเป็นสัดเป็นส่วนขึ้น

การเลือกกระเบื้องก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ห้องน้ำขนาดเล็กดูกว้างขึ้น เราควรเลือกลายกระเบื้องที่มีขนาดเล็ก เช่น มีลายยาแนวถี่ ๆ เพราะทำให้ดูมีลายละเอียด ให้ความรู้สึกว่าห้องน้ำดูใหญ่ขึ้นมาได้ หรือใครอยากเพิ่มสีสันให้กับพื้นห้องน้ำ อาจเลือกใช้กระเบื้องสองสีแบบโมโนโทนมาวางสร้างเป็นลายเล็ก ๆ สลับกันไปก็นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กที่ดี

เราอาจหาพรมเช็ดเท้าที่มีสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีครีม สีพาสเทลมาวางในห้องน้ำขนาดเล็ก เพราะพรมช่วยสร้างมิติของพื้นห้องน้ำ อีกทั้งสีอ่อนยังสร้างความสบายตา ไม่ดูน่าอึดอัด

แน่นอนว่าความสว่างเป็นหัวใจสำคัญสำหรับไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กให้ดูกว้างขวางขึ้น นอกจากแสงสว่างที่เพียงพอจะช่วยเรื่องความปลอดภัย ลดการสะดุดหรือลื่นล้มได้ดีแล้ว ยังทำให้ห้องน้ำเล็ก ๆ ไม่ดูน่าอึดอัดจนเกินไป นอกจากนี้ การเลือกติดตั้งให้ไฟสะท้อนกับกระจกยังช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นได้

ในเมื่อพื้นที่น้อย เราก็ต้องใช้สอยให้คุ้มค่า การติดตั้งชั้นอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เช่น ตู้เก็บของที่มีบานเปิดเป็นกระจกเงา ตู้วางอ่างล้างหน้าที่มีช่องให้เก็บของได้ เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่าจะเก็บของจำเป็นไว้ที่ไหนดี

นอกจากไอเดียแต่งห้องน้ำตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งข้อสำคัญในการสร้างห้องน้ำให้ดูกว้างขวางขึ้นคือ การจัดของใช้ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ห้องดูไม่รก และสะอาดตา ไม่อึดอัด ทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย ซึ่งไอเดียจัดเก็บของใช้ในห้องน้ำอาจทำได้ประมาณนี้

  • ใช้ที่วางของสำหรับจัดระเบียบ : อย่างที่วางของ รุ่น MOG จาก Kudos ที่ออกแบบมาในดีไซน์เรียบง่าย สามารถติดกับกระจกหรือพนัง หรือจะวางบนชั้นต่าง ๆ ก็ได้
  • ใช้ที่วางสบู่ : สบู่ถือเป็นของใช้ที่ต้องหาที่วางให้เรียบร้อย อย่างที่ใส่สบู่ Basupo ของ Kudos ก็ออกแบบมาในสีสันและรูปทรงสบายตาดูมินิมอล อีกทั้งยังสามารถติดกับผนังได้โดยไม่ต้องเจาะ ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีมาก
  • ติดที่ใส่แปรงสีฟัน : ห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดอาจไม่เหลือพื้นที่สำหรับวางแปรงสีฟันบนอ่างล้างหน้า ดังนั้นลองหันมาใช้ที่ใส่แปรงสีฟัน MOG ของ Kudos ที่สามารถติดผนังโดยไม่ต้องเจาะไปติดตามจุดที่ต้องการ ดีไซน์มินิมอลทำให้ดูสะอาดตา ไม่อึดอัด
  • แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน : ผลิตภัณฑ์แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน Basupo จาก Kudos  รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นแก้วน้ำสำหรับแปรงฟันที่เก็บโดยติดกับผนังได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ ให้การจัดเก็บดูเป็นระเบียบ หยิบใช้ได้ง่าย และติดตั้งได้โดยไม่ต้องเจาะผนัง
ไอเดียแต่งห้อง

 

หากนำไอเดียแต่งห้องที่เรานำเสนอมาในบทความนี้ไปลองปรับใช้ รับรองได้เลยว่าจากห้องน้ำที่ดูคับแคบจะเปลี่ยนเป็นห้องน้ำที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ไม่อึดอัด สิ่งสำคัญคือ แม้จะตกแต่งห้องน้ำดูสวยเพียงใด แต่หากปล่อยให้มีของวางระเกะระกะก็คงไม่ช่วยอะไร ดังนั้นเราต้องหมั่นดูแลความเรียบร้อยและจัดของให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

มลพิษทางอากาศ ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

มลพิษทางอากาศ ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ หลายคนคงสังเกตเห็นแล้วว่า ปัญหาด้านสภาพแวดล้อมที่มาทักทายชาวไทยทุก ๆ ปี ก็คือปัญหาเรื่องมลพิษ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 ใกล้ช่วงปลายปีทีไร เราจะต้องเห็นประกาศเฝ้าระวังเรื่องนี้กันจนแทบจะชินชากันไปแล้ว แต่ทุกคนจะมองว่าเป็นเรื่องปกติไปไม่ได้เลยนะคะ เพราะมลภาวะต่าง ๆ เหล่านี้ หากเราได้รับไปในระยะยาว จะทำให้เราป่วยได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีผลสำรวจจากทั่วโลกยืนยันมาแล้วว่า “มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรสูงกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก”


และสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษเหล่านี้ ส่วนมากแล้วจะเกิดมาจากใครกันถ้าไม่ใช่มนุษย์เราเอง ไม่ว่าจะการทิ้งขยะลงแม่น้ำ การก่อสร้างที่ทำให้เกิดมลพิษทางเสียง หรือที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่ทุกปีก็คือ มลพิษทางกาศ อย่าง PM 2.5 ก็มาจากยานพาหนะบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น การปล่อยก๊าซพิษจากโรงงาน เป็นต้น

มลพิษทางอากาศ ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิด

มลพิษทางอากาศ

 

หากไม่มีอากาศ มนุษย์เราคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ และแม้จะเป็นอากาศเสีย จะให้กลั้นหายใจไปตลอดก็ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ทำให้เราจำต้องสูดดมมลพิษเหล่านั้นเข้าไป อาการที่อาจแสดงออกมาในระยะสั้นเมื่อเราสูดดมมลพิษคือ แสบตา คัดจมูก เจ็บคอ วิงเวียนศีรษะ แต่หากสูดเข้าไปเป็นระยะเวลานาน รู้ตัวอีกทีเราอาจป่วยเป็นโรคเรื้อรังเสียแล้ว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตไปเลยก็มี

  • อันตรายต่อปอดและทางเดินหายใจ : แน่นอนว่าอวัยวะในร่างกายที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ “ปอด” และ “ระบบทางเดินหายใจ” โดยมลพิษ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ส่งกระทบได้ทั้งระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบหายใจต่ำลง อาจแสดงมาในรูปแบบ โรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมไปถึงมะเร็งปอด
  • อันตรายต่อสมอง : มลพิษทางอากาศอันตรายกว่าที่คิด เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นศึกษาแล้วพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างเช่น PM 2.5 นั้นมีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก ๆ ทำให้มีพัฒนาการช้า สมาธิสั้น หรืออาจทำให้เกิดภาวะออทิซึม (Autism) ขณะเดียวกัน มลพิษทางอากาศยังกระตุ้นให้อาการปวดหัวไมเกรนกำเริบได้ในผู้ใหญ่ และยังอาจได้รับผลกระทบเป็นโรคที่รุนแรง งานวิจัยยังพบว่าฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมได้มากขึ้นถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง การอยู่ท่ามกลางมลพิษเป็นเวลานาน อาจเป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดหนืดมากขึ้น
  • ระบบไหลเวียนเลือด : มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในระบบไหลเวียนโลหิต เพราะอาจทำให้เกิดการทำงานของหัวใจผิดปกติ สภาวะหลอดเลือดแข็งซึ่งจะเป็นสาเหตุของโรคที่รุนแรงและอันตรายต่อชีวิตต่อไป เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย อาจทำให้เกิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน  

วิธีป้องกันมลพิษทางอากาศเบื้องต้น

วิธีป้องกันมลพิษทางอากาศเบื้องต้น

 

มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากหากเราทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือป้องกันด้วยตัวเอง โดยมีวิธีทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

ก่อนออกไปทำงาน หรือออกไปทำกิจกรรมข้างนอก เราควรเช็กสภาพอากาศก่อนทุกครั้งว่าสภาพอากาศเหมาะหรืออันตรายกับการใช้ชีวิตเพียงใด โชคยังดีที่สมัยนี้แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเราก็สามารถตรวจสอบระดับมลพิษได้แล้ว โดยส่วนใหญ่ เรามักจะดูจากค่า AQI หากมีค่าเกินกว่า 100 ขึ้นไปเมื่อไร นั่นหมายความว่าอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

อีกหนึ่งตัวช่วยที่พวกเราก็คงได้ใช้ชีวิตจนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือ หน้ากากอนามัย แต่หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นจะต่างจากหน้ากากทางการแพทย์ธรรมดา ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดคือหน้ากากชนิด N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับ 0.1-0.3 ไมครอนได้ถึง 95% นอกจากนี้ยังมีหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นได้เพราะมีแผ่นกรองหลายชั้น

นอกจาก 2 ข้อข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว เพื่อให้เราป้องกันปัญหามลพิษได้ทั้งในและนอกบ้าน เราควรมีเครื่องวัดคุณภาพอากาศติดบ้านไว้สักเครื่อง ปัจจุบันตามท้องตลาดมีให้เห็นกันหลายรุ่นเลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าการเลือกซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่มีคุณภาพ จะให้เราทราบคุณภาพอากาศได้อย่างแม่นยำมากกว่า เช่น KUDOS uHoo Advance Air Sensor

  • สามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์ นาทีต่อนาที
  • วัดค่าอากาศครอบคลุมมากกว่า ได้ถึง 9 ค่า ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น PM 2.5 คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ สารอินทรีย์ระเหย (VOC) โอโซน และความดันอากาศ
  • มีระบบแจ้งเตือน Notification ผ่านแอปพลิเคชัน เมื่อคุณภาพอากาศที่ไม่ดี
  • แชร์ข้อมูลอากาศให้เพื่อน และคนในครอบครัวได้อย่างไม่จำกัด
  • นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Virus Index ช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของไวรัส  ตรวจสอบสภาพอากาศว่าเหมาะสมต่อการเติบโตของไวรัสหรือไม่
  • สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ smart home เช่น  Google Assistant และ Amazon Alexa
  • สามารถสั่งงาน Smart Device เช่น เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่มีระบบ IFTTT ให้ทำงานได้อัตโนมัติ เพื่อคงอากาศที่ดีอยู่เสมอ
  • ใช้งานได้หลากหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เป็นต้น

วิธีลดมลพิษทางอากาศที่เราสามารถทำได้

การลดมลพิษทางอากาศจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ได้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ประชาชนอย่างเราก็มีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ หากหลายคนช่วยกันอากาศที่ดีก็จะกลับมาหาเราได้เร็วขึ้น โดยมีวิธีที่ทำได้ง่าย ดังนี้

เพราะถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งนั้นสร้างมลพิษให้อากาศตั้งแต่วิธีการผลิตจนถึงขั้นตอนการกำจัดกันเลยทีเดียว เนื่องถุงพลาสติกจะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นการกำจัดก็คือการเผาซึ่งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู้อากาศ ยิ่งใช้เยอะก็ยิ่งต้องเผาเยอะ ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกจึงช่วยลดวงจรนี้ลงไปได้อย่างมาก

การลดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือใช้เท่าที่จำเป็นนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยลดมลพิษ รู้หรือไม่ว่ากว่าที่ไฟฟ้าจะส่งมาถึงบ้านเรานั้น ต้องผ่านการเผาฟอสซิลที่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปัจจุบันโลกของเรากำลังสร้างก๊าซนี้ปีละกว่า 100 ล้านตัน โดยมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศและตู้เย็นมากที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ สารทำความเย็นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ หรือสาร CFCs (Chlorofluorocarbons) ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

การปลูกต้นไม้ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เช่นเดียวกัน เพราะต้นไม้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เปลี่ยนอากาศเสียเป็นอากาศที่ดี แถมยังช่วยให้ร่มเงา รวมถึงความร่มรื่นได้อีกด้วย

หากเราแยกขยะอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ปัญหาขยะ หรือการจะต้องนำขยะไปทำลายนั้นลดลงได้ การทำลายขยะที่มาจากครัวเรือนต่าง ๆ ซึ่งมีปริมาณมากนั้นจะต้องใช้พลังงาน เช่น การเผาไหม้ที่จะทำให้เกิดมลพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ อีกทั้งการแยกขยะยังนำไปสู่การแยกของกลับไปรีไซเคิลเพื่อลดการผลิตซ้ำ เช่น ขวดหรือถุงพลาสติก

มลพิษทางอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และอาจก่อให้เกิดผลร้ายทางสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นหากพอจะมีวิธีช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากอันตรายเหล่านี้ได้ ก็ควรทำอย่างเร่งด่วน เราสามารถปกป้องตัวเราเองได้ง่าย ๆ เช่น การตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกข้างนอก สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย อย่างเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่จะทำให้เราดูแลร่างกายของตัวเองและคนที่รักได้อย่างทันท่วงที

รวมอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน

รวมอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน

หากพูดถึงงานอดิเรกของคนรักบ้าน หนึ่งในนั้นจะต้องมี “การทำสวน” อยู่ในลิสต์แน่ ๆ ยิ่งช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา มีคนหน้าใหม่เข้ามาในวงการทำสวนกันเยอะมาก และบทความในวันนี้ ก็จะขอมาแนะนำอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน เพื่อไปเนรมิตให้สวนของเราน่ามองยิ่งกว่าเดิม

รวมอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน

หลายคนที่ปลูกต้นไม้ ก็คงจะอยากให้ต้นไม้ของเรามีรูปทรงที่สวยงามอยู่เสมอเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง เช่นนั้นแล้วล่ะก็ กรรไกรตัดกิ่งถือเป็นอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานเบอร์ต้น ๆ ที่ควรมีติดบ้านไว้ การเลือกซื้อกรรไกรตัดกิ่งควรเลือกที่มีวัสดุแข็งแรง ตัดได้คม ด้ามจับก็ต้องจับได้ถนัดมือ อย่างเช่น กรรไกรตัดกิ่งไม้ SABOTEN (Japan) รุ่น 1257

  • ใบมีดแข็งแรงทนทาน ประสิทธิภาพสูง ทนการเสียดสีได้ดีเพราะทำจากเหล็กกล้า (High Carbon Stell SK5)
  • หมดห่วงเรื่องผิวเหล็กติดเนื้อยางของพืชเพราะใบมีดเคลือบด้วยสาร Fluorite กันสนิม ทำให้มีผิวที่ลื่น
  • ตอบโจทย์การตัดกิ่งไม้ในแนวตรง มีที่ล็อคกิ่งไม้ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน
  • ด้ามจับปลอดภัยต่อการใช้งานเพราะเป็นเหล็กหุ้มด้วยยางคุณภาพสูง เหนียว แข็งแรง ทนความร้อน และกันลื่นได้ดี ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาใช้งาน
  • มาพร้อมตัวล็อคใบมีดเพื่อความปลอดภัยเวลาจัดเก็บหรือพกพา
  • ด้ามจับถูกออกแบบมาให้จับกระชับมือ ใช้งานง่าย มีน้ำหนักเบา
  • การันตีคุณภาพเพราะผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

แน่นอนว่าจะปลูกต้นไม้ลงดินได้ ก็ต้องมีเสียมเป็นอุปกรณ์ทำสวนติดบ้านสำหรับขุดหลุม หากเป็นบ้านที่มีพื้นที่ทำสวนขนาดเล็ก เสียมจะตอบโจทย์มาก เพราะมีน้ำหนักเบา ขุดหลุมเล็กได้ดี

แฝดพี่ของเสียมก็คือ จอบ อีกหนึ่งอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐาน โดยจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ “จอบขุด” สำหรับขุดหลุมขนาดใหญ่ และ “จอบถาก” สำหรับดายหญ้า เกลี่ยหน้าดินให้เรียบ

การจะปลูกต้นไม้ให้งามได้ ผู้ปลูกควรขยันพรวนดินบ่อย ๆ ดังนั้น อีกหนึ่งอุปกรณ์ทำสวนที่ต้องมีติดบ้านก็คือ ส้อมพรวน มีลักษณะเป็นซี่ ๆ คล้ายส้อม ใช้ในการดูแลดินไม่ให้แข็งซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการเติบโตของต้นไม้ เหมาะสำหรับใช้กับพืชต้นเล็ก ๆ เช่น พืชผักสวนครัว

อีกหนึ่งอุปกรณ์ทำสวนสำหรับพรวนดินและปรับหน้าดินก็คือ คราด ช่วยพรวนดินให้พืชร่วนซุย ส่วนใหญ่แล้วเหมาะกับการใช้งานหนัก ๆ มากกว่าส้อมพรวน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ “คราดเหล็ก” สำหรับเกลี่ยหน้าดิน มีความแข็งแรงทนทาน และ “คราดใบไม้” ใช้สำหรับกวาดใบไม้ที่ร่วงตามพื้น

การทำสวนจะขาดบัวรดน้ำได้อย่างไร โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการรดน้ำต้นไม้เล็ก ๆ ที่ไม่ควรรดแรง ๆ ยิ่งต้องมีติดบ้าน สายน้ำจากบัวรดน้ำ จะช่วยถนอมกิ่งหรือลำต้นของต้นไม้พันธุ์เล็กไม่ให้หัก

ในเมื่อมีบัวรดน้ำที่เหมาะกับต้นไม้ขนาดเล็กไปแล้ว หากบ้านไหนมีพื้นที่ทำสวนกว้าง หรือมีต้นไม้ใหญ่ทีต้องการน้ำมาก สายยางรดน้ำคืออุปกรณ์ทำสวนที่ต้องมีติดบ้าน เราสามารถลากสายยางไปบริเวณไกล ๆ ตามต้องการได้ อีกทั้งเดี๋ยวนี้สายยางรดน้ำยังมีหลายหัวจ่ายน้ำให้เลือกปรับตามการใช้งานแบบต่าง ๆ

หากต้องการจะขุดดิน และย้ายต้นไม้ต้นเล็ก ๆ มาปลูกในพื้นที่ที่ต้องการ ช้อนปลูกนับเป็นอุปกรณ์ทำสวนที่ทุกบ้านจะต้องมี นอกจากจะเอาไว้ใช้ขุดหลุมตื้น ๆ และย้ายต้นไม้ได้แล้ว ยังเหมาะกับการตักดิน หรือตักปุ๋ยไปบำรุงพืชอีกด้วย

4 วิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ทำสวนให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

4 วิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ทำสวนให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

 

ในเมื่อเรามีอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานครบแล้ว ต่อมาก็ต้องรู้วิธีจัดเก็บ และดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้พร้อมใช้งาน และอยู่กับเราไปได้นาน ๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ โดยหลักการการดูแลรักษาอุปกรณ์ทำสวนมีดังนี้

1. ไม่ควรทิ้งเครื่องมือให้ตากแดด ตากฝน : ควรหาที่จัดเก็บอุปกรณ์ทำสวนอย่างเป็นหลักเป็นแหล่ง การปล่อยให้เครื่องมือเหล่านี้ต้องตากแดดตากฝน สิ่งที่จะตามมาก็คือสนิม ทำให้อายุการใช้งานนั้นยิ่งสั้นลงไปอีก ควรเก็บไว้ในที่ร่ม และการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ ยังช่วยให้หยิบใช้งานได้ง่าย และปลอดภัยอีกด้วย

2. หลังใช้งานควรเก็บล้างให้สะอาด พร้อมเช็ดให้แห้งสนิท : อุปกรณ์ทำสวนที่ผ่านการใช้งานในแต่ละทีจะต้องเจอทั้งดิน ทั้งน้ำซึ่งเป็นตัวการของสนิม ดังนั้น หลังจากใช้งานควรใช้น้ำล้างเครื่องมือเหล่านี้ให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น จอบ เสียม พลั่ว หรือแม้กระทั่งสายยาง อุปกรณ์ที่ทำจากโลหะ เมื่อล้างแล้ว ควรเช็ดให้แห้งก่อนจัดเก็บ บัวรดน้ำ เมื่อล้างแล้วก็ควรคว่ำให้เรียบร้อย

3. ใส่น้ำมันบำรุง : แม้จะเป็นเครื่องมือคุณภาพดีแค่ไหน แต่หากใช้ไปนาน ๆ ก็อาจมีการสึกกร่อน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปได้ และสนิมก็นับเป็นปัญหาที่มาคู่กับอุปกรณ์ทำสวนเหล่านี้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อใช้เสร็จ หลังจากล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งแล้ว ควรทาน้ำมันกันสนิมไว้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง หากมีตรงไหนที่เริ่มฝืดเคืองก็อาจหาจารบีมาหยอด

4. ลับคมให้กับเครื่องมือ : อุปกรณ์ทำสวนประเภทของมีคม ไม่ว่าจะเป็นกรรไกรตัดกิ่ง จอบ เสียม ฯลฯ เราควรหมั่นลับใบมีดให้คมอยู่เสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพราะนอกจากจะช่วยให้เราใช้งานได้ดีแล้ว ยังไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ของเราด้วย

รวมอุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับลิสต์อุปกรณ์ทำสวนพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน รวมถึงเคล็ดลับการดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ทำตามได้ง่าย ๆ กันเลยใช่มั้ย อย่าลืมนะทุกคน สิ่งสำคัญที่สุดเวลาเลือกซื้ออุปกรณ์นั้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน เพราะถ้าเราใช้อุปกรณ์ที่ดี ย่อมทำให้สวนของเราสวยงามน่ามอง

How to ผิวใส! ชวนทำสปาผิวหน้าง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

How to ผิวใส! ชวนทำสปาผิวหน้าง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

มลภาวะนอกบ้านที่เราต้องเผชิญในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ไหนจะความร้อน ควัน อีกทั้งฝุ่น PM 2.5 ที่ตอนนี้เริ่มกลับมาทักทายประตูบ้านเราอีกแล้ว หากเผชิญสิ่งเหล่านี้ไปมาก ๆ ผิวของเราจากที่เคยสวยใส อาจเกิดหมองคล้ำ เป็นสิวขึ้นมาได้ ทางแก้ที่ง่ายและเห็นผลทันใจก็คือ การเข้าคลินิกไปทำหัตถการต่าง ๆ หรือทำสปาหน้าเพื่อดูแลผิวให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง แต่เรื่องของมลภาวะถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าจะให้เข้า-ออกสปาบ่อย ๆ เงินคงหมดกันก่อนพอดี

แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีวิธี ในเมื่อเราสามารถยกสปามาไว้ที่บ้านได้ บอกเลยว่า การทำสปาที่บ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมให้ประโยชน์เหลือล้น วันนี้เราเลยมี How to เพื่อผิวใสจากการทำสปาที่บ้านมาฝากกัน

ขั้นตอนการทำสปาผิวหน้าง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

ขั้นตอนการทำสปาผิวหน้าง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

 

ขึ้นชื่อว่าสปา นอกจากจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้แล้ว ยังช่วยฟื้นฟูให้ผิวพรรณกลับมาสดใส โดยเฉพาะการทำสปาหน้าที่เป็นที่นิยมกันมาก และมีหลากหลายสูตรให้เลือกตามสภาพปัญหาผิวของแต่ละคน หากใครทำตามขั้นตอนสปาผิวหน้าตามนี้ รับรองว่าได้ผิวใสกลับคืนมาแน่นอน

เริ่มแรกเราควรทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดเสียก่อน ผิวของเราจะได้รับการบำรุงได้อย่างล้ำลึก หากใครที่แต่งหน้า ก็ควรเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยครีมหรือโฟมล้างหน้าอีกหนึ่งครั้ง โดยการล้างหน้าในขั้นตอนนี้ เราควรจะทำการล้างอย่างอ่อนโยน เพราะการล้างหน้าแบบถูแรง ๆ หวังว่าจะให้สะอาดถือเป็นความเชื่อที่ผิด นอกจากนี้เราควรใส่ใจเรื่องน้ำที่จะนำมาทำความสะอาดผิวหน้าด้วย เช่น น้ำที่เราใช้ล้างหน้ามีสิ่งปนเปื้อนหรือไม่ แรงดันน้ำแรงไปหรือเปล่า

หากใครต้องการดูแลผิวหน้าให้ดีตั้งแต่ขั้นตอนแรก เราขอแนะนำ Kudos Mist Shower ฝักบัวละอองหมอกจากประเทศญี่ปุ่น

  • สายน้ำพิเศษที่ถูกออกแบบมาให้แรงแต่ไม่เจ็บ สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกด้วยแรงดันน้ำที่อ่อนโยนต่อสภาพผิวหน้า
  • ปรับได้ง่าย 2 ฟังก์ชัน “Mist Stream” มีเทคโนโลยี  Nanomist ที่ให้สายน้ำนุ่มนวลและละเอียดเหมือนละอองหมอก “Normal Stream” มาพร้อมกับองศาของสายน้ำที่ไม่เหมือนใคร ทำความสะอาดอย่างหมดจด ไม่ทำร้ายผิว
  • อุณหภูมิน้ำจากฟังก์ชัน Mist Stream จะทำให้อุณหภูมิน้ำต่ำลง ลดโอกาสที่ผิวโดนทำร้ายด้วยความร้อน อันเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งและเกิดริ้วรอย
  • ช่วยประหยัดน้ำเพิ่มมากขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับฝักบัวทั่วไป

หลังจากล้างหน้าจนสะอาดแล้ว ขั้นตอนถัดมาก็ต้องมาสครับผิวกันสักหน่อยเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เจอมลภาวะต่าง ๆ ออกไป และเผยผิวใหม่ที่สดใส การเลือกสครับควรเลือกที่มีเม็ดละเอียด ไม่ควรถูแรง ๆ เพราะเม็ดสครับอาจบาดผิวได้ และควรสครับเพียง 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ก็เพียงพอ มิฉะนั้นผิวหน้าของเราจะบางเกินไป ทำให้ยิ่งแพ้ง่าย

ขั้นตอนต่อมาของการทำสปาหน้าคือ การมาส์กหน้า ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขน ขจัดสารพิษออกจากใบหน้า ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน เราสามารถเลือกสูตรให้เหมาะกับผิวของเราได้ เช่น หากใครมีสิว หน้ามัน แนะนำให้มาส์กหน้าแบบโคลน สำหรับผิวแห้งควรเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยมาส์กที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก หรือหากต้องการแก้ปัญหาริ้วรอย ควรเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระหรือพวกเปปไทด์

ต่อมาก็ถึงขั้นตอนการบำรุงผิวด้วยเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา ในขั้นตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เพียงแค่อย่างเดียว วิธีการบำรุงผิวที่ถูกต้องก็คือ ควรเริ่มลงจากเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมง่ายไปยาก เช่น เราควรลงเซรั่มที่มีเนื้อเหลวก่อน ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เป็นเนื้อครีมซึ่งมีความเข้มข้นที่มากกว่า

ขั้นตอนสุดท้ายของการทำสปาหน้าก็คือ การนวดหน้า ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้เราผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยเรื่องปัญหาผิวต่าง ๆ ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ให้ผิวดูสดใสลดริ้วรอย ซึ่งการนวดหน้าด้วยตัวเองนั้นใครว่าจะต้องไปถึงสปาเพียงอย่างเดียว แค่มีสองมือเราก็พอแล้ว และสามารถนวดไปพร้อมกับตอนบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ได้เลย โดยนวดเบา ๆ ตั้งแต่หน้าผาก ดวงตา แก้ม คาง หรือหากใครมีตัวช่วยอย่าง “กัวซา” ที่กำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ ก็ช่วยทำให้ผิวของเราดูกระชับได้ดีมาก ควรนวดหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง

ประโยชน์ของการทำสปาผิวหน้า

ประโยชน์ของการทำสปาผิวหน้า

 

กล่าวกันมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มทราบกันแล้วว่าการทำสปาหน้ามีประโยชน์จริง แต่คราวนี้เราจะมาย้ำกันสักหน่อยว่าทำไมเราถึงควรทำสปาหน้าเป็นประจำ

1. ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก : การทำสปาหน้าตามขั้นตอนที่เรายกมาข้างต้นจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าของเราได้เป็นอย่างดี ลึกถึงด้านในรูขุมขน ผิวของเราจึงเหมือนได้ดีท็อกซ์จากมลภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน เมื่อสิ่งสกปรกถูกขจัดออกไปแล้ว ผิวก็จะได้รับการบำรุง และเผยผิวใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

2. ช่วยป้องกันริ้วรอย : การทำสปาหน้าด้วยวิธีการนวดหน้าเพื่อยกกระชับ หรือการมาส์กหน้าที่ตอบโจทย์เรื่องริ้วรอยนั้น สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจน แถมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อสู้กับปัญหาริ้วรอยได้ดี

3. ผิวพรรณเปล่งปลั่ง : ขั้นตอนต่าง ๆ ระหว่างการทำสปาหน้านั้น มีส่วนช่วยให้ผิวของเราดูเปล่งปลั่งกลับมามีชีวิตชีวาได้ อย่างการสครับหน้าก็ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก และเผยผิวใหม่ที่เฟรชยิ่งกว่า หรือการนวดหน้า ก็ช่วยให้เลือดใต้ผิวหนังไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น เราจึงรู้สึกว่าผิวดูสดใสหลังจากทำสปาเสร็จแล้ว

4. ลดปัญหาสิว ผิวใส : สปาหน้าช่วยลดปัญหาสิว และช่วยให้ผิวใสได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกอย่างการล้างหน้า เมื่อเราขจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนออกไปได้หมดแล้ว ก็จะหมดปัญหารูขุมขนอุดตันจนเกิดสิว นอกจากนั้นการมาส์กหน้าบางประเภท เช่น การมาส์กหน้าด้วยโคลนนั้น ยังช่วยลดความมันของผิว และยังช่วยดูดสิ่งสกปรกออกจากผิวจนหมดจดอีกด้วย

หากอ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้มองว่าการทำสปาหน้าเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเราสามารถทำเองง่าย ๆ ได้ที่บ้านไม่กี่ขั้นตอน แต่ขั้นตอนที่สำคัญมาก ก็คือการเตรียมผิวโดยการล้างหน้าให้สะอาดเพื่อให้ผิวเปิดรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้อย่างเต็มที่ เราอาจหาตัวช่วยอย่างฝักบัวดี ๆ ที่มีฟังก์ชันถนอมผิวมาช่วยปรนนิบัตรผิวของเราให้สวยมากยิ่งขึ้น