Category Archives: ไลฟ์สไตล์

ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ว่าความสะอาดสะอ้านของบ้าน มีส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้อาศัย บางคนอาจมีนิสัยชอบจัดแจงความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่จะจัดแจงแต่งเติมอย่างไร ให้ข้าวของเครื่องใช้ไม่กลับมาเกะกะเหมือนเก่า เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ หากบ้านที่จัดระเบียบไว้อย่างดี จะมีข้าวของมาเพิ่มให้รกรุงรังครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างที่ทุกคนทราบดี มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้บ้านนั้นไม่เป็นระเบียบแบบวันแรก ๆ ที่เข้าอยู่อาศัย อาจเป็นเพราะการที่ต้องทำงานหนักของเหล่ามนุษย์เงินเดือน จนทำให้ไม่มีเวลามาจัดแจงของใหม่ ๆ ให้เป็นที่เป็นทางเช่นเดิม ตลอดจนการมีลักษณะนิสัยชอบซื้อของเข้าบ้านเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่ได้มีวิธีจัดการกับของเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ในทางการแพทย์แล้ว การที่บ้านของเรารกไปไม่น่ามอง สามารถส่งผลโดยตรงต่อสภาวะทางอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อย จนถึงขั้นที่นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘พื้นที่โดยรอบ สามารถส่งผลต่อตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้’ ฉะนั้น การจัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย จะช่วยเพิ่มความสุขทั้งทางกายและทางใจไปควบคู่กัน วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปตรวจเช็กอุปสรรคสำหรับผู้อาศัย ว่าทำไมถึงจัดระเบียบบ้านไม่ได้สักที รวมถึงเราจะมีวิธีอย่างไรในการจัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่

5 อุปสรรคที่มักเจอ ทำให้การจัดบ้านล่มไม่เป็นท่า

  1. ไม่มีแรงจูงใจ : อาการท้อแท้ในการจัดระเบียบสิ่งของ เป็นความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นบ่อยจนทำให้เราขาดแรงจูงใจ ไม่รู้สึกอยากจะจัดระเบียบมากพอ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องมุ่งมั่นและมีภาพระเบียบบ้านในจินตนาการเสียก่อน วาดฝันไว้ว่าเมื่อเราทำสำเร็จมันจะออกมาดีแค่ไหน และไม่ลืมที่จะกำหนดเป้าหมายเป็นขั้นตอน
  2. ไม่มีเวลา : อุปสรรคยอดฮิตที่หลายคนประสบปัญหา ‘ไม่มีเวลาเพียงพอ’ มักทำให้แพลนจัดบ้านล่มแล้วล่มอีก แต่หากอุปสรรคข้อนี้ไม่ถูกแก้ไขหรือขจัดออกไป การจัดระเบียบคงจะไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
  3. ผัดวันประกันพรุ่ง : อุปสรรคข้อนี้อาจสืบเนื่องมาจากลักษณะนิสัยรายบุคคล แต่เหตุผลเรื่องงานบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง มักมาทำให้เราเกิดผัดวันประกันพรุ่งได้อยู่บ่อย ๆ
  4. โดนรบกวนด้วยสิ่งรอบข้าง : ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะ สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ แจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ คนในครอบครัว ล้วนแต่มีส่วนทำให้การจัดบ้านของเราชะงักไปและขาดตอนไม่สำเร็จลุล่วงจนได้
  5. สิ่งของก่อนจัด เยอะเกินไป : ข้าวของกองพะเนิน มองผิวเผินยิ่งทำให้เราไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดี จนส่งผลให้เราล้มเลิกความตั้งใจการจัดระเบียบบ้านไปในที่สุด
ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

6 เคล็ดลับการจัดระเบียบบ้าน ทำอย่างไร ‘ให้บ้านเป็นระเบียบน่าอยู่อาศัย… ไม่กลับมารกอีก’

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการจัดระเบียบบ้านที่มักเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน นั่นก็คือ เราจะเริ่มต้นจัดระเบียบบ้านอย่างไรดี ต้องเริ่มจากจุดไหน และควรมีลำดับขั้นตอนอย่างไรให้ได้บ้านน่าอยู่กลับคืนมา

1. รื้อของออกมาเป็นสัดส่วน ก่อนจัดใหม่

วิธีเริ่มต้นนี้อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำ นั่นก็คือ การนำข้าวของที่รกรุงรังนั้นออกมาให้หมดเสียก่อน จะทำให้เราเห็นภาพรวมว่า ข้าวของที่มีเยอะมากแค่ไหนและเราควรจัดอะไรเป็นสิ่งแรก ถึงอย่างนั้น การรื้อของออกมาทั้งหมดในคราวเดียว อาจเพิ่มเวลาและงานให้เราว้าวุ่นมากขึ้น ทางที่ดี เราควรมีการแบ่งสัดส่วนการรื้อของก่อนจัดเก็บใหม่ แทนที่จะรื้อไปเลยในทีเดียว นอกจากนี้ องค์ประกอบแต่ละห้องของบ้าน ก็ควรมีการรื้อของเป็นสัดส่วนเหมือน ๆ กัน

  • ห้องครัว : ควรแบ่งการจัดระเบียบเป็นส่วนๆ ด้วยการเริ่มจาก ตู้เย็น ตู้เก็บของ ไปจนถึงโซนเก็บจานชาม
  • ห้องนอน : ควรเริ่มจากสัดส่วนที่ใช้บ่อยเป็นลำดับ เช่น เตียงนอน โต๊ะข้างเตียง ตู้เสื้อผ้า
  • ห้องน้ำ : การจัดส่วนตามการใช้งาน เช่น โซนวางแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู ผ้าเช็ดตัว และสุขภัณฑ์

2. ตัดสินใจในการคัดเลือกสิ่งของอย่างเด็ดขาด

“อันนั้นก็น่าเก็บเอาไว้ อันนี้ก็น่าจะได้ใช้ในอนาคต” ลักษณะนิสัยที่ชอบเสียดายของก็เป็นหนึ่งในปัญหาระดับนานาชาติที่เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านมักพบเจอ ส่งผลให้ของทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นปะปนกันอยู่จนรกเกินไป ฉะนั้น สิ่งที่คนจัดบ้านจำเป็นต้องมี คือการตัดสินใจที่เด็ดขาดและเฉียบขาด เลิกเป็นคนเสียดายของทุกสิ่ง เพราะความเป็นจริง สิ่งของหลายอย่างอาจไม่จำเป็นกับเราในอนาคต ให้เราตัดใจขจัดทิ้งไป นำไปบริจาค หรือขายต่อก็ยังสามารถสร้างรายได้เล็กน้อยเพิ่ม

แต่หากเราเกิดสับสนและลังเลว่าสิ่งไหนควรทิ้งไป หรือ สิ่งไหนควรเก็บ การหยิบใช้แนวคิด ‘Spark Joy’ จากทฤษฎี KonMari ของนักจัดบ้านผู้เชี่ยวชาญ คนโด มาริเอะ ก็อาจมาช่วยให้เราจัดบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทฤษฎีนี้จะทำให้เราเข้าใจและเห็นถึงแก่นแท้ของความหมายในสิ่งของแต่ละชิ้นภายในบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3. จัดหมวดหมู่สิ่งของ

เมื่อเราสามารถแยกสิ่งของที่ต้องการจะจัดเก็บได้แล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือการ จัดหมวดหมู่ให้กับสิ่งของเหล่านั้น ด้วยการแยกประเภทตามสัดส่วนที่เราจัดแจงเอาไว้ เช่น หากวางแผนจะจัดห้องทำงาน เราจำเป็นที่จะต้องแยกหมวดหมู่สิ่งของในนั้นทั้งหมดให้ไม่ปะปนกัน เช่น จัดหมวดหมู่ของหนังสือ จัดหมวดหมู่ของเอกสาร หรือ แม้แต่สิ่งของที่มีคุณค่าสำคัญ ก่อนจะหยิบใส่กล่องที่จะช่วยให้หมวดหมู่เหล่านั้นอยู่อย่างเป็นระเบียบ

แต่หากใครที่ลองจัดตามหมวดหมู่ทั่ว ๆไป การจัดบ้านก็ยังกลับมารกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ลองหยิบเอาวิธีของคนโด มาริเอะ มาใช้อาจช่วยคุณได้ไม่น้อย ตามทฤษฎีดังกล่าว คุณจำเป็นต้องเรียงลำดับการจัดสิ่งของตามหมวดหมู่ทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ หมวดเสื้อผ้า หมวดหนังสือ หมวดเอกสาร หมวดของใช้ทั่วไป และหมวดของที่มีคุณค่าทางใจ

 4. นำป้ายหรือฉลากเข้ามาเสริมการจัดระเบียบ

ป้าย หรือ ฉลาก (Label) เป็นอีกตัวช่วยที่จะมาเสริมการจัดระเบียบให้ดูเข้าใจและเข้าถึงง่าย จากป้ายชื่อหรือคำอธิบาย แค่มองแว๊บเดียว เราก็สามารถเข้าใจได้ว่าของที่อยู่ในกล่อง หรือ ลิ้นชักเหล่านั้นเป็นหมวดหมู่อะไร และง่ายต่อการค้นหาในอนาคต ไม่เพียงแต่จะช่วยการค้นหาให้รวดเร็วกว่าเดิม จะยังช่วยเพิ่มเติมเสริมแต่งความสวยงามให้กับห้องนั้น ๆ ได้อีกด้วย

5. เรียงลำดับความสำคัญในพื้นที่จัดวาง

เมื่อเราสามารถคัดแยกสิ่งของ จัดหมวดหมู่ได้อย่างสวยงาม ตลอดจนการเพิ่มป้ายชื่อแปะเข้าไปให้ง่ายต่อการค้นหาแล้ว วิธีถัดไปที่จะยิ่งช่วยให้เราไม่รู้สึกหงุดหงิดยามใช้งาน นั่นก็คือ การเรียงลำดับความสำคัญในการจัดวางเข้าพื้นที่ สิ่งไหนที่ใช้งานบ่อยสุดๆ ควรถูกจัดสรรเข้ากับพื้นที่ที่ง่ายต่อการหยิบใช้ หากสิ่งไหนที่เราเลือกเอาไว้ว่าจำเป็นแต่ไม่ค่อยได้หยิบใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้นำไปจัดเก็บไว้บนพื้นที่ในสุด หรือ ชั้นบนของตู้ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การหยิบใช้สะดวกคล่องตัว แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งของที่จัดเก็บเอาไว้เป็นหมวดหมู่ ถูกรื้อค้นให้เสียระบบ และที่สำคัญจะทำให้ความเป็นระเบียบเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 6. สร้างลักษณะนิสัยการจัดเก็บอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ยากไปกว่าการจัดระเบียบบ้านใหม่ คือทำอย่างไรให้รักษาความเป็นระเบียบเหล่านั้นให้คงอยู่อย่างสม่ำเสมอ เราจำเป็นต้องสร้างลักษณะนิสัยการจัดเก็บให้อยู่กับเราไปอย่างถาวร เมื่อไหร่ที่ใช้งานสิ่งใด ให้จัดเก็บเข้าที่ดังเดิม ถึงแม้วิธีนี้อาจทำยากและไม่ได้ใช้เวลาเพียงวันเดียว แต่เราจำเป็นต้องฝึกฝนกับตัวเองวันละนิดละหน่อยกับงานบ้านเล็ก ๆ ระหว่างวัน เมื่อไหร่ที่เราฝึกฝนตัวเองอย่างแน่วแน่ และชินไปกับการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ความเรียบร้อยของบ้านก็จะสามารถคงอยู่ต่อไป โดยที่เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านครั้งใหญ่บ่อยๆ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า การจัดระเบียบบ้านนั้นไม่ได้ยากเกินไป แต่ต้องอาศัยความตั้งใจสูงทีเดียว ไหนจะลำดับขั้นตอน ตลอดจนความรู้ความเข้าใจในการใช้สอย หรือ การแยกสิ่งของ เพื่อให้การจัดระเบียบบ้านนั้นทรงประสิทธิภาพและสามารถคงอยู่อย่างยาวนานที่สุด

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง ‘เครื่องทำน้ำร้อน’

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง ‘เครื่องทำน้ำร้อน’

ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน และสภาพอากาศส่วนใหญ่ที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ก็มักจะเป็นอากาศร้อนเสียส่วนมาก ชนิดที่ไม่ว่าจะหน้าหนาวแค่ไหน ก็ยังมีวันที่ร้อนอบอ้าวได้ไม่ต่างกัน แต่ในทางกลับกันนั้น คนไทยสมัยนี้มักนิยมอาบน้ำอุ่นกันอย่างแพร่หลาย อาจเนื่องด้วยปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม บวกกับลักษณะนิสัย ตลอดจนข้อดีของการอาบน้ำอุ่นที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่เจอมาทั้งวันได้เป็นอย่างดี นั่นจึงทำให้ คนไทยหลายคน หันมานิยมอาบน้ำอุ่นกันมากขึ้น

และเมื่อพูดถึงการอาบน้ำอุ่น สิ่งที่ช่วยให้น้ำเย็นกลับกลายเป็นน้ำอุ่นทันใจได้ ก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องมือตัวช่วยสมัยใหม่ในรูปแบบของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘เครื่องทำน้ำอุ่น’ หลายบ้านหลายครัวเรือนคุ้นชินกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ จนไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิด อย่าง ‘เครื่องทำน้ำร้อน’ ที่มีบทบาทในการสร้างน้ำอุ่น แถมยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่าในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่การใช้งาน ตลอดจนการตกแต่ง

 เครื่องทำน้ำร้อน กับ เครื่องทำน้ำอุ่น ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อพูดถึง “เครื่องทำน้ำอุ่น” หลายคนอาจคุ้นชินและนึกภาพตามได้อย่างไม่ยากเย็น แต่หากเป็น “เครื่องทำน้ำร้อน” เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนอาจสับสนและสงสัย ว่านั่นไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดเดียวกันหรือ ซึ่งความจริงแล้ว เครื่องทำน้ำอุ่น และ เครื่องทำน้ำร้อน ถึงแม้จะมีจุดประสงค์เหมือนกัน นั่นก็คือ การเปลี่ยนอุณหภูมิน้ำให้อุ่นหรือร้อนขึ้น แต่รูปแบบการติดตั้ง การออกแบบ ประโยชน์ใช้สอยในหลายๆจุด รวมไปถึงหลักการทำงาน ยังมีความแตกต่างกันมากพอสมควร

การติดตั้ง : ในแง่มุมของการติดตั้ง สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น จะมีความง่ายและสะดวกกว่ามาก ด้วยตัวเครื่องที่มักนิยมใช้ต่อโดยตรงทางเดียวระหว่างท่อน้ำและสายฝักบัว ทำให้ไม่ต้องตระเตรียมอะไรให้มากมายนัก และส่วนมากจะโชว์ตัวเครื่องเพื่อควบคุมการใช้งานในระยะใกล้ ๆ ในขณะที่เครื่องทำน้ำร้อน จะต้องถูกออกแบบพื้นที่เป็นพิเศษ มีการวางระบบท่อมากกว่า 1 จุด ตัวเครื่องไม่จำเป็นต้องตั้งโชว์แบบเดียวกับเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะจะมีหลักการควบคุมผ่านก๊อกน้ำเท่านั้น ที่สำคัญ เครื่องทั้ง 2 ชนิดจะใช้สายไฟคนละเบอร์ และท่อน้ำคนละแบบ


หลักการทำงาน : เครื่องทำน้ำอุ่นจะมีระบบท่อเพียงต่อเดียว ทำงานโดยที่น้ำเย็นจะถูกส่งผ่านมาจากก๊อกน้ำเข้าสู่ตัวเครื่องทำน้ำอุ่นโดยตรง ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการผ่านขดลวดหรือหม้อต้มให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น และไหลผ่านออกมาทางฝักบัว ผู้ใช้สามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ที่ตัวเครื่อง ในขณะที่เครื่องทำน้ำร้อน จะต้องอาศัยท่อน้ำหลักมากกว่า 1 ท่อ แบ่งเป็นท่อน้ำเย็นและท่อน้ำร้อน ท่อน้ำเย็นจะถูกต่อตรงมาที่ก๊อกน้ำ แต่สำหรับท่อน้ำร้อนจะถูกต่อผ่านเครื่องทำน้ำร้อนมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งทั้ง 2 จะมาเชื่อมกันที่ก๊อกน้ำใช้งาน เมื่อจะใช้งานน้ำร้อนหรืออุ่น ท่อน้ำร้อนและเย็นจะถูกเปิดมาผสมกัน หากผู้ใช้งานอยากได้น้ำร้อนแค่ไหน จะต้องบิดก๊อกปรับอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา หรือ บน-ล่างด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องปรับที่ตัวเครื่อง สำหรับการใช้งานฝักบัวกับเครื่องทำน้ำร้อนจะต้องมีก๊อกน้ำคั่นระหว่างท่อส่งน้ำ น้ำร้อนจะไม่ไหลตรงสู่ฝักบัวโดยตรง


ประโยชน์ใช้สอย : เครื่องทำน้ำอุ่นจะให้อุณหภูมิที่อุ่นพอดี ไม่ถึงกับร้อน ใช้กำลังไฟน้อย เครื่องทำน้ำอุ่น 1 เครื่อง สามารถใช้งานได้เพียง 1 จุดเท่านั้น ในขณะที่ เครื่องทำน้ำร้อน จะให้อุณหภูมิน้ำที่สูงกว่ามาก ร้อนไวสมใจ แต่ก็ใช้พลังงานไฟสูง เครื่องทำน้ำร้อน 1 เครื่องสามารถต่อไปยังก๊อกน้ำได้มากกว่า 1 จุด บางรุ่นสามารถต่อได้ทั้งหอพักหรือได้ทั้งครัวเรือน

ประเภทของเครื่องทำน้ำร้อน

เครื่องทำน้ำร้อนในท้องตลาดในปัจจุบัน มีให้เลือกสรรมากมายกว่าที่คิด แต่หลัก ๆ แล้วจะถูกแบ่งออกทั้งสิ้นเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ที่แยกตามการใช้พลังงานของตัวเครื่อง ได้แก่

เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้แก๊ส : เครื่องทำน้ำร้อนประเภทนี้ มักพบเจอได้บ่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีระบบแก๊สใช้เป็นปกติในครัวเรือนหรืออาคารนั้น ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดในการติดตั้งที่ต้องวางระบบที่ซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ในประเทศไทยจึงพบได้น้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่จะพบตามอุตสาหกรรมโรงแรมขนาดใหญ่ หรือตามโรงพยาบาลแทน


เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้ไฟฟ้า : ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด มักมาในรูปแบบหม้อต้ม (ถังเก็บ) หรือแบบไหลผ่าน โดยที่ทั้งคู่จะทำงานผ่านขดลวดไฟฟ้าเพื่อปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำให้สูงขึ้น แบบหม้อต้มจะมีถังเก็บน้ำขนาด 10 ลิตรขึ้นไป กักเก็บน้ำร้อนไว้ได้นาน และหากน้ำร้อนถูกดึงไปใช้ น้ำเย็นล็อตใหม่ก็จะถูกดึงเข้ามาแทนที่และเข้ากระบวนการทำให้น้ำร้อนขึ้นผ่านขดลวด เมื่อน้ำร้อนถึงเกณฑ์ที่กำหนด การทำงานของขดลวดไฟฟ้าก็จะถูกตัดไปอัตโนมัติ และจะปลุกการทำงานใหม่อีกครั้งเมื่อน้ำเย็นล็อตใหม่เข้ามา วนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สำหรับแบบไหลผ่าน จะมีหลักการที่เหมือนกันกับเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งแบบนี้จะมีหม้อน้ำขนาดเล็กและกะทัดรัดกว่าหม้อต้ม ขดลวดภายในจะทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิน้ำแบบเรียลไทม์ โดยไม่มีการกักเก็บน้ำ ไม่มีถังพัก


เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ : Solar Hot Water Heater หรือ เครื่องทำน้ำร้อนแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นการอาศัยประโยชน์โดยตรงจากความร้อน ที่มาจากรังสีของดวงอาทิตย์ เพื่อเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำภายในถังเก็บให้ร้อนขึ้น โดยสามารถมีอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 60 องศาเซลเซียส และน้ำที่ร้อนแล้วจะถูกส่งตรงจากถังเก็บเพื่อใช้จ่ายตามครัวเรือนได้ทั้งหมด รูปแบบนี้กำลังเป็นที่สนใจของหลายครัวเรือน เนื่องจากลงทุนเพียงครั้งเดียว สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ปี ช่วยประหยัดไฟและไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาไฟฟ้าหรือแก๊ส

ข้อดี - ข้อเสีย ของเครื่องทำน้ำร้อน

ข้อดี – ข้อเสีย ของเครื่องทำน้ำร้อน

ข้อดี : เครื่องทำน้ำร้อน เพียง 1 เครื่อง สามารถรองรับการใช้งานได้มากกว่า 1 จุด ครอบคลุมถึง ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ หรือ ฝักบัว และไม่เพียงแต่การใช้งานในห้องน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการใช้งานกับทั้งบ้านหรือทั้งอาคารได้อีกด้วย นอกจากนั้น อุณหภูมิของน้ำที่ได้จากเครื่องทำน้ำร้อนจะมีความคงที่ ร้อนไว และมีแรงดันน้ำที่สูง พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เหนือสิ่งอื่นใด การเลือกใช้เครื่องทำน้ำร้อน จะสามารถดีไซน์ห้องน้ำให้สวยหรูขึ้นได้ เนื่องจากเครื่องทำน้ำร้อน ไม่จำเป็นต้องนำตัวเครื่องมาอยู่ในบริเวณการใช้งาน คราวนี้ ห้องน้ำก็จะสามารถโชว์แค่เพียงฝักบัวเก๋ๆ กับผนังเท่ๆ โดยที่ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดมารบกวนสายตา

ข้อเสีย : ในทางกลับกัน เครื่องทำน้ำร้อน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมแผนการติดตั้งมาก่อน ตั้งแต่การสร้างหรือรีโนเวทห้องน้ำ เพื่อให้ระบบท่อพร้อมต่อการติดตั้งอย่างไม่มีปัญหา ไม่สามารถใช้ท่อน้ำพลาสติกแบบปกติได้ และสายไฟจำเป็นต้องใช้เบอร์ใหญ่กว่าการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น นอกจากนี้ เครื่องทำน้ำร้อนจะกินกำลังไฟที่สูง อาจเป็นปัญหาต่อรายจ่ายในครัวเรือนได้

ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

มาถึงการติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อน ที่ต้องบอกก่อนว่าควรใส่ใจให้ดี เพราะงานนี้หากติดตั้งไม่ดีหรือศึกษาไม่มากพอ อาจมีปัญหาตามมาในภายหลัง โดยปกติแล้วก่อนการติดตั้งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และต้องคำนึงถึง 3 ประเด็นหลัก ๆ

งานท่อ : การวางระบบท่อสามารถฝังผนังได้ หรือหากมีพื้นที่จำกัดก็สามารถเดินท่อบนเพดานแล้วแยกตามการใช้งานได้อีกต่อหนึ่ง ‘ท่อ’ ที่ใช้กับเครื่องทำน้ำร้อน ห้ามใช้ท่อพลาสติก (PVC) ทั่วไปโดยเด็ดขาด เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่สูงจัด ควรใช้ท่อที่ทนร้อนและได้มาตรฐาน เช่น ท่อน้ำร้อน PP-R หรือ ท่อเหล็ก


การเลือกใช้สายไฟ : เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะสายไฟที่เดินปกติในเครื่องทำน้ำอุ่น จะไม่สามารถใช้ได้ในเครื่องทำน้ำร้อน ด้วยอัตราการใช้พลังงานที่มากกว่า ในเครื่องทำน้ำอุ่นจะใช้กำลังไฟเพียง 3,500 – 4,500 วัตต์ ในขณะที่เครื่องทำน้ำร้อนส่วนมาก จะมีอัตราการใช้กำลังไฟที่สูงตั้งแต่ 6,000 – 8,000 วัตต์ ฉะนั้นควรเลือกใช้สายไฟที่เบอร์ใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจ่ายไฟไม่เพียงพอ


ก๊อกน้ำ : สำหรับเครื่องทำน้ำร้อน จะไม่ได้ใช้การควบคุมที่ตัวเครื่องเหมือนเครื่องทำน้ำอุ่น แต่จะควบคุมความอุ่นร้อนที่ตัวก๊อกน้ำแทน ไม่ว่าจะอ่างล้างหน้า อ่างล้างมือ หรือ ฝักบัว ทั้งหมดที่ต่อกับเครื่องทำน้ำร้อน จะต้องมีก๊อกผสมสำหรับควบคุมอุณหภูมิน้ำอยู่เสมอ ในการติดตั้ง ผู้ใช้งานสามารถเลือกดีไซน์ก๊อกผสมที่ชอบและสะดวกต่อการใช้งานได้ของตน

เครื่องทำน้ำร้อนเหมาะกับใครบ้าง ?

จริง ๆ แล้ว ทั้งเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อน มีจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน ถึงอย่างนั้น สำหรับเครื่องทำน้ำร้อนที่อาจต้องมีติดตั้งที่ซับซ้อนและราคาสูงไปบ้าง แต่เหมาะอย่างยิ่งกับ

  • บ้านเรือนที่มีครอบครัวใหญ่ เพราะการติดตั้งเพียง 1 เครื่อง ก็สามารถกระจายการใช้งานไปได้ครอบคลุมหลายจุด
  • คนที่ชื่นชอบการอาบน้ำอุ่นจัด : สำหรับชาวน้ำอุ่นหรือชอบแช่น้ำแบบออนเซ็น การติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนที่บ้าน ก็จะยิ่งเปิดประสบการณ์แช่น้ำอุ่นแบบจุใจ ร้อนไว ไหลแรง
  • คอนโดที่เน้นสวยหรู หรือ ใครอยากได้ดีไซน์ห้องน้ำแบบมินิมอลและเรียบสวย เพราะการซ่อนตัวเครื่องได้แบบใจสั่ง จะช่วยให้ห้องน้ำสวยหรูดูแพงสมใจอยากนั่นเอง

พออ่านมาถึงตรงนี้ อาจช่วยให้หลายคนร้องอ๋อและเข้าใจในเจ้าตัวเครื่องทำน้ำร้อนกันมากขึ้นกว่าเดิม การใช้เครื่องทำน้ำร้อนก็มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมใช้แพร่หลายขึ้นในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากกระแสความนิยมในการตกแต่งบ้านให้สวยงาม อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณผู้ใช้งานจะเลือกแบบไหนให้ตรงใจ ก็อย่าลืมคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความปลอดภัยของคนในครอบครัวให้มากที่สุด

แนะนำอ่านต่อ : เลือกซื้อ “ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า” แบบมืออาชีพ

เคล็ดลับ รีโนเวทห้องน้ำ ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมงบไม่บานปลาย

เคล็ดลับ รีโนเวทห้องน้ำ ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมงบไม่บานปลาย

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า ‘ห้องน้ำ’ เป็นสัดส่วนสำคัญภายในบ้านที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้เสื่อมโทรมจนไม่น่าใช้งาน และหลายคนก็ปรารถนาจะให้ห้องน้ำนั้นใหม่เอี่ยมอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่หลายบ้านอาจสร้างมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จนโครงสร้างหรืออุปกรณ์ของบ้านทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แน่นอนว่าจะให้ซื้อ หรือสร้างบ้านใหม่ก็คงไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่าย ๆ การเลือกรีโนเวทบ้าน หรือ รีโนเวทเฉพาะเป็นห้อง ๆ ไป จึงเป็นสิ่งที่จะมาช่วยแก้ไขความทรุดโทรมเหล่านั้น เช่นเดียวกันกับ ‘ห้องน้ำ’ องค์ประกอบหนึ่งภายในบ้านที่หลายครอบครัวนิยมรีโนเวทให้ตอบโจทย์และทันสมัยกับช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น และการใช้งานที่อาจะเปลี่ยนไป

แต่แล้วปัญหาที่จะตามมากับทุกการรีโนเวท ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘งบประมาณ’ แน่นอนว่าทุกบ้านจะต้องมีการวาง ‘งบจัดสรรอันจำกัด’ สำหรับการรีโนเวทอยู่ก่อนแล้ว แต่พอถึงการลงมือรีโนเวทแล้วจริง ๆ ปัจจัยหลายสิ่งที่คิดว่าน่าจะควบคุมได้ ก็อาจไม่เป็นอย่างใจ จนงบประมาณที่เคยตั้งไว้ก็อาจเพิ่มสูงขึ้นจนเกินคาด นั่นเป็นสิ่งที่คนรีโนเวทบ้านต้องเคยพบเจอ จนแทบจะเป็นปกติไปเสียแล้ว ดังนั้นบทความวันนี้เราจะพูดถึงว่าการรีโนเวทห้องน้ำให้ถูกใจ และงบประมาณไม่บานปลาย ต้องทำอย่างไร หรือ ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง

4 ประเด็นหลักที่ต้องคำนึง ก่อนรีโนเวทห้องน้ำเพื่อให้งบประมาณไม่บานปลาย

1. วางแผนและงบประมาณ

สิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่สุดของวงการรีโนเวท จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก การวางแผนและการวางงบประมาณ ให้เป็นไปตามดังใจหวัง เช่นเดียวกับการรีโนเวทห้องน้ำ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผน ลำดับขั้นตอน สิ่งไหนต้องมาเป็นอันดับแรกและสิ่งไหนต้องมาเป็นลำดับถัดไปให้เป็นระบบระเบียบ เช่น เริ่มจากงานฝ้า เพดาน ผนัง และจบที่พื้นกระเบื้อง เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านั้น การวางงบประมาณ คือปัจจัยสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หลังการวางแผนอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้รู้ได้ว่า อุปกรณ์หรือสิ่งของไหนที่จำเป็นต่อการรีโนเวทครั้งนี้บ้าง ต่อมาจึงจะสามารถลิสต์สิ่งของจำเป็นให้อยู่ในงบประมาณที่จำกัด ที่สำคัญคือต้องหมั่นตรวจเช็กงานให้เป็นไปตามทิศทางที่วางแผนและงบประมาณไว้ด้วย

2. กำหนดระยะเวลา

ปกติแล้ว การรีโนเวทห้องน้ำ หากไม่เป็นการรื้อใหม่หมด จะใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความยาก-ง่ายและความต้องการของเจ้าของบ้าน แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาลงไปบนแผนการที่วางไว้ ร่วมกับผู้รับเหมาให้สามารถทำงานในระยะเวลาที่กำหนด เพราะอย่าลืมว่า ห้องน้ำเป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่เราต้องใช้เป็นกิจวัตรประจำวัน หากบ้านไหนมีห้องน้ำเพียง 1 ห้อง การรีโนเวทที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งอาจเกิดจากการไม่กำหนดเวลา ปัญหาเวลาซ่อมแซมที่ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของสมาชิกภายในบ้านได้

3. หาผู้รับเหมาที่ใช่

หากห้องน้ำบ้านไหนทรุดโทรมเกินกว่าจะจัดการซ่อมแซมเองได้ ตัวเลือกการพึ่งพาหาผู้เชี่ยวชาญก็คงเป็นสิ่งที่จะมาตอบโจทย์ได้อย่างดี เพื่อให้พวกเขามาช่วยรังสรรค์ภาพห้องน้ำในจินตนาการได้ออกมาสวยสมใจ แต่การจะเลือกหา ‘ผู้รับเหมาที่ใช่’ เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด ควรต้องมีตัวเลือกช่างมากกว่า 2 แห่ง เพื่อเปรียบเทียบหาทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ อย่าลืมพิจารณาปัจจัยร่วมที่ต้องตามมา เช่น การพูดคุยที่ต้องรับรู้และเข้าใจในตัวแบบงาน ช่างที่เก่งและดีจะสามารถแนะนำแนวทางที่คุณต้องการให้เหมาะกับงบประมาณได้

4. รื้อระบบท่อใหม่ เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

สำหรับคนรักบ้านมือใหม่ ที่กำลังสนใจจะรีโนเวทห้องน้ำในบ้าน อาจมีภาพในหัวว่าการรีโนเวทจะต้องเป็นการกำจัดของเก่าทิ้งไปแล้วรื้อทำใหม่ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ความจริงแล้ว การรีโนเวท ไม่จำเป็นต้องทุบทำใหม่หมดเสมอไป โดยเฉพาะกับการรีโนเวทห้องน้ำ เพราะระบบโครงสร้างห้องน้ำเอง จะมีหัวใจหลักสำคัญอยู่ที่ระบบท่อน้ำ หรือ ท่อประปา งานท่อเหล่านี้สามารถเปลี่ยนใหม่หมดได้ แต่ต้องแลกมาด้วยงบประมาณมหาศาล ไม่ต่างกับการสร้างห้องน้ำใหม่สักห้องมาแทนที่ มากไปกว่านั้น ระบบท่อแต่ละบ้านมีลักษณะที่แตกต่างกันไป หากตัดสินใจโยกย้ายระบบท่อใหม่ จะยิ่งเป็นการเพิ่มงบประมาณที่ไม่อาจเลี่ยงได้เข้าไปในแผนการรีโนเวท ฉะนั้นหากจำเป็น การหลีกเลี่ยงที่จะรื้อระบบท่อใหม่ทั้งหมดในการรีโนเวทห้องน้ำ จะช่วยเซฟงบประมาณได้

6 เคล็ดลับ กับการรีโนเวทห้องน้ำสมัยใหม่ ให้ถูกใจผู้อาศัย ปลอดภัย ไม่ไกลเกินงบ

6 เคล็ดลับ กับการรีโนเวทห้องน้ำสมัยใหม่ ให้ถูกใจผู้อาศัย ปลอดภัย ไม่ไกลเกินงบ

1. เลือกสุขภัณฑ์ที่ดี

คำจำกัดความของ ‘สุขภัณฑ์ที่ดี’ ไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป เพราะยุคสมัยนี้ เทคโนโลยีสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นสิ่งที่หายากหรือจับต้องไม่ได้ ด้วยตัวเลือกสมัยใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น สุขภัณฑ์จึงมีเกณฑ์ราคาตั้งแต่ถูกไปจนแพง หลาย ๆ แบรนด์ในปัจจุบันออกแบบนวัตกรรมสุขภัณฑ์ที่ทันสมัย พร้อมกับราคาเอื้อมถึงได้แบบสบายกระเป๋า ฉะนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุด คือตามหาสุขภัณฑ์ที่ใช่ ในราคาที่พอเหมาะ เพราะของดีไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง

แนะนำอ่านต่อ : เลือกซื้อ “ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า” แบบมืออาชีพ

2. เปลี่ยนของเก่าที่มีให้ใหม่ได้

อีกหนึ่งข้อคิดสำคัญในการรีโนเวทห้องน้ำ คือจำเป็นต้องสำรวจอุปกรณ์ภายในหรือสุขภัณฑ์ของเดิมที่มีอยู่เสียก่อน เพราะบางสิ่งบางอันไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่หมดไปเสมอ ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ เราสามารถเลือกซื้อของอัพเกรดเฉพาะจุดได้แบบไม่ต้องซื้อใหม่ยกชุด เช่น หากมีโถสุขภัณฑ์แบบเดิมที่ใช้ดีอยู่แล้ว แต่อยากรีโนเวทให้ทันสมัยขึ้น ปัจจุบัน มีอุปกรณ์แยกส่วน เช่น ฝารองโถอัตโนมัติ ที่แค่ซื้อมาติดกับโถสุขภัณฑ์อันเดิม ก็สามารถเพิ่มฟังก์ชันให้หลากหลาย เปลี่ยนโถเดิมให้เป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติแบบไม่ต้องเพิ่มงบประมาณให้บานปลาย

3. ระบบไฟและแสงสว่างที่ดี

ระบบไฟในห้องน้ำ เป็นระบบที่สำคัญไม่แพ้กับงานท่อ เพราะไฟและแสงสว่างถือเป็นหัวใจสำคัญที่มีบทบาทอย่างมาก ไม่เพียงช่วยให้การมองเห็น แต่ยังเสริมไปยังความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งาน ที่สำคัญ ความสว่างยังช่วยให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้นได้ ทุกครั้งที่รีโนเวทห้องน้ำจำเป็นต้องสำรวจระบบไฟว่าได้มาตรฐานหรือไม่และมีจุดไหนชำรุดไปบ้างหรือเปล่า เพราะหากละเลยจุดนี้ไป อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ และอาจส่งผลให้มีการซ่อมแซมที่ซ้ำซ้อน และนั่นจะทำให้งบประมาณบานปลายเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้จบ

4. ดีไซน์ตอบโจทย์ พร้อมประโยชน์ใช้สอย

การออกแบบที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ทุกการรีโนเวทห้องน้ำ จำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของตัวผู้ใช้งานเป็นหลัก มากกว่าการยึดติดกับดีไซน์สวยหรูเพียงอย่างเดียว หลายบ้านอยู่อาศัยร่วมกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดีไซน์เอื้อให้พวกเขามีความคล่องตัวและความสะดวกในการใช้ห้องน้ำ อาจจะเสริมราวจับที่ติดกับผนัง พื้นห้องน้ำที่ไร้สิ่งกีดขวาง หรือ โถสุขภัณฑ์ที่ลุกนั่งง่ายใช้สะดวก และที่สำคัญการรีโนเวทห้องน้ำ อาจต้องออกแบบเพื่อใช้งานในอนาคตระยะยาวได้ เพราะหลายบ้านคงไม่ปรารถนาที่จะรีโนเวทห้องน้ำใหม่อยู่บ่อย ๆ ฉะนั้น ออกแบบหนึ่งครั้งควรครอบคลุมระยะเวลาการใช้งานระยะยาวนานได้จึงจะดีที่สุด !

5. เลือกวัสดุงานกระเบื้องให้เหมาะกับการใช้งานและงบ

สำหรับห้องน้ำหลายบ้านมักเลือกปูกระเบื้องที่พื้นและผนังใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องใส่ใจในวัสดุที่เลือกสรรเข้ามาใช้ กระเบื้องปูพื้นควรต้องมีความด้าน ต่างจากกระเบื้องผนังที่มักมีความมันเงา ปัจจุบัน มีกระเบื้องและวัสดุทางเลือกใหม่เพิ่มเข้ามาในราคาที่หลากหลาย มากกว่า 5 แบบ ได้แก่

  • กระเบื้องเซรามิก : เป็นที่นิยมมากในการทำห้องน้ำ ราคาเป็นมิตร หาซื้อง่าย ส่วนใหญ่จะมีสีพื้น
  • กระเบื้องแกรนิตโต้ : เนื่องจากมีส่วนผสมของหินแกรนิต จึงเน้นไปที่ความทนทานสูง ปูพื้นก็ได้ ปูผนังก็ดี มีลวดลายสวยงาม มีตัวเลือกตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพง
  • กระเบื้องดินเผา : มีจุดเด่นคือมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ส่วนใหญ่เป็นงานทำมือ (Handmade) มีทั้งแบบด้านและเงา แต่ราคาค่อนข้างสูง
  • กระเบื้องพอร์ซเลน : มีลักษณะเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ เป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น อัตราการดูดซึมน้ำน้อย ทำให้พื้นไม่ลื่นเมื่อเปียกน้ำ ลวดลายเรียบหรู ดูสะอาด และออกไปในทางมินิมอลเสียส่วนใหญ่ มีความทนทานสูงที่สุด ปูพื้นก็ได้ ปูผนังก็ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง
  • กระเบื้องโมเสก : เน้นไปที่การตกแต่งตามงานผนัง มักมีลวดลายเป็นตาราง จะเป็นสีเดียวหรือหลากสีก็ได้ มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น แก้ว หิน หรือ เรซิน เหมาะกับคนที่อยากได้ดีไซน์ที่มีลูกเล่นยิบย่อย แต่อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบแบบเรียบหรู

6. เปลี่ยน Lay Out ใหม่ แทนการขยายพื้นที่

การขยับขยายพื้นที่ห้องน้ำใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมด้วยการ Re-Size อาจทำให้งบประมาณของคุณบานปลายได้ง่าย ๆ ทางที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนแปลงห้องน้ำใหม่ของคุณให้ดูกว้างขึ้นได้ คือการปรับโฉม Lay Out หรือองค์ประกอบการตกแต่งใหม่ เริ่มด้วยการเลือกใช้สีของห้องน้ำไปในโทนอ่อน โยกย้ายอุปกรณ์ที่เกินความจำเป็น หยิบใช้ชั้นวางที่เป็นแบบ Open Shelve หรือ ใช้ตู้อาบน้ำแบบสำเร็จรูปแทนอ่างอาบน้ำยาว ก็จะช่วยให้เนื้อที่ห้องน้ำที่เคยมีนั้นเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้ห้องน้ำเดิมๆดูกว้างขึ้นแบบไม่ต้องทุบทำใหม่ ประหยัดงบไปได้ไม่น้อยเลย

อย่างไรก็ตาม การรีโนเวทห้องน้ำเดิม ๆ ให้เป็นห้องน้ำทันสมัยด้วยนวัตกรรมใหม่ ยังมีทางเลือกอีกมากมายในปัจจุบัน สำหรับคนรักบ้านมือใหม่หรือใครที่กำลังสนใจรีโนเวทห้องน้ำ ควรใส่ใจในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด เพราะจุดเล็กน้อยที่อาจละเลยไป นั่นอาจก่อให้เกิดงบประมาณบานปลายได้แบบไม่ทันตั้งตัว

ปัญหาผมมันกวนใจ สระผมอย่างไรให้บอกลาผมมัน

ปัญหาผมมันกวนใจ สระผมอย่างไรให้บอกลาผมมัน
เรื่องของผม แต่กลายเป็นปมในใจสาว ๆ

นอกเหนือจากปัญาหาผิวพรรณ ผิวหน้าแล้ว เส้นผม ก็เป็นอีกส่วนนึงที่สาว ๆ มักให้ความสำคัญ และพยายามจะดูแลอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ก็เช่นเดียวกันกับผิว ไม่ว่าเราจะคอยดูแลดีอย่างไร ก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ อาจด้วยอากาศแสนร้อนของเมืองไทย หรือจะ พฤติกรรมดูแลเส้นผมใด ๆ ที่หญิงสาวอาจรู้ไม่เท่าทัน จนเกิดเป็นปัญหา ‘ผมมัน’ อันทำให้เส้นผมดูไม่สลวยสวยงามตามที่คิด สาว ๆ หลายคนเลยติดการสระผมเป็นชีวิตจิตใจ แต่นั่นอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้

จะดีกว่าไหม หากสาว ๆ ได้รู้ถึงต้นตอของการเกิดปัญหา และจะดีกว่านั้น หากเรารู้ถึงดูแลผมที่ถูกต้อง ตามแบบฉบับของสาวผมมัน ให้สามารถบอกลาสารพันปัญหาเรื่องผม ๆ ไปได้ในที่สุด

ผมมันเกิดจากอะไร ?

แท้จริงแล้ว ‘ผมมัน’ ไม่ได้เกิดจากการที่เส้นผมปลดปล่อยความมันออกมาโดยตรง แต่เกิดจากต่อมไขมันบนหนังศีรษะของเรานี่เอง ซึ่งเจ้าต่อมไขมันมากมายภายใต้ผิวหนังจะผลิตน้ำมันธรรมชาติ ที่เรียกว่า ‘ซีบัม (Sebum)’ ออกมาเพื่อปกป้องหนังศีรษะให้มีความแข็งแรงและชุ่มชื้น แต่กลไกตามธรรมชาตินี้จะถูกควบคุมโดยยีนในร่างกายของเราอีกที โดยที่ไม่สามารถบังคับได้ หลายครั้งที่ร่างกายไม่สามารถกะเกณฑ์การผลิตน้ำมันออกมาให้พอดีได้ หรือบางครั้ง ก็อาจเร่งผลิตน้ำมันมากเกินไป กลายเป็นแหล่งสร้างความมันกวนใจบนหนังศีรษะ ส่งต่อมายังรากผมและเส้นผมในที่สุด จนออกมาเป็นปัญหา ‘ผมมัน’ อย่างที่สาว ๆ หลายคนพบเจอ

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาผมมัน

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ปัญหาที่ยากเกินจะควบคุม นั่นก็คือสาเหตุของผมมันที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วงเข้าสู่วัยรุ่น หรือ ช่วงของวัยหมดประจำเดือน เหตุการณ์เหล่านี้ มีผลต่อความมันบนหนังศีรษะได้

  • การเปลี่ยนแปลงของอากาศ

หลายคนอาจเข้าใจว่า แค่ ‘ความร้อน’ อาจเป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเดียวที่จะส่งผลต่อความมันบนหนังศีรษะได้ แต่จริง ๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอุณหภูมิที่ลดลง หรือ เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ล้วนแต่สร้างผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันได้ และบ่อยครั้ง การที่อากาศเเห้ง และร่างกายพยายามเพิ่มความชุ่มชื้นมาทดแทน ก็สามารถเกิดการชดเชยความมันที่มากจนเกินไป จนทำให้ผมของเรามันเยิ้มตามมา

  • การสระผมทุกวัน

มาถึงข้อนี้ สาว ๆ หลายคนอาจอุทานตกใจ ว่าทำไมการสระผมทุกวัน ถึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดผมมันได้ นั่นก็เพราะว่า การสระผมแต่ละครั้ง คือการชะล้างความมันทั้งบนผมและหนังศีรษะให้หลุดออกไป เมื่อน้ำมันธรรมชาติถูกกำจัดหายไป กลไกตามธรรมชาติก็ต้องทำงาน ต่อมไขมันจะเริ่มสร้างน้ำมันมาชดเชยสิ่งที่ขาดหาย และเมื่อไหร่ที่เราสระผมบ่อย ๆ ร่างกายก็อาจคิดว่าเราต้องการความมันเพิ่ม และจะยิ่งเร่งผลิตน้ำมันมากขึ้นตาม จนทำให้หนังศีรษะมีความมันมากตามไปด้วย

  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กับเส้นผม

นอกเหนือจากกลไกของร่างกายและพฤติกรรม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กับเส้นผม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความมันเกิดขึ้นโดยตรงกับผมได้ เช่น การใช้น้ำมันใส่ผมเพื่อแก้ไขปัญหาผมแตกปลาย อาจเพิ่มปัญหาความมันมาด้วยอีกหนึ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่ชโลมน้ำมันตั้งแต่โคนจรดปลาย ความมันส่วนนี้จะยิ่งไปผนึกเข้ากับความมันธรรมชาติที่มี ก่อเกิดความมันคูณสอง ให้กับเส้นผมได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ การเลือกใช้แชมพูประเภทที่มีส่วนยับยั้งน้ำมันบนหนังศีรษะ จะยิ่งไปเร่งการผลิตน้ำมันซีบัมให้มากขึ้นอีก

5 วิธีลดการเกิดผมมัน ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

5 วิธีลดการเกิดผมมัน ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

1. สระผมแต่พอดี

การสระผมบ่อยครั้งเกินไป ก็มีแต่จะทำให้หนังศีรษะสร้างความมันมากขึ้น ฉะนั้น สำหรับสาว ๆ ที่มีผมมันเป็นพิเศษ ควรเลือกความถี่ในการสระผมแต่พอดี ไม่บ่อยครั้งจนเกินไป หากปกติสระผมทุกวันเป็นประจำ ก็อาจต้องลดความถี่ลงมาหน่อย ประมาณ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ถือว่ากำลังดี

2. อย่าจับหรือหวีผมบ่อยเกินไป

สาว ๆ คนไหนติดจับผมหรือลูบผมเป็นนิสัย ต้องระวัง เพราะการจับผมบ่อย รวมถึงการหวีผมบ่อยครั้งจนเกินไป จะยิ่งไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น มากไปกว่านั้น บนมือของเราจะมีสิ่งสกปรกและความมันติดอยู่ การนำมือไปจับผมบ่อย ๆ จะยิ่งนำความมันและสกปรกไปติดเส้นผมได้อีกทางหนึ่ง

3. หลีกเลี่ยงการหนีบผม

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบจัดแต่งทรงผม การหนีบผม เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผมมันได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ความร้อนอยู่ใกล้รากผม ต่อมไขมันก็จะเร่งขับน้ำมันธรรมชาติออกมา ทางที่ดีคือ ควรใช้แต่จำเป็น เลี่ยงการใช้เครื่องหนีบผมบ่อย ๆ หรือหากเป็นไปได้ ก็อาจจะปรับเปลี่ยนการจัดแต่งทรงผมด้วยวิธีอื่นแทน

4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นสมอย่างถูกต้อง

การเลือกใช้แชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่เเรงเกินไปสามารถทำร้ายผมทางอ้อมได้ นั่นก็คืออีกหนึ่งปัญหาใหญ่ หากสาว ๆ ผมมัน เลือกใช้แชมพูที่มีคุณวมบัติกำจัดความมันจนส่งผลให้หนังศีรษะแห้งกร้านจนเกินไป จะยิ่งไปกระตุ้นการผลิตไขมันบนหนังศีรษะเข้าไปอีก หลังจากสระผมไม่นานก็รู้สึกถึงความมันที่กลับมา จนวนลูบปัญหาเดิม ๆ ทางที่ดีควรเลือกแชมพูที่ขจัดความสกปรกและเป็นมิตรกับหนังศีรษะ

ทั้งนี้ สาว ๆ คนไหนกำลังเผชิญกับปัญหาผมหยักศก ชี้ฟู การเลือกตัวช่วยเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผม ที่อาจไปช่วยเรื่องผมเงางาม หรือ ป้องกันผมชี้ฟู ต้องดูให้ดี เพราะบางครั้ง ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมักประกอบไปด้วยน้ำมันหรือซิลิโคน ซึ่งอาจช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก แต่ก็จะยิ่งทำให้ผมดูมันเยิ้มไปด้วย

5. หันมาใช้ Dry Shampoo เป็นทางเลือก

ทางออกสำหรับสาว ๆ ที่รักการสระผมเป็นชีวิตจิตใจ แต่จะทำยังไง ถ้าไม่อยากสระผมถี่เกิน ‘Dry Shampoo’ จะเข้ามาเป็นหนึ่งไอเทมช่วยชีวิต สำหรับสาวที่มีเส้นผมมันง่าย Dry Shampoo จะทำหน้าที่ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกจากเส้นผม ทำให้เส้นผมดูไม่มันเยิ้มระหว่างวัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ Dry Shampoo เป็นเพียงทางเลือกหรือตัวช่วยชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการสระผมด้วยน้ำได้ และไม่ควรใช้บ่อย เนื่องจาก Dry Shampoo จะทำได้เพียงขจัดความมัน ไม่ได้ขจัดสิ่งสกปรกบนเส้นผมหรือหนังศีรษะ ฉะนั้น หากใครที่รู้สึกว่าผมมันง่ายเกินไป และอยากจะหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำตามปกติ Dry Shampoo จะเป็นทางเลือกที่ดี ที่ตอบโจทย์

เทคนิคการสระผมอย่างไร ให้บอกลาปัญหาผมมัน!

 เทคนิคการสระผมอย่างไร ให้บอกลาปัญหาผมมัน !

เทคนิคการสระผม ฉบับสาวผมมัน ‘สระอย่างไร ให้บอกลาความมันกวนใจเหล่านี้’ แน่นอนว่าสาว ๆ หลายคนอาจคุ้นชินกับการสระผมขจัดความมันกันเป็นอย่างดี แต่จะสระอย่างไรนี่สิ ที่จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามฉบับผู้เชี่ยวชาญ

  • เลือกอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม

การสระผมด้วย น้ำอุ่น หรือ ร้อน เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสาวผมมัน เพราะน้ำอุ่นหรือร้อน จะยิ่งเป็นการกระตุ้นต่อมไขมัน ทางที่ดีที่สุดคือเลือกสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ หรือ น้ำเย็น เพื่อช่วยให้รูขุมขนปิดตัว ไม่เร่งการผลิตน้ำมันธรรมชาติ

  • ใส่ใจขั้นตอนการสระผม

ขั้นตอนและลำดับการสระผมสไตล์สาวผมมัน นั้นทำได้ไม่ยาก

    • ขั้นตอนแรก : ล้างผมให้ทั่วถึง โดยขั้นตอนนี้แนะนำว่าอย่าล้างเเค่เพียงหมาดๆ ผมพอเปียก แต่ให้พยายามล้างฝุ่นสิ่งสกปรกออกให้มากที่สุดก่อนลงเเชมพู จากนั้นชโลมแชมพูเล็กน้อย เพื่อค่อย ๆ ชำระล้างสิ่งสกปรก
    • ขั้นตอนต่อมา : วนมาสระรอบที่ 2 ด้วยการชโลมแชมพูปริมาณมากขึ้น ตั้งแต่โคนจรดปลาย ก่อนจะลดปริมาณลงในรอบที่ 3 ทำในแบบเดียวกัน แล้วชะล้างออก
    • ขั้นตอนสุดท้าย : การเลือกใช้ครีมนวดผม หรือ ทรีตเมนต์ สำหรับสาวผมมัน ควรใช้ครีมนวดผมแต่ส่วนปลายเท่านั้น เพราะหากใช้ลงบนหนังศีรษะ จะยิ่งเพิ่มความมันขึ้นไปอีก จากนั้นให้ล้างผมให้เสะอาด ไม่ทิ้งคราบเเชมพู หรือครีมนวดผมให้หลงเหลือไว้

 

  • หาไอเทมดี ๆ มาเสริมการสระผมให้มีประสิทธิภาพ

จะว่าไป สมัยนี้การหาไอเทมเสริมเด็ดและดี เป็นที่นิยมมากในการใช้ชีวิตแทบทุกแขนง และเช่นเดียวกับ ‘การสระผม’ สำหรับสาว ๆ ผมมัน การสระผมที่ดี ไม่ใช่การขจัดความมันที่มีอยู่ออกไปทั้งหมด แต่ควรกำจัดสิ่งสกปรกอย่างล้ำลึก โดยที่ไม่ทำร้ายหนังศีรษะ

และไอเทมพิเศษที่คู่ควรแก่การมีของสาวผมมันที่รักการสระผม นั่นก็คือ ฝักบัวนวดบำบัด (Kudos X-Stream Hydro Massage) ตัวช่วยที่จะยกระดับการสระผมที่บ้าน ให้เหมือนร้านซาลอนชั้นนำ เพราะเจ้าฝักบัวนวดบำบัดชิ้นนี้ มีฟังก์ชันแรงดันน้ำ ที่พร้อมทำความสะอาดเส้นผม และสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดในเวลาอันสั้น อีกทั้ง ยังมีแผ่นฟิลเตอร์กรองคลอรีนจากน้ำประปา เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทิ้งความระคายเคืองให้แก่เส้นผมและหนังศีรษะแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม การสระผมที่ดีและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นเพียง 1 ในหลายเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยปกป้องการเกิดผมมันได้ ยังมีอีกหลายประเด็นข้างต้นที่สาว ๆ ต้องใส่ใจไม่น้อยไปกว่าการสระผมเลย ไม่ว่าจะพฤติกรรมการใช้ชีวิตเอย หรือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมดีๆ ที่ช่วยทำให้การสู้กับปัญหาของสาวผมมันนั้นง่ายดายขึ้นมาก

แนะนำอ่านต่อ : เคล็ดไม่ลับของการอาบน้ำที่คนผิวแห้งต้องรู้

เปลี่ยนห้องน้ำที่บ้าน ให้เป็นสปาส่วนตัวแบบทันสมัย ผ่อนคลายจากงานหนัก

เปลี่ยนห้องน้ำที่บ้าน ให้เป็นสปาที่บ้าน สปาส่วนตัวแบบทันสมัย ผ่อนคลายจากงานหนัก

ในยุคสมัยที่หญิงสาวอย่างเรา จริงจังกับการเป็น Working Women มากขึ้นกว่าแต่ก่อน สาวสมัยใหม่จำนวนไม่น้อย ต้องทำงานหนักเพื่อความสำเร็จจนไม่มีเวลาพักกายพักใจ แม้อยากจะเจียดเวลาซักนิดเพื่อไปสปาชั้นนำผ่อนคลายความเครียดซักหน่อยก็ไม่มีเวลาว่างพอ ไหนจะเวลาออกจากบ้านยามชั่วโมงเร่งรีบ กลับบ้านมาก็ฟ้ามืดเกือบสนิทเกือบทุกวัน

แต่หากอุปสรรคและปัญหาถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการบำบัด ความเหนื่อยล้า อ่อนแรงที่ประดังสั่งสมทุกๆวัน อาจพาให้สาวๆชาว working women เกิดอาการ Burn Out ได้

ความเหนื่อยล้าจากงาน กับอาการ Burn Out

ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องสปา เราอยากพาสาวๆทุกคนไปทำความเข้าใจแบบพอประมาณ ของเจ้าอาการที่หลายคนมองว่าอาจไม่ใช่ปัญหา แต่เอาเข้าจริง ความเหนื่อยล้าที่แสนธรรมดา สามารถสร้างผลกระทบได้มากกว่าที่คืด

สภาวะหมดไฟ หรือ Burnout Syndrome ปัญหาที่ไม่ใหม่แต่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาของวัยทำงาน โดยอาการนี้สามารถมีปัจจัยโดยตรงจากความอ่อนล้าทางอารมณ์ ผสมกับความเครียดจากงานที่อยู่ในเกณฑ์มากกว่าปกติ เกินกว่าที่คนคนนั้นจะรับไหว ทำให้อารมณ์ด้านบวกร่วมกับงานลดลง จนส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานนั้นด้อยกว่าแต่ก่อน ซึ่งแน่นอนว่า สาว ๆ working women หลายคนก็คงต้องเจอกับความเครียดจนเกิดอาการ Burn Out ไม่น้อยเลยในปัจจุบัน

ด้วยเวลาที่ถูกจัดสรรไปให้กับงานเป็นหลัก จนเวลาพักผ่อนถูกลดทอนเหลือเพียงไม่เท่าไหร่ หากจะพาตัวเองไปนวดผ่อนคลายที่สปาสักแห่ง ก็คงจะต้องเป็นตัวเลือกสำรองยามว่างจริง ๆ และนั่นเองจึงเป็นประเด็นที่เราอยากหยิบยกขึ้นมาในวันนี้ ถ้าหากสาว ๆ ยุคใหม่ทำงานจนไม่มีเวลาไปสปาพักผ่อนกายใจ ก็ยังมีวิธีผ่อนคลายได้ง่ายๆ โดยสามารถลองปรับเปลี่ยนห้องน้ำที่บ้านหรือคอนโด ให้กลายเป็นสปาที่บ้านแบบย่อมๆ พร้อมด้วยไอเทมเสริมที่จะมาอัปเกรดเสกห้องน้ำให้กลายเป็น Home Spa ได้ไม่ยาก

7 วิธีเปลี่ยนห้องน้ำเดิมให้เป็นสปาที่บ้านสุดโฮมมี่ ง่าย ๆ ไม่ต้องรีโนเวท

7 วิธีเปลี่ยนห้องน้ำเดิมให้เป็นสปาที่บ้านสุดโฮมมี่ ง่าย ๆ ไม่ต้องรีโนเวท

อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อครู่ หากสาว ๆ ไม่มีเวลาไปพักผ่อนนอกบ้าน ก็จับเอาร้านสปามาไว้ในห้องน้ำที่บ้านกันเลยสิ เพราะต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้ อุปกรณ์เสริมและไอเทมราคาดี มีให้หยิบจับมาปรับนิดเพิ่มหน่อย ก็สามารถเปลี่ยนห้องน้ำที่บ้านหรือคอนโดของสาว ๆ ให้กลายเป็นสปาย่อม ๆ สมใจได้แล้ว พร้อมที่จะผ่อนคลายได้ทุกวันโดยที่ไม่ต้องออกไปสปาข้างนอกให้เสียเวลา ก็เหมือนได้ไปสปาทุกวัน

 1. เพิ่มเทียนหอม สร้างกลิ่นที่ดีและแสงสบายตา

ปกติเวลาเราไปร้านนวดหรือสปา สิ่งที่เราจะรับรู้ได้โดยทันที นั่นก็คือกลิ่นจำเพาะของสมุนไพรหรือไอหอมที่ได้กลิ่นตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถ้าอยากให้ห้องน้ำเดิม ๆ ของเรามีกลิ่นหอมราวกับอยู่ในสปา ‘เทียนหอม’ เป็นตัวเลือกแรกที่หาซื้อได้ง่าย และอยู่ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย แต่ละแบรนด์จะมีกลิ่นและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เทียนหอมบางตัว มีความเป็นสมุนไพร และ ดอกไม้ ที่ช่วยฟื้นฟู บำบัดความตึงเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะกลิ่นมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนอารมณ์ของเราได้ในทันที

นอกจากนี้ เทียนหอม ยังให้ความสว่างสีนวล ชวนให้สาว ๆ รู้สึกสงบขึ้น ผ่อนปรนความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ได้ และยังสามารถนำไปประดับเป็นของตกแต่งในห้องน้ำได้อีก ได้ทั้งความสวยงามและผ่อนคลายในชิ้นเดียว

2. นำความเป็นธรรมชาติมาตกแต่ง

สีของธรรมชาติ อย่าง สีเขียว มีส่วนช่วยเยียวยาเวลาเรามองเห็นได้ คล้ายกับการนำ ‘ธรรมชาติบำบัด’ เข้ามาเสริม ดังนั้น การนำความเป็นพืชพันธุ์มาผสมผสานเพิ่มเติมกับห้องน้ำเดิม จะยิ่งช่วยให้เราใกล้ถึงความเป็นสปาได้อย่างไม่ยากเย็น อาจเลือกเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในพื้นที่จำกัด ไม่ต้องการแสงแดดมาก ต้นเล็กเลี้ยงได้ในกระถาง จะเป็นพืชใบเขียวหรือพืชดอกสีสวยก็ได้

3. เลือกใช้น้ำมันหอมระเหย

หากใครไม่ใช่สายเทียนหอม หรือไม่ค่อยถูกใจในกลิ่นควันเท่าไรนัก ลองหันมาใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยสร้างความหอมแทนก็เป็นอีกทางเลือก ที่ไม่เพียงช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าด้วยกลิ่น แต่ยังช่วยประทินผิวให้สวยงาม แถมได้ผ่อนคลายอีกด้วย ถือเป็นการบำบัดทั้งกายและใจไปในตัว

‘น้ำมันหอมระเหย’ ยังจัดอยู่ในศาสตร์การบำบัดรักษาด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy) แบบเดียวกับเทียนหอม หรืออุปกรณ์พ่นไอหอมหลากชนิด แต่จะมีความเป็นมิตรและมีความเป็นธรรมชาติกว่ามาก เพราะน้ำมันถูกสกัดโดยตรงจากพืชหรือดอกไม้นั่นเอง

4. จัดโซนนั่งอาบน้ำ

หากห้องน้ำของสาว ๆ คนไหน ที่อาจเน้นการยืนอาบตามแบบฉบับทั่วไป และไม่มีอ่างอาบน้ำแบบโรงแรมใหญ่ หากจะซื้ออ่างใหม่เข้ามาก็คงจะต้องเสียเงินไม่ใช่น้อย ๆ ฉะนั้น ไอเดียการปรับแต่งที่ไม่จำเป็นต้องแพงและไม่ต้องทุบสร้างใหม่ ก็เช่นการเสริมส่วนนั่งอาบด้วยโต๊ะไม้ยาวๆสักอัน หรือจะวัสดุทดแทนแบบพอเหมาะ ม้านั่งมินิมอลซักตัว ให้เราสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศ กลิ่นหอม ธรรมชาติ และได้มีเวลานวดผ่อนคลายตัวเองอีกสักนิด

5. ติดตั้งหัวฝักบัวใหม่

การติดตั้งหัวฝักบัวใหม่ อาจเป็นประเด็นที่สาว ๆ หลายคนไม่ได้คิดถึงเป็นอย่างแรก ๆ แต่จริง ๆ แล้ว การอัปเกรดฝักบัวธรรมดาให้มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ จะเป็นการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เพิ่มประสบการณ์ใหม่ คืนความกระปรี้กระเปร่าให้กับสาว ๆ ได้ ซึ่งคุณสมบัติของฝักบัวสมัยใหม่ในปัจจุบันมีให้เลือกสรรมากมายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบที่เพิ่มการนวดตัวก็ได้ หรือจะฝักบัวแบบ Rain Shower ก็ดี แต่ถ้าอยากอัปเกรดให้เหมาะกับสปาที่บ้าน ก็ต้องขอยกให้ Kudos X-Stream (Hydro Massage) ฝักบัวนวดบำบัด เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

ฝักบัวนวดบำบัดจากญี่ปุ่นชิ้นนี้ มีฟังก์ชันที่สุดคุ้มกว่าฝักบัวปกติ ไม่ว่าจะการปรับแรงดันน้ำได้ ทำให้น้ำไหลแรงด้วยเทคโนโลยีแต่อ่อนโยนกับผิว แถมมีฟีเจอร์การกรองคลอรีน เพื่อให้ผิวหน้าผิวกายไม่ถูกทำลายจากสารปนเปื้อนในน้ำ และที่สำคัญ Kudos X-Stream ยังมีฟังก์ชันการนวด เฉพาะจุดที่อ่อนล้า ยกระดับการอาบน้ำของสาว ๆ ให้หรูหราราวกับอยู่ในสปาชั้นหนึ่ง

6. สร้างบรรยากาศด้วยเสียง

นอกจากการบำบัดด้วยอุปกรณ์และกลิ่นหอม ‘เสียง’ ยังเป็นอีกปัจจัยที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญ เพื่อยกระดับการอาบน้ำให้ช่วยเราผ่อนคลายจากความตึงเครียด ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ระบุว่า การบำบัดด้วยเสียงในขั้นตอนการอาบน้ำ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสปา เพื่อผ่อนปรนความเครียดและความอ่อนล้า เสียงดนตรี เช่น กลอง แนวร้องสไตล์ทิเบต หรือจะเสียงจากธรรมชาติ สามารถส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะที่พร้อมฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า

7. หาผลิตภัณฑ์เสริม เพิ่มเติมให้แก่ผิว

ตัวช่วยที่จะมาเสริมการประทินผิวในห้องน้ำให้ฉ่ำใจ และลดทอนคลายความเมื่อยล้าจากงานทั้งวันได้ สาว ๆ อาจจะหาผลิตภัณฑ์เสริมมาเป็นตัวช่วย เช่น มาส์กบำรุงหน้า หรือ สครับขัดตัว เพราะ การขัดผิว ตั้งแต่หัวจรดเท้า นอกจากจะเป็นการนวดคลายกล้ามเนื้อเบา ๆ ยังเป็นการขัดเซลล์ผิวได้ไปในตัว ถือเป็นการบำบัดอาการเหนื่อยล้า พร้อมบำรุงผิวหน้า-ผิวกายให้สดชื่น

ดังนั้น ต่อไปนี้สาว ๆ  working women ก็ไม่จำเป็นต้องปวดหัวกับการจัดสรรเวลา เพื่อไปสปาผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากายใจ เพราะเราสามารถเสกบรรยากาศใหม่ ให้กับห้องน้ำเก่าที่บ้านหรือคอนโดได้ง่าย ๆ พร้อมกับเปลี่ยนโฉมสถานที่เดิม ๆ  ให้เป็นดั่งสปาในโรงแรม เพิ่มนี่นิดเสริมนี่หน่อย สาว ๆ ก็จะได้สปาสุดหรูส่วนตัวในบ้านไว้บำบัดกายใจได้ทุกวัน

แนะนำอ่านต่อ : เคล็ดไม่ลับ กับ วิธีพาผิวให้สุขภาพดีและสวยสมใจ จากภายในสู่ภายนอก

5 ปัญหาผิวหน้ากวนใจ ต้องทำอย่างไรถึงเอาให้อยู่ !

5 ปัญหาผิวหน้ากวนใจ ต้องทำอย่างไรถึงเอาให้อยู่ !

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า ‘ใบหน้า’ คือส่วนที่สาว ๆ มักให้ความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ หลายคนยกให้องค์ประกอบของหน้านั้นสำคัญที่สุดบนเรือนร่าง บางคนก็ปรารถนาที่จะมีใบหน้าสวยใสไร้ที่ติ แต่ความเป็นจริงแล้ว ผิวของแต่ละคน ก็อาจมีปัญหาผิวต่าง ๆ กันไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ให้ปวดหัวกันอยู่เรื่อย ๆ  

และสำหรับสาวไทย หากจะรอดพ้นเรื่องปัญหาผิวไปได้ง่าย ๆ ก็คงจะเป็นเรื่องแปลก เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ออกจะร้อนเป็นส่วนใหญ่ ไอแดดจ้า มลภาวะต่าง ๆ นานา ทุกปัจจัยมีส่วนทำให้สาวไทยพบเจอปัญหาผิวกวนใจบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาววัยทำงาน ที่ Work From Home นั่งแต่ในห้องแอร์กันทั้งวัน หรือจะเป็นสาวทำงานนอกบ้านก็ดี ที่จะต้องสวมแมสก์แทบจะตลอดเวลา จนส่งผลให้สาว ๆ หลายคน ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาผิวกวนใจ

5 ปัญหาผิวหน้าของสาวไทย ที่คอยกวนใจกันแบบสุด ๆ

ในบรรดาปัญหาผิวหน้าที่สาว ๆ หลายคนพบเจอ ไม่ว่าจะกี่ร้อยสารพันปัญหา แต่จะมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท ที่เรียกได้ว่า อยู่คู่สาวไทยกวนใจกันมานาน และถือเป็นตำนานปัญหาผิวตัวท็อป ที่หญิงสาวทุกคนมักจะต้องเคยพบเจอ

1. ผิวแพ้ง่าย

เริ่มต้นกันด้วยปัญหา ‘ผิวแพ้ง่าย’ สุดยอดปัญหาระดับชาติของผู้หญิง ปกติแล้ว ปัญหานี้ของแต่ละคนจะมีความรุนแรงไม่เท่ากัน บางคนอาจมีอาการแพ้น้อย บ้างก็อาจแพ้มาก ชนิดที่จะหยิบจับใช้อะไร ก็ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ในทางการแพทย์ ผิวแพ้ง่าย คือภาวะที่ผิวมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะจากสิ่งแวดล้อม แสงแดด น้ำ อากาศ หรือผลิตภัณฑ์บำรุง ล้วนมีส่วนก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้ทั้งหมด  

สาเหตุของ ผิวแพ้ง่าย

ผิวหน้าที่แพ้ง่าย เกิดได้จากหลายปัจจัย หญิงสาวส่วนใหญ่มักเกิดอาการแพ้จากผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะแพ้ได้ตั้งแต่ สบู่ โฟมล้างหน้า มอยส์เจอไรเซอร์ ไปจนถึงเครื่องสำอาง บางรายอาจมีผิวที่ไวต่อสิ่งเร้าจากสภาพแวดล้อม เช่น น้ำประปา แสงแดด หรือ มลภาวะ ไม่เพียงแค่สิ่งภายนอก แต่สภาวะภายในร่างกาย ก็มีส่วนที่ทำให้ผิวเกิดการแพ้ได้ เช่น ช่วงที่มีรอบเดือน มักจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลัน มีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงกับผิวแพ้ง่ายในช่วงเวลานั้น ๆ ได้อีกด้วย

วิธีแก้ไข

ถึงแม้ผิวแพ้ง่ายของสาว ๆ แต่ละคนอาจแสดงอาการไม่เท่ากัน แต่โดยหลักการแล้ว อาการแพ้ระดับปกติ เช่น เกิดผื่นคัน รอยแดง สามารถควบคุมได้และแก้ไขด้วย การปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน บวกกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เข้ากับสภาพผิวของแต่ละคน และควรเน้นสูตรที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อลดต้นตอการระคายเคืองให้ได้มากที่สุด

2. ผิวแห้งกร้าน

ปัญหาผิวอันดับถัดมา คงหนีไม่พ้น ปัญหาผิวแห้งกร้าน บางรายอาจมีอาการผิวแห้งแตก หรือเป็นขุยลอกร่วมด้วย ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนเลยว่า ผิวกำลังขาดน้ำและความชุ่มชื้นอยู่ จนทำให้ผิวอาจดูแห้งกร้านเป็นพิเศษ ไม่ฉ่ำวาวแบบสาวสุขภาพดี

สาเหตุของ ผิวแห้ง

มีปัจจัยมากมาย ที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของสาว ๆ เกิดความแห้งกร้าน ไม่ว่าจะเพราะละเลยการบำรุงผิว อาบน้ำหรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นโดยเฉพาะถ้าขาดการบำรุงตามหลัง ไหนจะการทำงานอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ๆ พฤติกรรมการดื่มน้ำที่น้อยกว่าเกณฑ์ และการล้างหน้าที่มากเกินไป ปัจจัยดังกล่าวที่ว่ามานี้ มีผลทำให้ผิวเราขาดความสมดุลได้ง่ายมาก ๆ จนก่อให้เกิดผิวแห้งขาดน้ำ ไม่ฉ่ำสวย

วิธีแก้ไข

ในเมื่อผิวแห้ง ขาดความสมดุล ทางที่จะแก้ไขได้ดีมีประสิทธิภาพ ก็ต้องคืนสมดุลและความชุ่มชื้นเข้าไปให้แก่ผิว สาว ๆ ที่มีผิวแห้ง ควรหมั่นบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น หากลดการอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ไม่ได้ ก็ต้องหาตัวช่วยพกติดตัวไปเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวันแทน

3. กระฝ้า

กระและฝ้า ปัญหาที่กวนใจสาวไทยมากกว่าที่คิด อาจเนื่องด้วยบ้านเราที่มีสภาพอากาศร้อนและมีแดดจัด ซึ่งแสงแดดนี่แหละ ที่เป็นเหมือนตัวการหลักของการเกิดกระ-ฝ้าเลยก็ว่าได้ ทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ ดูไม่สม่ำเสมอ หากเป็นฝ้า จะมีลักษณะเป็นรอยปื้นในสีที่แตกต่างกัน ส่วนกระ จะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ เป็นกระจุก

สาเหตุของกระฝ้า

แสงแดดที่มีรังสียูวี เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดกระฝ้ามากที่สุด เพราะว่ารังสียูวีมีผลอย่างมาก ต่อการสร้างเม็ดสีภายในผิวหนังในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปกติ เมื่อไหร่ที่โดนแดดบ่อยแบบไร้สิ่งป้องกัน ผิวหนังมีสิทธิ์โดนทำร้ายจากรังสียูวีแบบเต็ม ๆ จนเกิดกระฝ้า และจุดด่างดำอย่างไม่ต้องสงสัย

วิธีแก้ไข

วิธีง่าย ๆ นั่นก็คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดให้ได้มากที่สุด ไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดก่อนออกเผชิญสิ่งแวดล้อม พกพาร่มสักอันในการเดินทางระหว่างวัน ร่วมกับการใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ และหาตัวช่วยเป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวดี ๆ สักอัน ก็จะเป็นการช่วยฟื้นฟูปัญหากระฝ้าได้ไม่น้อย

4. ผิวหมองคล้ำ

บรรดาปัญหานานาชนิดเรื่องผิว ความหมองคล้ำ แทบจะเป็นป้อมปราการปัญหาระดับวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าสาวคนไหน ก็อาจต้องพบเจอปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวหน้าไม่สวยใส แวะเวียนมาบ่อย ๆ

สาเหตุของผิวหมองคล้ำ

    • มลภาวะสามารถทำร้ายผิวให้หมองคล้ำได้ ไม่ว่าจะเป็น แดด ฝุ่นควัน อันสร้างสิ่งสกปรกแก่ผิว
    • การพักผ่อนน้อย ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป เพราะกลไกของร่างกายที่ทำงานไม่เต็มที่ มีผลทำให้ผิวดูอ่อนล้าและหมองคล้ำ
    • สภาวะเครียด ยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ ฮอร์โมนอาจส่งผลให้ผิวดูอ่อนล้าได้ พอ ๆ กับการพักผ่อนน้อย

วิธีแก้ไข

สาว ๆ ที่เผชิญหน้ากับปัญหาผิวหมองคล้ำ จำเป็นต้องหมั่นบำรุงและดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเจอมลภาวะให้ได้มากที่สุด แต่หากจำเป็น ควรล้างหน้าและผิวให้สะอาดหมดจดหลังเผชิญมลภาวะระหว่างวัน ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง และไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดป้องกันผิวเป็นประจำ

5. สิว

แน่นอนว่า ปัญหาผิวตัวฉกาจ ที่สาว ๆ หลายคนไม่อาจเลี่ยงได้ นั่นก็คือ ปัญหาสิว สุดยอดปัญหากวนใจสาวไทยมากที่สุด เพราะสิวสามารถเกิดได้ตั้งแต่สาวแรกรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน สร้างความไม่มั่นใจในการแต่งหน้า บ้างก็อาจสร้างความระคายเคือง จนน่ารำคาญได้

สาเหตุของการเกิด ‘สิว’

สาเหตุหลักของการเกิดสิว คือการอุดตันของรูขุมขน จนเกิดการอักเสบตามหลัง อาจพบได้มากในสาว ๆ ที่มีสภาพผิวมัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่มีสภาพผิวหน้าอื่นจะเกิดปัญหาสิวไม่ได้ เพราะปัจจัยของการเกิดสิว ยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนของหญิงสาว  การรักษาความสะอาดบนผิวและใบหน้า หรือแม้แต่การใช้ของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางตัว ที่อาจส่งผลให้เกิดการแพ้หนักและเกิดสิวได้ในที่สุด

วิธีแก้ไข

สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาสิวควรหายาทา หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาช่วยลดการอักเสบและริ้วรอยที่เกิดจากสิว เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนไม่ทำร้ายผิวให้อ่อนแอ งดการบีบและแกะสิว เพราะนั่นจะยิ่งสร้างความระคายเคืองแบบคูณสองได้ งดทานของทอดของมัน สำหรับสาว ๆ พบว่าสิวเห่อผิดปกติ อย่าลืมที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่และดื่มน้ำให้เพียงพอ

เหนือสิ่งอื่นใด การจะมีหน้าใสไร้สิวได้ ก็ต้องรู้จักวิธีล้างหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะหากเราไม่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกให้ออกจนหมดได้ ปัญหาสิวจะต้องกวนใจผิวเราไม่รู้จบสิ้นแน่ ๆ

เคล็ดไม่ลับการล้างหน้าฉบับสาวเป็นสิวแก้ปัญหาผิวหน้ากวนใจ

เคล็ดไม่ลับการล้างหน้าฉบับสาวเป็นสิว

  1. อันดับแรก สาว ๆ ที่เป็นสิวควรเลือกใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดใบหน้าก่อนเสมอ
  2. ต่อมาควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรเฉพาะ ที่ทั้งอ่อนโยนและรักษาสมดุลผิวได้ในตัว ไม่ทำลายเกราะป้องกันของผิว  
  3. พยายามขัดหน้าเบาและช้าตามแนวขน ไม่ควรเร่งรีบหรือรุนแรง เพราะนอกจากเสี่ยงต่อการล้างไม่สะอาด ยังสร้างความระคายเคืองได้
  4. สำหรับสาว ๆ ที่ติดล้างหน้าจากฝักบัวพร้อม ๆ การอาบน้ำ ควรเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำที่แรงเกินไป เพราะอาจส่งผลให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

แต่หากสาวคนไหนที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย ล้างหน้าที่เดียวได้แบบครบจบแถมมีระดับ Kudos จัดให้ กับนวัตกรรมฝักบัวละอองหมอกที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนการล้างหน้าในแบบเดิม ๆ ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพขึ้นมาก เพราะ ฝักบัวละอองหมอก (Kudos Mist Shower) ตัวนี้ มีเทคโนโลยี Micro MistTM ทำให้สายน้ำที่ออกมามีอนุภาคเล็กราวกับละอองหมอก อ่อนโยนต่อผิวหน้าโดยเฉพาะ แถมยังสามารถเข้าถึงรูชุมขนได้มากขึ้น สะอาดล้ำลึกมากกว่าการล้างหน้าแบบเดิม ๆ อีกด้วย เหมือนกับว่าไอเท็มนี้สร้างมาเพื่อสาวปัญหาสิวไปเลยทีเดียว !

KUDOS Mist Shower ฝักบัวละอองหมอก Mist

อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวกับผู้หญิง เป็นเหมือนคู่หูกวนใจที่สาวส่วนใหญ่ไม่พึงประสงค์ ไม่เพียงแค่สาวไทย แต่หญิงสาวทั่วโลกล้วนพบเจอปัญหาของผิวกันทั้งสิ้น ผลิตภัณฑ์บำรุงอาจเป็นตัวช่วยที่ดียามเกิดปัญหา แต่ว่าหากสาว ๆ รู้ถึงวิธีการป้องกัน ก็อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ผิวให้ดูดีอยู่เสมอได้

แนะนำอ่านต่อ : เคล็ดไม่ลับของการอาบน้ำที่คนผิวแห้งต้องรู้

เมื่อไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การรีโนเวทบ้านใหม่ให้รองรับผู้สูงอายุจึงสำคัญ !

เมื่อไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การรีโนเวทบ้านใหม่ให้รองรับผู้สูงอายุจึงสำคัญ!

‘สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society’ เป็นสิ่งที่หลายประเทศต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน ก็คงเป็นประเทศ ญี่ปุ่น ที่ได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว สำหรับประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังเปลี่ยนผลัดสู่สังคมผู้สูงวัยเข้าไปทุกที ตอกย้ำด้วยสถิติจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ประชาชนมีแนวโน้มอายุยืนขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันคนไทยมีอายุยืนเฉลี่ยอยู่ที่ 75 ปี และในปี 2568 คนไทยจะมีแนวโน้มอายุยืนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็น 85 ปี นั่นเองจึงทำให้ในปัจจุบัน ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก! แถมครองอันดับ 2 ในแถบกลุ่มประเทศอาเซียนอีกต่างหาก

ประเด็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยนั้นไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ทว่า สังคมหรือครัวเรือน จะมีวิธีปรับตัวรับมืออย่างไร ให้ทันกับยุคสมัยที่หมุนไปไว บวกกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากมายเฉกเช่นทุกวันนี้ ปัจจัย 4 ของผู้สูงวัยในวันข้างหน้าคือสิ่งที่เราควรคำนึงถึง และสิ่งหนึ่งที่เราควรหยิบมาพิจารณาเป็นอันดับแรก คือ ที่พักอาศัย หรือ บ้าน

บทบาทของ ‘บ้าน’ สถานที่สำคัญต่อผู้สูงอายุ

ขึ้นชื่อว่า บ้าน อันเป็นปัจจัยที่แสนจะสำคัญยิ่งต่อตัวผู้สูงอายุ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหรือคนในครอบครัวแก่ตัวไป บ้าน หรือ ที่พักอาศัย ก็คงเป็นสถานที่สุขกายสบายใจที่สุด คนเป็นลูกหลาน หากมีพ่อแม่ตายายในบ้านที่กำลังแก่เฒ่า อายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราต่างคงอยากจะหยิบยื่นแต่สิ่งดี ๆ อำนวยความสะดวกสบายให้ท่านให้ได้มากที่สุด  แต่บทจะย้ายบ้านใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายไปอีก เพราะส่วนมาก ผู้สูงวัยมักไม่อยากที่จะย้ายไปไหนไกลจากเดิม ด้วยความผูกพันกับสถานที่ หรืออาจจะรวมถึงเพื่อนบ้านคนรู้จัก บ้านหลังเดิมที่มีอาจไม่ทันสมัยแต่กลับสร้างความสบายใจกว่ามาก เพราะฉะนั้น การรีโนเวทบ้าน จึงเป็นทางออกที่ดี เพราะไม่เพียงแต่ได้อยู่ในสถานที่เดิมที่ผูกพัน แต่ยังจะช่วยเพิ่มเติมเสริมแต่งให้บ้านดูดี มีความทันสมัย แถมข้าวของเครื่องใช้ก็สามารถอัปเกรดเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้สูงวัยในอนาคตได้อีกด้วย

บทความนี้ เราเลยจะพาทุกคนไปสำรวจวิธีว่าการจะ รีโนเวทบ้าน ผู้สูงวัย ต้องคำนึงถึงสิ่งใดกันบ้าง ? และเทคโนโลยีในยุคสมัยใหม่จะมีอะไรที่สร้างมาเพื่อปรับใช้กับผู้สูงวัยยุค 5G ได้บ้างนะ

รีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ 5 สิ่งที่ควรคำนึงถึง ก่อนรีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ

5 สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนรีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ

การรีโนเวทบ้านโดยทั่วไป เรามักจะมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับการรีโนเวทบ้านให้กับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะเพิ่มรายละเอียดลงไปให้มากกว่าเดิม เพราะอย่าลืมว่า ความสะดวกสบายของคนแต่ละช่วงวัยนั้นไม่เหมือนกัน กับ ‘ผู้สูงอายุ’ นอกเหนือจากความสวย ใหม่และสะดวกสบาย อีกสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือการใช้งานที่ต้องตอบโจทย์ต่อความต้องการของวัยผู้สูงอายุ แล้วสิ่งไหนที่เราต้องคำนึงถึงบ้าง ?

1. พื้นที่ปลอดภัย คล่องตัว

พื้นที่บ้านและองค์ประกอบ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงเลือกสรรวัสดุมาใช้ ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยให้มาก ผู้สูงวัยหลายคน มีปัญหาเรื่องการเดินเหิน พื้นที่ระหว่างทางเดินจึงไม่ควรมีสิ่งกีดขวางให้เป็นอุปสรรค เพราะลักษณะบ้านแบบฉบับไทยดั้งเดิม มักมีธรณีประตู หรือ ทางต่างระดับกวนใจบ่อยๆ นั่นจึงอาจทำให้ผู้สูงวัยไม่สะดวกในการเดินไปมาภายในบ้านเท่าไรนัก ฉะนั้น การรีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ จะต้องใส่ใจถึงความปลอดภัย และ ความคล่องตัวเป็นพิเศษ

2. แสงสว่างคือหัวใจ

แสงสว่างและไฟ คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องนำมาคิดเป็นพิเศษ เพราะโดยธรรมชาติของผู้สูงวัย สายตาและการมองเห็นอาจถูกลดทอนตามอายุที่มากขึ้น ไม่ว่าจะกลางวัน หรือ กลางคืน แสงสว่างจากธรรมชาติและหลอดไฟ ควรถูกตระเตรียมให้พร้อม หน้าต่างเดิมๆอาจต้องปรับให้กว้างและสว่างเพื่อรองรับแสงแดดในยามกลางวัน และแสงจากหลอดไฟ ก็ควรให้ความสว่างมากพอในยามค่ำคืน ไม่เพียงเท่านั้น แสงไฟที่ครอบคลุม ไร้จุดบอด ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น

3. สิ่งที่ใช้ได้จริงและตอบโจทย์

การรีโนเวทบ้านให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเยอะสิ่ง แต่ควรเน้นเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้ได้จริงและเหมาะกับชีวิตประจำวันของพวกเขา เช่น ราวจับตามโถงทางเดิน หรือแม้แต่ลูกบิดประตู การเลือกอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ ก็ต้องดูที่การใช้งานเป็นหลัก และต้องตอบโจทย์ต่อสภาวะไม่คล่องตัวของผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในอีกช่องทางหนึ่ง

4. ห้องน้ำที่ครบครัน

ห้องน้ำ องค์ประกอบในบ้านที่สำคัญเป็นอันดับแรกของชีวิตยามสูงอายุ ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว จะยิ่งช่วยให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายขึ้นมาก ที่สำคัญ ผู้สูงวัยหลายท่านมักมีปัญหากับการลื่นล้มอยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้น วัสดุกันการลื่นไถล ราวจับทอดยาวแบบใหม่ที่มั่นคง โถสุขภัณฑ์แบบนั่งถ่าย จะแมนวลหรืออัตโนมัติ ก็ล้วนเพิ่มความสะดวกได้ทั้งสิ้น และยิ่งมีโซนเสริมสำหรับนั่งอาบน้ำได้ จะยิ่งช่วยเพิ่มความสบายในการอาบน้ำมากขึ้นหลายเท่าตัว

5. โทนสีที่เหมาะสม

นอกเหนือจากองค์ประกอบอื่นใด การเลือกสีเพื่อแต่งแต้มโทนบ้านรีโนเวทใหม่ให้แก่ผู้สูงวัย ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง เพราะโทนสี สามารถมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนเรา หากสีภายในดูโปร่งและให้ความอบอุ่น ชวนสบายตา สบายใจ ก็จะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์และส่งผลดีต่อชีวิตประจำวัน บรรยากาศโดยรวมของบ้านก็จะช่วยขับส่งพลังงานให้พวกท่านไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือเหงาได้

รีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ

เสริมทัพด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ที่น่านำมาใช้กับบ้านผู้สูงอายุ

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเทคโนโลยีมีบทบาทมากในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งการรีโนเวทบ้านใหม่ให้กับผู้สูงอายุ ก็มีเทคโนโลยีเด็ด-แกดเจ็ตเสริมจำนวนไม่น้อย ที่พร้อมสนับสนุนการใช้งานภายในบ้านให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยขึ้น ผ่านการแปลงโฉมบ้านให้เป็น ‘Smart Home’

Smart Home บ้านอัจฉริยะทันสมัย ใส่ใจผู้สูงอายุ

การรีโนเวทบ้านดั้งเดิมผนวกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะช่วยแปลงโฉมบ้านให้เป็น ‘สมาร์ตโฮม’ ได้ไม่ยาก และสิ่งนี้เองที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญไม่น้อยต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ มีหลายสิ่งเหลือเกินที่เหมาะแก่การนำมาปรับใช้ในบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็น

  • โคมไฟอัจฉริยะ สั่งการได้แบบไม่ต้องกด
  • สมาร์ตล็อค ประตูอัจฉริยะ ที่ทำให้ผู้สูงวัยไม่ต้องพกกุญแจอีกต่อไป เพียงแค่กดรหัส สแกนหน้า หรือ ลายนิ้วมือ ก็ผ่านฉลุย
  • ระบบ SOS แจ้งเตือนฉุกเฉิน ที่ควรค่าแก่การเพิ่มลงไปในองค์ประกอบของห้องนอนและห้องน้ำ
  • เครื่องจ่ายยาแบบอัตโนมัติ อุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อความตรงต่อเวลาในการบริโภคยา ในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

ทั้งนี้ การรีโนเวทบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงวัย ยังต้องอาศัยการพูดคุยและตระเตรียมแผนกับตัวผู้สูงอายุเอง เพื่อสอบถามถึงความต้องการที่แท้จริง แบบไหนที่ใช่ อย่างไหนที่ชอบ เพื่อตอบโจทย์ต่อการอยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ถึงอย่างไร ‘การรีโนเวทบ้าน ผู้สูงอายุ’ ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี เพื่อชีวิตสะดวก-ปลอดภัยของญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพรัก

แนะนำอ่านต่อ : ออกแบบห้องน้ำผู้สูงอายุอย่างไร!? ให้อุ่นใจทั้งครอบครัว

โฮมออฟฟิศยุคสมาร์ทไลฟ์ กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว !

โฮมออฟฟิศยุคสมาร์ทไลฟ์ กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว !

ยุคที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัล อะไร ๆ ก็ต้องการความรวดเร็ว ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ ทุกอย่างสามารถควบคุมได้ด้วยปลายนิ้ว มีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ก็สามารถช่วยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะอิ่มอร่อยกับฟู้ดดิลิเวอรี่ หรือช้อปปิ้งสนุกเพลิดเพลิน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เทรนด์การทำงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นกัน เพื่อก้าวตามเทรนด์ยุคใหม่ 

ปัจจุบันเรามักเห็นธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) และเจ้าของกิจการ SME ใช้พื้นที่ขนาดไม่ได้ใหญ่โต ต่างจากบริษัทยุคก่อน ซึ่งกระแสที่มาแรงที่สุดตอนนี้ก็คือ “โฮมออฟฟิศ” เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี เพราะสามารถเป็นได้ทั้งที่พัก และที่ทำงาน เจ้าของก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง พนักงานก็ได้ทำงานในบรรยากาศที่เรียบง่าย เป็นกันเอง โดยมักจะมีการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารและดูแลควบคุมการทำงาน หรือใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกคล่องตัว ซึ่งเรามาดูกันหน่อยว่า ธุรกิจเหล่านั้นที่เขาประสบความสำเร็จจากการนำเทคโนโลยี กับ Gadget มาใช้ในการทำงานนั้น เขามีอุปกรณ์และของใช้สำนักงานอะไรกันบ้าง

รู้หรือไม่ว่า! กระแส Home Office กำลังมาแรง เพราะนอกจากอยู่อาศัยได้แล้ว ยังสร้างกำไรได้ด้วยเช่นกัน

นิยามของโฮมออฟฟิศคืออะไร ให้ลองจินตนาการดูว่า จะดีแค่ไหนเมื่อคุณสามารถทำงานและพักผ่อนในเวลาเดียวกันได้ ใช้พื้นที่ในบ้านของคุณให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขายของออนไลน์, เอเจนซีโฆษณาและงานสร้างสรรค์ เช่น ออกแบบภายใน สถาปนิก รวมถึงสตูดิโอต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่เหมาะกับการใช้โฮมออฟฟิศ

รู้หรือไม่ว่า! กระแส Home Office กำลังมาแรง เพราะนอกจากอยู่อาศัยได้แล้ว ยังสร้างกำไรได้ด้วยเช่นกัน

ข้อดีโฮมออฟฟิศคือ จัดสรรพื้นที่ได้อิสระ ยืดหยุ่นไม่มีข้อจำกัดมากเหมือนออฟฟิศใหญ่ การลงทุนก็คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาเช่าอาคารสำนักงาน ทั้งยังสามารถจัดฟังก์ชันการทำงานที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้อย่างลงตัว พร้อมกับนิยามสมดุลการใช้ชีวิตแบบ Smart Work & Life Balance ได้ด้วย อันเป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณและลูกจ้างที่จะมีความสุขในการทำงานได้ไม่ยาก

ดังนั้นการที่จะไปสู่เป้าหมาย (Goal) ต้องทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จในธุรกิจบ้าง เทคโนโลยีและ Gadget จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตอบโจทย์ได้อย่างไร

ความปลอดภัยต้องมาก่อน จำกัดการเข้าถึงพื้นที่และตรวจสอบบุคคลพร้อมระบุตัวตนได้

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น โฮมออฟฟิศเป็นทั้งที่ทำงานและที่พัก ดังนั้นการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลดภัย ต้องมีการจัดสรรและแบ่งแยกชัดเจน ป้องกันเหตุไม่คาดคิด อุปกรณ์ที่จะช่วยทำหน้าที่นี้ได้ดีคือ กลอนประตูดิจิทัล Igloohome Digital lock/ Smart lock- Mortise 2+ (IGB4) Model และ Igloohome Digital lock/ Smart Lock – Deadbolt2S

02_Igloohome-Deadbolt2S-Metal-Grey

กลอนดิจิทัลเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับโฮมออฟฟิศ การเลือกใช้ยี่ห้อที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องความปลอดภัย โดย Igloohome Digital lock เลือกใช้ระบบ Synchronization ที่มีความปลอดภัยสูงสุด ที่ธนาคารชั้นนำเลือกใช้ แล้วฟังก์ชันการใช้งานเด่นมีอะไรบ้าง ?

  •   ฟังก์ชันการเข้าพื้นที่หลากหลาย เช่น ลายนิ้วมือ, รหัสผ่าน, บลูทูธ, คีย์การ์ด เป็นต้น
  •   กำหนดการเข้าถึงพื้นที่ให้แต่ละ User ได้ เพื่อจำกัดการเข้าถึงตามความเหมาะสม
  •   เสียงแจ้งเตือนกรณีประตูปิดไม่สนิท หรือมีการงัดแงะ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใกล้หม
  • ตรวจสอบประวัติการใช้งาน การเข้าถึงในแต่ละพื้นที่ได้ผ่านแอปพลิเคชันทั้ง iOS และ Android

อินเทอร์เน็ตต้องแรง หน่วงนิด ดีเลย์หน่อย ก็เสียโอกาสได้

พื้นฐานสำคัญทุกไลฟ์สไตล์และการทำงาน ยุคที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ยิ่งเป็นโฮมออฟฟิศด้วยแล้วคุณต้องมองหาอุปกรณ์กระจายสัญญาณที่ดี ดังนั้นเร้าเตอร์ (Router) เป็นอุปกรณ์สำคัญมาก เพื่อกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ IoT, โน๊ตบุ๊ค, สมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ดังนั้นคุณจึงต้องมองหาเร้าเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยี WiFi 6 / WiFi 6E เป็นเทคโนโลยีใหม่สุดขณะนี้ ข้อดีคือ มีช่องแบนด์วิดท์กว้าง และประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการทำธุรกิจที่ต้องมีการประชุมออนไลน์ต่อเนื่อง และธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี AR/VR เข้ามาช่วยเสริมแกร่งในการขายของ

มองหาโต๊ะทำงานที่ล้ำ ๆ สักตัว แต่ประหยัดอุปกรณ์อื่นได้เยอะ

โฮมออฟฟิศจะมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ จึงต้องจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานแบบสมัยเก่า อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ลองหาโต๊ะที่จัดเก็บอุปกรณ์สำนักงาน, ของใช้สำนักงาน จัดเก็บเอกสาร มีปลั๊กไฟและพอร์ต USB ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ไม่ต้องมีสายไฟหลายเส้นบนโต๊ะทำงาน

มองหาโต๊ะทำงานที่ล้ำ ๆ สักตัว แต่ประหยัดอุปกรณ์อื่นได้เยอะ

เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ อากาศสะอาด ทำงานสุขใจ

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาทำงานในออฟฟิศแล้วหายใจไม่ค่อยสะดวก นั่นหมายความว่าอากาศอาจแห้ง หรือมีฝุ่นมากจนเกินไป อันเป็นสาเหตุของการกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หรือเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าคุณมีเครื่องตรวจวัดอากาศสักเครื่องหนึ่งวางไว้ตรงพื้นที่ทำงาน หรืออยู่อาศัย ซึ่งอุปกรณ์ที่อยากจะแนะนำว่าต้องมีคือ

04_uHoo-Advance-Air-Sensor

เครื่องตรวจวัดอากาศ KUDOS uHoo Advance Air Sensor มีจุดเด่นติดตามวัดผลและตรวจสอบคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์ เเจ้งผลทันทีผ่านแอฟลิเคชันมือถือได้เลย และสามารถครอบคลุมประเภทการตรวจวัดได้มากถึง 9 ประเภท ได้แก่ อุณหภูมิ, ความชื้น, ฝุ่น PM2.5, คาร์บอนไดออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์, สารอินทรีย์ระเหย (VOC), โอโซน และความดันอากาศ ต้องบอกว่าล้วนแต่เป็นสาเหตุสำคัญของการก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งหากพนักงานต้องลาป่วยบ่อย ๆ หรือระหว่างวันมีปัจจัยรบกวนการทำงานก็อาจลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานลงได้

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีสำคัญที่เรียกว่า เทคโนโลยี Virus Index สามารถตรวจสอบสภาพอากาศว่ามีความเหมาะสมต่อการเติบโตของเชื้อไวรัสหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในอากาศ เพื่อทำให้โฮมออฟฟิศของคุณปราศจากการแพร่กระจายของไวรัส

เครื่องพิมพ์ Printer หรือเครื่องถ่ายเอกสารแบบมัลติฟังก์ชัน

นอกจากของใช้สำนักงานหลัก ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่ง Gadget สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีหลายเครื่องเหมือนสำนักงานใหญ่เลย ในปัจจุบันนี้ แค่หนึ่งเครื่องก็ทำได้เกือบทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การสั่งทำงานไร้สาย, พิมพ์เอกสาร, สแกนเอกสาร หรือเลเซอร์ ที่สำคัญเลยสามารถสั่งพิมพ์งานได้จากอุปกรณ์หลายประเภท เช่น สมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต, โน๊ตบุ๊ค หรือบนแอปพลิเคชัน เป็นต้น

มองหา Gadget ที่เป็นเซนเซอร์จะประหยัดค่าน้ำค่าไฟมากยิ่งขึ้น

สมาร์ตโฮมออฟฟิศ ต้องมี Gadget ที่มีเซนเซอร์ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของค่าน้ำค่าไฟได้ ถ้าเป็นค่าไฟก็ใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวตามทางเดิน ถ้ามีคนเดินก็จะส่องสว่างอัตโนมัติ ไม่ต้องเปิดปิดไฟ ลดการสัมผัส ไม่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ให้สิ้นเปลือง หรือประหยัดค่าน้ำ ลองมาใช้อุปกรณ์ปากก๊อกเซนเซอร์ KUDOS MINI TOUCHLESS FAUCET ADAPTER ช่วยควบคุมการไหลของน้ำ แค่เอามือรองใต้ก๊อกน้ำก็ไหล และปิดเองอัตโนมัติเมื่อเอามือออก เหมาะสำหรับติดตั้งไว้ในห้องน้ำ หรือห้องครัว นอกจากนั้นยังช่วยลดการสัมผัส เพื่อความสะอาด ลดการแพร่กระจายไวรัสจากการสัมผัสก๊อกน้ำแบบเดิม ๆ ได้ด้วย

KUDOS ปากก๊อกเซ็นเซอร์ รุ่น MINI TOUCHLESS FAUCET ADAPTER

โถสุขภัณฑ์ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้โฮมออฟฟิศของคุณได้อย่างไร ?

สุขภัณฑ์เป็นเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะการหาโถสุขภัณฑ์ที่ดีๆ มาใช้ จะช่วยประหยัดและรักษาความสะอาดได้ เช่น ระบบเป่าลมแห้งช่วยลดการใช้กระดาษทิชชู่, ถ้ามีก้านฉีดอัตโนมัติที่ปรับระดับแรงน้ำได้ ไม่ต้องติดตั้งสายฉีดชำระล้าง น้ำไม่รั่วซึม ไม่มีความชื้น อันเป็นสาเหตุของแบคทีเรียและกลิ่นอับ, ขจัดกลิ่นก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองผลิตภัณฑ์ระบายอากาศถ้าโถสุขภัณฑ์ของคุณมีฟังก์ชันนี้ บางที่การมองหาความสุขก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล การที่มี โถสุขภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ซักตัว ก็สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ และความสุขให้เราได้ในช่วงเวลาส่วนตัวเล็กๆ ของเรา

07_Intelligent-Toilet

สำหรับโถสุขภัณฑ์ที่แนะนำให้ติดตั้งในโฮมออฟฟิศของคุณคือ KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์ดีไซน์พรีเมียมที่มีฟังก์ชันข้างต้นอย่างครบครัน เพิ่มความสะอาดมากยิ่งขึ้นด้วย ก้านหัวฉีดชำระและที่นั่ง เป็นวัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตเชื้อโรคมากถึง 99.9% พร้อมการออกแบบฝานั่งที่นั่งสบายทุกสรีระ รวมถึงมีฝารองอุ่น สามารถนั่งสบายๆ เพื่อความผ่อนคลาย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ไอเทมไฮเทคสำหรับโฮมออฟฟิศ ที่เราหยิบยกมาแนะนำ ซึ่งมีทั้งความพรีเมียม, อัจฉริยะ, ความทันสมัย, ความปลอดภัย และช่วยเติมเต็มความสุขในการทำงาน! ที่สำคัญเมื่อมีไอเทมปัง ๆ แบบนี้ สามารถสร้างความแตกต่างของสภาพแวดล้อมในการทำงานได้ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากเข้ามาร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน

เลือกซื้อ “ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า” แบบมืออาชีพ

เลือกซื้อ “ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า” แบบมืออาชีพ

หลาย ๆ คนเวลาใช้อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ คงจะเคยสังเกตเห็น และอาจจะสงสัยกันว่า ทำไมถึงต้องมีท่อรูปร่างแปลก ๆ อยู่ใต้อ่างล้างหน้า แล้วมีเอาไว้เพื่ออะไร จริง ๆ แล้ว ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่มีความสำคัญมาก ๆ หน้าที่หลักก็คือการระบายน้ำที่เราใช้ล้างมือ ล้างหน้า หรือแปรงฟัน ออกสู่ท่อระบายน้ำภายนอกบ้านนั่นเอง ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นของอ่างล้างหน้า ที่นอกจากช่วยระบายน้ำแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายประการด้วยกัน ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้านั้นไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว การเลือกท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า จึงควรต้องเลือกให้เหมาะสมตรงกับการใช้งาน รวมถึงพื้นที่ในการติดตั้งด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำประโยชน์ต่าง ๆ ของท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า ข้อดีข้อเสีย และวิธีเลือกซื้อ “ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า” แบบมืออาชีพ

ท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า คืออะไร ?

ท่อน้ำทิ้ง เป็นอุปกรณ์ในการระบายน้ำเสีย ออกสู่ท่อระบายน้ำ หรือระบายออกไปสู่ถังบำบัดภายนอก สามารถติดตั้งได้หลาย ๆ ที่ แต่ที่เราจะคุ้นตา พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ก็จะมี ใต้ซิงค์ล้างจานในครัว ใต้โถปัสสาวะ โถสุขภัณฑ์ รวมถึงท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าด้วยนั่นเอง การใช้งานคือต้องติดตั้งท่อน้ำทิ้งที่มีลักษณะโค้ง ๆ ร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ โดยการติดตั้งไว้ด้านล่าง นอกจากคุณสมบัติหลัก ๆ ในการระบายน้ำแล้ว ท่อน้ำทิ้งยังทำหน้าที่กรองเศษขยะ กักสิ่งสกปรกต่าง ๆ กรองกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นน้ำเสีย และป้องกันแมลง มีให้เลือกใช้งานด้วยกันหลายขนาด หลายเกรด หลายคุณภาพ และยังแบ่งออกตามความหนาของท่อน้ำทิ้ง ซึ่งจะมีความแข็งแรงทนทาน ทนกับแรงดันของน้ำแตกต่างกัน วัสดุของท่อน้ำทิ้งมีให้เลือกทั้ง PVC สเตนเลส ทองเหลืองชุบโครเมียม ฯลฯ

รู้จักกับประเภทของท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้ากันก่อน

โดยทั่วไปแล้ว ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า มีอยู่ 2 ประเภท ที่นิยมใช้งาน เรามาดูกันเลยว่าท่อน้ำทิ้งทั้ง 2 ประเภทนั้น มีจุดเด่นจุดด้อย แตกต่างกันอย่างไร เพื่อจะได้เลือกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมลงตัว

 ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าแบบกระปุก (Bottle Trap)

ท่อน้ำทิ้งลักษณะนี้ น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับติดตั้งใต้อ่างล้างหน้า ที่มีพื้นที่จำกัด ส่วนที่เป็นกระปุก หรือถ้วยจะทำหน้าที่เป็นตัวดักตะกอนป้องกันกลิ่นต่าง ๆ และแมลงย้อนกลับเข้ามาในท่อ เหมาะกับการติดตั้งอ่างล้างหน้าหรือโถปัสสาวะชาย

ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าแบบกระปุก (Bottle Trap)
  • ข้อดี  ของท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าแบบกระปุก คือ ส่วนกระปุกสามารถถอดออกมาทำความสะอาด เอาเศษสกปรกต่าง ๆ ออกได้ หรือหากมีของชิ้นเล็ก ๆ หล่นลงไป ก็จะตกอยู่ในกระปุกสามารถแกะออกมาได้เช่นกัน
  • ข้อเสีย ท่อน้ำทิ้งแบบ Bottle Trap ไม่สามารถปรับระยะ หรือปรับระดับได้ ต้องวัดระยะก่อนทำการติดตั้งให้ชัดเจน ให้ตรงกับรูที่เจาะผนัง ต้องดูแลทำความสะอาดแกะกระปุกเอาเศษขยะ ตะกอน สิ่งสกปรกออกบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการอุดตัน และเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นอับ

ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าแบบ P-Trap

ท่อน้ำทิ้งลักษณะนี้ ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าแบบกระปุก ตัวท่อจะมีรูปร่างโค้งงอคล้ายตัว P หรือตัว U ปัจจุบันเริ่มนิยมใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น โดยส่วนที่โค้งงอจะทำหน้าที่คล้ายกับ Bottle Trap เช่นกัน เพื่อขังน้ำเอาไว้ในท่อ เพื่อไล่อากาศ ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ให้ย้อนกลับขึ้นมาทางสะดืออ่างล้างหน้า และช่วยป้องกันแมลงต่าง ๆ ย้อนตามท่อเข้ามาด้วย เหมาะกับการติดตั้งเป็นท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ

ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้าแบบ P-Trap
  • ข้อดี  สามารถปรับระยะการติดตั้งได้ตามความเหมาะสม ตัวท่อระบายน้ำได้รวดเร็วสม่ำเสมอ และป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ดีกว่า
  • ข้อเสีย ใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าแบบกระปุก ท่อน้ำทิ้งแบบ P-Trap หรือ U-Trap ลักษณะโค้งงอ ทำให้อุดตันได้ง่าย จึงควรเลือกใช้ท่อ Trap ที่สามารถถอดเกลียวออกเพื่อทำความสะอาดได้

ความหนาของท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า กับการใช้งาน

ความหนาของท่อน้ำทิ้ง หมายถึงความแข็งแรงทนทาน ที่มีผลต่อการใช้งานในแต่ละประเภท ดังนั้น ท่อน้ำทิ้งที่มีความหนามากกว่า ก็สามารถทนแรงดันน้ำได้ดีกว่า ขึ้นอยู่กับจุด หรือบริเวณที่เราจะนำไปติดตั้งใช้งานด้วย โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ท่อน้ำทิ้งแบบหนาจะมีขนาดความหนามากกว่า 8.5 นิ้ว ท่อน้ำทิ้งแบบปานกลางจะมีความหนาไม่เกิน 8.5 นิ้ว และสุดท้ายท่อน้ำทิ้งแบบบาง มีความหนาไม่เกิน 5.5 นิ้ว ส่วนใหญ่บ้านหรือที่พักอาศัยโดยทั่วไป หรืออาคารที่ใช้ปั๊มน้ำ จะเลือกใช้ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า แบบหนา 8.5 เพราะสามารถทนแรงดันของน้ำได้ดี

ความหนาของท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า กับการใช้งาน

วัดพื้นที่อย่างถูกต้อง ก่อนซื้อท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า

การติดตั้งท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นแบบ Bottle Trap หรือ P-Trap ก็ต้องมีการวัดพื้นที่ให้ชัดเจนก่อนติดตั้ง เพื่อจะได้ใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะท่อน้ำทิ้งแบบกระปุกต้องมีระยะที่แน่นอน เพราะไม่สามารถปรับระยะ และระดับได้เหมือน P-Trap ซึ่งการวัดสามารถทำได้ดังนี้

  1. เริ่มจากวัดความยาวท่อชาร์ปแนวตั้ง ตั้งแต่เกลียวสะดืออ่างล้างหน้า จนถึงเกลียวด้านบนของกระปุก Bottle Trap หรือ P-Trap
  2. จากนั้นวัดความยาวท่อชาร์ปแนวนอนจากเกลียวด้านข้างกระปุก ไปจนถึงจุดที่เจาะรูผนังไว้ และอย่าลืมวัดเผื่อความยาว เพิ่มอีกประมาณ 1 นิ้ว สำหรับฝังท่อเข้าไปในผนังด้วย

วิธีดูแลทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างหน้า

หลังจากใช้งานไปนาน ๆ ท่อน้ำทิ้งทั้ง 2 ประเภท อาจจะระบายน้ำได้ช้าลง เนื่องจากมีเศษขยะ ตะกอน หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ลงไปสะสมจนอุดตัน ดังนั้น ควรถอดออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ เพื่อให้การใช้งานได้ดี โดยทำดังนี้

  • หมุนกระปุกท่อน้ำทิ้งตามเข็มนาฬิกา เพื่อถอดออกมาทำความสะอาด สังเกตดูซีลยางว่าขาดหรือไม่
  • เทน้ำที่ขังในกระปุก หรือใน Trap ออก จากนั้นล้างทำความสะอาดด้วยสบู่เหลว หรือน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่ว ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ให้มีการตกค้างของสบู่เหลว หรือน้ำยา ไม่ควรใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
  • ใส่กระปุกกลับเข้าที่เดิม ด้วยการหมุนทวนเข็มนาฬิกาให้แน่น 

ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า ทั้ง 2 ประเภท อาจจะมีคุณสมบัติการใช้งานไม่ต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับการเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน หรือบริเวณพื้นที่ที่จะติดตั้งมากกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรการเลือกซื้อท่อน้ำทิ้ง ก็ควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ว่าจะนำไปใช้งานอะไร ต้องการวัสดุชนิดไหน ใช้งานกับตำแหน่งไหน หรือใช้กับอุปกรณ์อะไร ต้องการความทนทานต่อแรงดันน้ำมากหรือไม่ เพื่อที่จะได้เลือกท่อน้ำทิ้งที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด

แนะนำอ่านต่อ : วิธีติดตั้งชักโครกให้ปลอดภัย เพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว

เปลี่ยนก๊อกน้ำธรรมดาให้เป็นเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกขนาดจิ๋ว WaterQ

เปลี่ยนก๊อกน้ำธรรมดาให้เป็นเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกขนาดจิ๋ว WaterQ

น้ำประปาที่เราเปิดใช้อยู่ทุกวัน หากมองด้วยตาเปล่าก็อาจดูใสสะอาดดี แต่ระหว่างทางที่น้ำถูกส่งมาถึงเรา จะต้องผ่านอะไรมาบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ บางบ้านอาจเจอกับตะกอน เศษหิน เศษดินปนเปื้อนมาด้วย หรืออาจมีกลิ่นคลอรีน และหากโชคไม่ดีอาจมีแบคทีเรียหรือสิ่งมีชีวิตที่เรามองไม่เห็นหลบซ่อนอยู่ก็เป็นได้

โดยปกติแล้ว หน่วยงานผู้รับผิดชอบอย่างการประปา จะผลิตน้ำโดยผ่านขั้นตอนกรรมวิธีต่าง ๆ อย่างพิถีพิถันก่อนจะแจกจ่ายน้ำผ่านท่อส่งน้ำ ให้ประชาชนตามบ้านเรือนได้อุปโภคบริโภคกัน โดยจะใช้โรงสูบน้ำแรงต่ำสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาก็นำเข้าสู่ถังกวนโดยมีการเติมสารส้มและปูนขาว เพื่อขจัดสารปนเปื้อนไม่ว่าจะเป็นตะกอน หิน หรือดิน จากนั้นจึงส่งต่อไปยังถังตกตะกอน และนำไปฆ่าเชื้อด้วยสารคลอรีน ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อนจะแจกจ่ายให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

แต่แม้ว่าน้ำต้นทางจะผ่านกระบวนการบำบัดและรักษาคุณภาพมาดีแค่ไหน เราก็ยังไม่อาจรู้ได้ว่าระหว่างทางที่น้ำถูกแจกจ่ายมา จะไม่มีสารปนเปื้อนหลงเหลืออยู่แล้วจริงๆ ยิ่งหากจุดไหนมีท่อประปาชำรุดจนต้องมีการซ่อมแซมเกิดขึ้นละก็ เลี่ยงไม่ได้เลยที่อาจจะมีตะกอน เศษดิน ทราย หลุดรอดผ่านท่อมาสู่ระบบประปาในบ้านของเรา หรือแม้แต่ระบบประปาในบ้านของเราก็อาจเป็นที่มาของการสะสมสารปนเปื้อนได้เช่นกัน

สิ่งปนเปื้อนในน้ำประปา

สิ่งปนเปื้อนในน้ำประปา

ความจริงแล้วสิ่งปนเปื้อน อาจมีที่มาได้จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะตั้งแต่โรงงานผลิตน้ำประปา ระหว่างทางในท่อส่งน้ำ หรือแม้กระทั่งก๊อกน้ำของเราเอง ซึ่งสารปนเปื้อนแต่ละชนิดก็มีทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ที่พบได้บ่อย ๆ มีดังนี้

01. คลอรีน

คลอรีนเป็นสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปา เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้สามารถใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งปริมาณคลอรีนที่โรงงานผลิตน้ำประปาใช้มักไม่เป็นอันตราย คือ 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตรซึ่งเป็นปริมาณที่องค์การอนามัยโลกกำหนด และยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำประปาได้ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วจริง ๆ แต่บางครั้งกลิ่นคลอรีนอาจเหม็นจนกวนใจ เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้โดยการนำน้ำใส่ภาชนะและตั้งทิ้งไว้ 20-30 นาที คลอรีนจะระเหยออกไปเอง หรือใช้อุปกรณ์กรองน้ำเข้ามาช่วย

02. ตะกอนดินหรือหิน

บางครั้งเราอาจพบว่าอยู่ดี ๆ น้ำก็มีสีแดง เหมือนมีดินหรือหินเจือปนอยู่ด้วย สร้างทั้งความไม่สบายใจ และความเสียหายให้กับอุปกรณ์จ่ายน้ำ สาเหตุหลัก ๆ อาจมาจากการซ่อมแซมท่อส่งน้ำ ทำให้มีเศษดินหรือหินเล็ดลอดเข้ามาในท่อระหว่างขุดเจาะ ปัญหาเหล่านี้อาจหายไปได้ภายในหนึ่งวันหลังท่อได้รับการซ่อมแซมเสร็จแล้ว แต่นอกจากท่อส่งน้ำระหว่างทาง เราก็ต้องหมั่นตรวจเช็กระบบน้ำของเราเองด้วยว่าเกิดการชำรุดตรงไหนหรือไม่ เช่น ถังพักน้ำอาจมีช่องโหว่ให้เศษหินหรือดินเข้าไปติดจนน้ำมีตะกอนเจือปนได้ 

03. ตะกอนหินปูน

ตะกอนหินปูนมักพบเจอบ่อย ๆ ตามบ้านที่ใช้น้ำบาดาล แม้จะเป็นเพียงเศษเล็ก ๆ แต่ก็สร้างความเดือดร้อนเพราะทำให้อุปกรณ์หรือระบบน้ำเกิดความเสียหาย หินปูนที่เกาะตามจุดต่าง ๆ เช่น หัวก๊อก ฝักบัว หรือแม้กระทั่งในท่อ จะไปขัดขวางทำให้อุปกรณ์จ่ายน้ำเกิดการอุดตัน ซ้ำร้ายน้ำที่ถูกปล่อยออกมายังไม่ดีต่อการอุปโภคบริโภคอีกด้วย

04. ตะกอนสนิม

อีกหนึ่งปัญหาของการใช้น้ำบาดาลคือตะกอนสนิมเหล็ก ส่งผลให้น้ำมีความกระด้าง ลักษณะที่เห็นได้ชัดคือเมื่อถูสบู่ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ซักล้างต่าง ๆ แล้วไม่เกิดฟอง ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน จึงจำเป็นต้องนำมาผ่านขั้นตอนการกรองเพื่อกำจัดตะกอนสนิมออกไป

05. ฝ้าผิวน้ำ

หลายคนอาจจะเคยเห็นฝ้าขุ่น ๆ ลอยอยู่บนผิวน้ำ แลดูเหมือนเป็นสิ่งสกปรก แต่ที่จริงแล้ว นั่นเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เมื่อแร่ธาตุซึ่งมีอยู่ในน้ำอย่างแคลเซียมออกมาเจอกับความร้อนจากแสงแดดแล้ว ตะกอนต่าง ๆ จะเกิดการเกาะตัวรวมกันเป็นฝ้า ซึ่งไม่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย

ทำอย่างไรจึงจะใช้น้ำได้อย่างสะอาดและมั่นใจ

ทำอย่างไรจึงจะใช้น้ำได้อย่างสะอาดและมั่นใจ

แม้น้ำประปาจะผ่านการบำบัดและควบคุมคุณภาพมาอย่างพิถีพิถันแล้วก็จริง แต่จะเห็นได้ว่าระหว่างทางที่น้ำถูกส่งมานั้นก็ยังมีช่องโหว่ที่เราเองก็ควบคุมไม่ได้ จนเกิดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในน้ำ หรือมีสารปนเปื้อน สร้างสุขภาวะที่ไม่ดีต่อผู้ใช้น้ำปลายทาง แม้สารปนเปื้อนบางชนิดจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็สร้างความไม่สบายใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ เราในฐานะผู้ใช้น้ำจึงต้องหาทางรับมือด้วยตัวเองอีกทางหนึ่ง

01. ตรวจเช็คระบบน้ำภายในบ้าน

วิธีแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือหมั่นตรวจเช็กอุปกรณ์ในระบบน้ำประปาของเราอยู่เสมอว่ามีจุดชำรุดตรงไหนหรือไม่ หากพบรอยรั่ว หรือท่อประปาแตก นั่นอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดตะกอนดินหรือหินไปสะสมอยู่ภายในได้ นอกจากนี้ หากอุปกรณ์เหล่านั้นถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ก็อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน เพราะด้านในอาจเกิดสนิมสะสมตามระยะเวลา ซึ่งหากใช้น้ำที่ผ่านจากอุปกรณ์เหล่านี้ต่อไป ย่อมส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ

02. ติดตั้งถังพักน้ำ

การติดตั้งถังพักน้ำก่อนที่จะสูบน้ำใส่เครื่องปั๊มน้ำไปใช้งานต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราแน่ใจได้ว่าน้ำประปาที่เราใช้เป็นน้ำที่สะอาดจริง ๆ เนื่องจากหากติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำกับท่อใต้ดินโดยตรง เครื่องปั๊มน้ำอาจดูดเอาสิ่งสกปรกมาด้วยจนไม่สามารถใช้งานได้ จึงควรติดตั้งให้เครื่องสูบน้ำจากถังพักน้ำที่ปิดมิดชิดเพื่อขจัดปัญหาสารปนเปื้อน อย่างไรก็ตาม เราควรทำความสะอาดถังพักน้ำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อป้องกันตะกอนหรือสิ่งสกปรกสะสมภายในซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

03. ติดตั้งอุปกรณ์กรองน้ำ

การติดตั้งอุปกรณ์กรองน้ำนับเป็นวิธียอดนิยมเพื่อให้บริโภคน้ำได้อย่างสะอาดและปลอดภัย เพราะสามารถกรองได้ทั้งตะกอน สารโลหะหนัก หรือกลิ่นคลอรีน ทั้งนี้ การติดตั้งเครื่องกรองน้ำก็ต้องหมั่นตรวจเช็กและทำความสะอาดเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค แต่หลายบ้านมักใช้เครื่องกรองน้ำกับน้ำเพื่อการดื่มเสียส่วนใหญ่ โดยอาจลืมไปว่า น้ำที่เราต้องใช้ในการอุปโภค เช่น ล้างจาน ล้างวัตถุดิบทำอาหาร หรือใช้สำหรับการแปรงฟัน ล้างหน้า ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน 

ปัจจุบันมีอุปกรณ์กรองน้ำสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคโดยเฉพาะ ซึ่งติดตั้งง่าย เพียงแค่ต่อกับปากก๊อกก็เหมือนมีเครื่องกรองน้ำจิ๋ว แต่ใช้กรองได้ทั้งสารปนเปื้อนและสารอันตรายที่อาจมาพร้อมกับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าง เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก หรือ ปากก๊อกกรองน้ำ KUDOS WATER Q

KUDOS WATER Q ปากกรองก๊อกน้ำ

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก KUDOS WATER Q

  • เป็นเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งจากไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องการประหยัดน้ำ (Thai Industrial Standards) มาตรฐานอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards)
  • ใช้ไส้กรองซึ่งผลิตจาก Activated Carbon ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถกรองสารปนเปื้อนในน้ำได้สูงถึง 80% โดยช่วยขจัดสารพิษอันตราย 5 ชนิด ทั้ง เตตระคลอโรเอทธิลีน สารไตรคลอโรเอทีลีน สารที่ก่อให้เกิดกลิ่น สารเคมีกำจัดแมลง และคลอรีนอิสระในน้ำ
  • สามารถเลือกใช้ปรับได้ 2 ฟังก์ชัน ได้แก่ น้ำประปา (Tap Water) สำหรับการซักล้างต่าง ๆ และ น้ำที่ผ่านการกรอง (Pure Water) สำหรับการประกอบอาหาร ล้างหน้า หรือแปรงฟัน
  • เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก WaterQ สามารถกรองน้ำได้ถึง 1.6 ลิตร/นาที ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำ
  • ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ใช้วัสดุ ABS ที่ทนทานต่อทั้งความร้อนและแรงกระแทกซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับ Food Grade
  • เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก WaterQ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะอ่างหรืออะไรให้ยุ่งยาก ประหยัดพื้นที่ เพียงแค่ต่อเข้ากับปากก๊อกน้ำ ใช้ได้ทั้งก๊อกเกลียวนอก และก๊อกเกลียวใน นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนฟิลเตอร์เพื่อรักษาคุณภาพและความสะอาดได้แบบไม่ยุ่งยาก