Category Archives: ไลฟ์สไตล์

มือใหม่หัดซื้อต้องรู้! สุขภัณฑ์อัตโนมัติเหมาะกับใคร เลือกอย่างไรให้คุ้ม

มือใหม่หัดซื้อต้องรู้! สุขภัณฑ์อัตโนมัติเหมาะกับใคร เลือกอย่างไรให้คุ้ม

สุขภัณฑ์ตามท้องตลาดในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทมากขึ้น อีกทั้งฟังก์ชันก็มีให้เราเลือกได้มากมายตามความต้องการ โดยเฉพาะชักโครกอัตโนมัติที่ตอนนี้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง ดังที่เราจะเห็นตามโรงแรม หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เริ่มติดตั้งชักโครกอัตโนมัติให้เราได้ใช้กัน ทำเอาหลายคนรู้สึกติดใจอยากนำไปติดตั้งที่บ้านบ้างเพราะใช้งานแล้วสะดวกสบายเหลือเกิน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนเลือกซื้อ เราควรตัดสินใจและประเมินให้ดีว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับวิถีชีวิตประจำวันของเราหรือเปล่า หากใครกำลังชั่งใจอยู่ล่ะก็ วันนี้เราจะมาช่วยทุกคนตัดสินใจเอง

สุขภัณฑ์อัตโนมัติคืออะไร เหมาะกับใครบ้าง

สุขภัณฑ์อัตโนมัติก็คือ สุขภัณฑ์สำหรับการขับถ่ายที่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัตโนมัติลงไป ไม่ว่าจะระบบเปิด-ปิดฝารองนั่งเอง ระบบกดน้ำอัตโนมัติ หรือระบบชำระล้างอัตโนมัติที่เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสที่ปุ่ม ก็สามารถทำความสะอาดหลังการขับถ่ายได้อย่างง่ายดาย รวมถึงระบบกดน้ำอัตโนมัติยังตอบโจทย์ชีวิตของคนยุคใหม่อย่างวิถีชีวิตแบบไร้การสัมผัส ที่จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรคได้


โดยหลัก ๆ แล้วสุขภัณฑ์อัตโนมัติแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

  1. โถสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งระบบอัตโนมัติมาในตัว พูดง่าย ๆ ก็คือทั้งโถนั้นจะมีระบบไฟฟ้าอัตโนมัติติดตั้งมาให้เสร็จสรรพ
  2. ฝารองนั่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฝารองนั่งของโถสุขภัณฑ์ที่นำมาเพิ่มฟังก์ชันอัตโนมัติลงไป โดยเราสามารถเลือกซื้อฝารองนั่งอัตโนมัตินี้ให้เหมาะสมกับโถชักโครกในบ้านของเรา แล้วเปลี่ยนเฉพาะส่วนฝา เพื่อเปลี่ยนให้สุขภัณฑ์ตัวเดิมของเราเป็นชักโครกอัตโนมัติโดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ทั้งหมด

แล้วแบบนี้ โถชักโครกอัตโนมัติจะเหมาะกับใครบ้างล่ะ?

สำหรับใครที่ต้องการยกระดับการเข้าห้องน้ำของเราไปอีกขั้น โถชักโครกอัตโนมัตินับว่าตอบโจทย์มาก ๆ โดยเฉพาะโถแบบที่ติดตั้งระบบอัตโนมัติมาให้เสร็จสรรพ เราจะได้รับเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะระบบเปิด-ปิดฝาอัตโนมัติ ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว ระบบชำระล้างอัตโนมัติ ฯลฯ

แน่นอนว่าเมื่อได้ลองใช้สุขภัณฑ์อัตโนมัติแล้ว เราจะต้องติดใจในความสะดวกสบายของมันแน่นอน เพราะไม่ต้องมาวุ่นวายกับการหาสายฉีดชำระให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว เราก็สามารถทำความสะอาดหลังเสร็จภารกิจได้อย่างสบาย ใครที่อยากเพิ่มความสะดวกสบายนี้ให้กับห้องน้ำที่บ้าน อาจหาซื้อเพียงแค่ฝารองนั่งอัตโนมัติมาติดเสริม เท่านี้ก็อาจจะเพียงพอแล้ว

หากใครอยากหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับจุดต่าง ๆ ทั้งสายฉีดชำระ หรือตัวกดน้ำของชักโครกซึ่งต้องผ่านมือของหลายคน โถชักโครกอัตโนมัตินับว่าตอบโจทย์มากทีเดียว นอกจากนั้น ส่วนใหญ่แล้วก้านฉีดชำระอัตโนมัติมักจะมาพร้อมระบบทำความสะอาดหรือระบบฆ่าเชื้อโรคอยู่ในตัวซึ่งต่างจากสายชำระเดิม ๆ ที่จะไม่มีระบบนี้

ด้วยความที่ระบบอัตโนมัติถูกติดตั้งอยู่ภายในโถเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีสายชำระระโยงระยางให้สะดุดล้ม หรือปัญหาน้ำจากสายฉีดชำระนองพื้นให้ลื่น

โถชักโครกอัตโนมัติมักมาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย ดูเป็นระเบียบเพราะไม่จำเป็นต้องมีสายชำระติดระเกะระกะอยู่ด้านนอก ห้องน้ำของเราจึงดูสวยงาม และเป็นระเบียบมากขึ้น

วิธีเลือกสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกอย่างไรให้คุ้ม

 

วิธีเลือกสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกอย่างไรให้คุ้ม

ระบบอัตโนมัติที่ถูกติดเพิ่มเข้ามาในโถอาจทำให้เราต้องพิถีพิถันในการดูแลมากขึ้น ดังนั้นทางทีดีเราควรเลือกโถชักโครกอัตโนมัติที่มีระบบชำระล้างภายในตัวที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เมื่อกดน้ำแล้วไม่ควรมีคราบหลงเหลือ หรือมีให้น้อยที่สุดเพื่อลดเวลาทำความสะอาด และลดการใช้น้ำในการทำความสะอาดแต่ละครั้งนั่นเอง

นอกจากฟังก์ชันหลักอย่างการชำระล้างแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนจะเลือกซื้อโถชักโครกอัตโนมัติก็คือฟังก์ชันเสริมว่ามีอะไรบ้าง เช่น ก้านฉีดชำระที่ปรับได้หลายระดับ ระบบเป่าลมแห้ง ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ รวมถึงระบบความปลอดภัยในการใช้งาน อย่างเช่น KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัตินี้ที่เรียกได้ว่าอัจฉริยะสมชื่อ มีหลายรุ่นให้เลือกสรรตามความต้องการ ซึ่งเเต่ละรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันเสริมที่ตอบโจทย์การใช้งานมากมาย อีกทั้งระบบความปลอดภัยก็ดีเยี่ยม ตัวอย่างฟังก์ชันที่น่าสนใจ เช่น

  • ฝารองนั่งที่รองรับสรีระ มาพร้อมระบบฝารองนั่งอุ่น Instant Heating ให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อใช้งาน
  • ก้านฉีดชำระอัตโนมัติสามารถปรับความแรงของน้ำได้ 5 ระดับ และอุณหภูมิ 6 ระดับ รวมถึงยังปรับตำแหน่งทำความสะอาดได้อีก 5 ระดับ นอกจากนี้ยังมีโหมดให้เลือกใช้งาน นั่นคือ โหมดทำความสะอาดปกติ หรือโหมดทำความสะอาดพร้อมนวดผ่อนคลาย
  • หัวฉีดชำระและที่นั่งทำจากวัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียหรือเชื้อโรคได้มากถึง 99.9%
  • มีระบบเป่าลมแห้ง ลดการใช้กระดาษชำระ
  • ระบบปล่อยน้ำทำความสะอาดอัตโนมัติหลังใช้งานเสร็จซึ่งช่วยลดการสัมผัสได้
  • มีรีโมทควบคุมที่รองรับกับทุกขนาดของห้องน้ำ
  • มีระบบแสงไฟเพื่อความปลอดภัยในเวลากลางคืน
  • มีระบบขจัดกลิ่น และระบบประหยัดน้ำ

จะซื้อโถชักโครกอัตโนมัติทั้งที นอกจากฟังก์ชันแล้ว อาจจะต้องคำนึงถึงดีไซน์ด้วยว่าแบบไหนจึงจะเหมาะกับห้องน้ำของเรา ทางที่ดีควรเลือกแบบที่ดีไซน์สวย ดูทันสมัย แต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัย อย่างสุขภัณฑ์อัตโนมัติ KUDOS Intelligent Toilet ที่ออกแบบให้มีความโมเดิร์น อีกทั้งยังดีไซน์ให้เป็นรูปทรงโค้งมน ลดเหลี่ยม ลดมุมต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้เราเข้าห้องน้ำได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติมักมาพร้อมกับราคาที่แพงกว่าโถสุขภัณฑ์ทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรเลือกซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล มีฟังก์ชันหลักและฟังก์ชันเสริมที่ครบครันให้เราได้ใช้งานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ข้อดีของสุขภัณฑ์อัตโนมัติ

รู้จักโถชักโครกอัตโนมัติกันไปพอสมควรแล้ว คราวนี้เริ่มตัดสินใจกันได้หรือยัง ถ้ายังล่ะก็ งั้นเราจะมาสรุปข้อดีของโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติกันอีกทีแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ 

  • สะอาด ทั้งภายในโถและนอกโถ เพราะโถชักโครกอัตโนมัติมักมาพร้อมฟังก์ชันการทำความ
  • สะอาดและป้องกันเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งห้องน้ำนอกโถยังสะอาดเพราะตัดปัญหาเรื่องน้ำไหลจากสายชำระทิ้งไป
  • สะดวกสบาย เพราะโถชักโครกเขารวมฟังก์ชันมาให้หมดแล้ว ทั้งระบบเปิด-ปิดฝา ระบบก้านชำระอัตโนมัติที่ใช้งานง่าย ๆ เพียงปุ่มเดียว รวมไปถึงระบบกดน้ำอัตโนมัติเมื่อใช้งานเสร็จ
  • ลดการสัมผัส เพราะทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่รู้ได้ว่าต้องเปิดฝารองนั่งเมื่อไหร่ ต้องกดน้ำทำความสะอาดโถเมื่อไหร่
  • ปลอดภัย หมดกังวลเรื่องการสะดุดล้มสายฉีดชำระ การลื่นในห้องน้ำ รวมถึงยังได้สุขอนามัยที่ดีเพราะโถชักโครกอัตโนมัติมักมาพร้อมกับระบบฆ่าเชื้อโรคภายในตัว

เป็นอย่างไรกันบ้าง ด้วยประโยชน์รวมถึงข้อดีของโถชักโครกอัตโนมัติที่ให้มาแบบเต็ม ๆ ขนาดนี้ พอจะช่วยให้ตัดสินใจกันได้บ้างหรือยัง หากตัดสินใจได้แล้ว ก็อย่าลืมเลือกโถที่ได้รับมาตรฐาน มีคุณภาพ และปลอดภัยกันด้วยนะ อย่างสุขภัณฑ์อัตโนมัติ KUDOS Intelligent Toilet นับว่าตอบโจทย์มาก ๆ ทั้งฟังก์ชันหลัก ฟังก์ชันรองก็มีครบ แถมยังให้ความปลอดภัยหายห่วง

มากกว่าความปลอดภัย 5 เหตุผลสำคัญ ทำไมถึงควรติดตั้งกลอนประตูดิจิตอล

มากกว่าความปลอดภัย 5 เหตุผลสำคัญ ทำไมถึงควรติดตั้งกลอนประตูดิจิตอล

เดี๋ยวนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ อะไรที่เราพอจะเซฟตัวเองได้ก็ควรทำ โดยเฉพาะในเรื่องทรัพย์สินและชีวิตในบ้านที่ถือว่าเป็นเซฟโซนของเรา อย่างการล็อกกุญแจบ้านเนี่ย การใช้กุญแจธรรมดา ๆ ก็ช่วยเรื่องความปลอดภัยได้อยู่หรอก แต่บางทีการจะต้องพกกุญแจบ้านไปไหนมาไหนตลอดก็เสี่ยงที่จะทำหาย หรือบางครั้งก็ลืมเอาไว้ในบ้าน แถมขโมยทุกวันนี้ยิ่งอุกอาจ กุญแจผีก็ระบาด ไหนจะการบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายตามที่เห็นบ่อย ๆ ในข่าว จะไว้ใจได้อย่างไรว่าแค่ล็อกกุญแจแล้วโจรจะเข้าบ้านเราไม่ได้ จะดีกว่าไหมถ้าหากบ้านของเรามีการล็อกได้อย่างหนาแน่น และปลอดภัยมากขึ้นด้วยการติดตั้งกลอนประตูดิจิตอล

ประตูดิจิตอลล็อคคืออะไร มี่กี่รูปแบบ

กลอนประตูดิจิตอล คือ การผสานกลอนประตูเข้ากับเทคโนโลยี โดยจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยล็อกประตูของเราโดยไม่ต้องใช้กุญแจ หมดปัญหาเรื่องกุญแจผี การลืมกุญแจ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอีกมากมาย เช่น เราสามารถใช้ประโยชน์จาก Wifi ปลดล็อกหรือส่งรหัสให้กับคนที่ต้องการได้ อีกทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนหรือระบบป้องกันกรณีมีคนพยายามปลดล็อกกลอนประตูของเราอีกด้วย นับว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านและผู้อยู่อาศัยได้อีกขั้น


กลอนประตูดิจิตอลที่วางขายในท้องตลาดปัจจุบันนั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ดังนั้นเราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักแต่ละแบบกันดีกว่า

รูปแบบนี้เป็นแบบที่นิยมใช้กันมาก เพียงแค่ตั้งรหัส และใส่รหัสเมื่อต้องการเข้าบ้าน ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องพกกุญแจให้หนัก ให้วุ่นวายกลัวหายกลัวลืมอีกเเล้ว

ระบบนี้จะเหมือนกับเวลาที่เราต้องใช้บัตรพนักงานแตะเข้าไปในบริษัท แต่เป็นที่บ้านของเราเอง ไม่ต้องพกกุญแจให้เปลืองพื้นที่ แค่พกคีย์การ์ดใบเดียวก็เข้าออกได้สบาย

ระบบนี้เรียกได้ว่ามีความปลอดภัยสูง เพราะต้องอาศัยลายนิ้วมือของแต่ละคนสแกนเข้าออกบ้าน ไม่สามารถปลอมแปลงได้

หลายคนอาจจะงงว่า ในเมื่อเป็นกลอนประตูอัตโนมัติ แล้วทำไมยังต้องใช้กุญแจอยู่อีก นั่นเป็นเพราะระบบกุญแจยังเป็นระบบพื้นฐานที่ควรมีเอาไว้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น กลอนประตูอัตโนมัติเสีย เป็นต้น

เรียกได้ว่าเป็นระบบเพื่อคนรุ่นใหม่และไฮเทคอย่างแท้จริง เพราะแค่มีอินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชัน กับสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเครื่อง เราก็สามารถสั่งการเปิดปิดประตูได้ แม้ตัวไม่ได้อยู่ตรงนั้น

 

นอกจากนั้นแล้ว รูปแบบการติดตั้ง หลัก ๆ แล้วยังแบ่งได้เป็น 2 แบบ นั่นคือ

  • ติดตั้งเป็นกลอนหลัก (Main Lock) คือการติดตั้งกลอนประตูดิจิตอลแทนลูกบิดธรรมดาไปเลย
  • ติดตั้งเป็นกลอนเสริม (Rim Lock) คือยังคงกลอนประตูเดิมไว้อยู่ โดยเราจะติดตั้งกลอนประตูอัตโนมัติควบคู่กันไป ราคาจะถูกกว่าแบบแรก และติดตั้งง่าย

5 เหตุผลที่ควรติดตั้งกลอนประตูดิจิตอล

5 เหตุผลที่ควรติดตั้งกลอนประตูดิจิตอล

 

กล่าวมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มจะเห็นถึงฟังก์ชันของเจ้ากลอนประตูดิจิตอลกันบ้างแล้ว คราวนี้เราจะมาตอกย้ำถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากให้คุณลองเปิดใจติดตั้งกลอนประตูดิจิตอลกัน

การจะพกกุญแจบ้านไปไหนมาไหนด้วยบางทีก็สร้างความลำบากให้ชีวิตเหมือนกัน ไหนจะต้องมาคอยพะวงกลัวทำหายแล้วจะเข้าบ้านไม่ได้อีก แต่หากติดตั้งกลอนประตูดิจิตอลจะช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้น เพราะแค่ออกจากบ้านไปตัวเปล่า ก็กลับเข้าบ้านมาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น แม้ไม่ต้องอยู่หน้าประตู เราก็สามารถสั่งการตัวล็อคจากที่ไกล ๆ ได้ 


แต่การจะเลือกซื้อกลอนประตูอัตโนมัติให้สะดวกสบายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ก็ควรจะเลือกกลอนประตูดิจิตอลที่มีให้เราเลือกล็อกได้หลายรูปแบบ อย่างเช่น Alpha Digital Lock – Rim Lock R1 Model จาก KUDOS ซึ่งเป็นกลอนประตูดิจิตอลแบบกลอนเสริม รับประกันคุณภาพจากญี่ปุ่น มาพร้อมกับระบบปลดล็อก 4 ระบบ นั่นคือ 

  • ลายนิ้วมือ บันทึกได้ถึง 10 ลายนิ้วมือ
  • พาสเวิร์ด รองรับรหัสได้ถึง 10 รหัสผู้ใช้ (User Pincode) 1 รหัสสำหรับใช้ครั้งเดียว (one-time Pin) และ 1 รหัสหลัก (Master PIN)
  • IC Card รองรับได้ถึง 100 ใบ
  • ระบบบลูทูธ

การติดตั้งกลอนประตูดิจิตอลให้ความปลอดภัยกับคุณได้มากกว่า หมดห่วงเรื่องโจรกรรม เพราะมาพร้อมกับระบบกันขโมย ระบบป้องกันรหัสผ่านรั่วไหล และยังช่วยให้รู้ด้วยว่าใครเข้าออกบ้านของเราบ้าง อย่าง  Alpha Digital Lock – Rim Lock R1 Model จาก KUDOS ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมมาก 

  • สามารถตรวจสอบบันทึกการเข้าออก และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน
  • ระบบ Auto Lock Mode กลอนจะล็อคอัตโนมัติทันทีที่ประตูปิด
  • ระบบ Privacy Mode ไม่ให้มีการปลดล็อคจากภายนอก เพื่อลดการรบกวนในช่วงเวลาที่ต้องการ
  • ระบบ Away Mode ป้องกันการปลดล็อคจากภายนอกในกรณีที่สมาชิกในครอบครัวไม่อยู่บ้านพร้อมกัน และจะส่งสัญญาณเตือนยาว 1 นาทีหากมีการเปิดจากภายใน
  • ระบบ Shutdown Mode อุปกรณ์ล็อคจะปิดระบบนาน 5 นาทีทันทีที่มีการใส่รหัสผิด หรือใช้การ์ดที่ไม่ได้ลงทะเบียนปลดล็อคครบ 10 ครั้ง
  • มีระบบป้องกันการแอบดูรหัส โดยสามารถกดรหัสหลอกก่อนหรือหลังการกดรหัสจริงโดยรหัสจริงจะต้องเรียงติดกัน และรหัสที่กดรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 32 ตัว

บอกไว้เลยว่าใครจะมางัดแงะกลอนประตูดิจิตอลของเรานี่ไม่มีทางทำสำเร็จ เพราะเริ่มงัดเมื่อไหร่ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้เราทราบผ่านแอปพลิเคชันทันที ยกตัวอย่างการเตือนของ Alpha Digital Lock – Rim Lock R1 Model จาก KUDOS จะมีสัญญาณเตือนในกรณีที่ดิจิตอลล็อคทำงานผิดปกติ หรือมีการงัดแงะ

ใครที่กลัวว่ากลอนประตูดิจิตอลจะติดตั้งยากหรือเปล่า มีกลอนประตูเก่าอยู่แล้วจะติดตั้งยังไง อย่างที่อธิบายไปแล้วว่า เราสามารถเลือกการติดตั้งได้ว่าจะเป็นแบบ Main Lock หรือ Rim Lock หากใครอยากใช้กลอนแบบอันเดียวโดด ๆ ก็อาจจะเลือกแบบแรก แต่หากยังไม่อยากเปลี่ยนใหม่ยกแผง การติดตั้งแบบ Rim Lock ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะราคาถูกกว่า ทุ่นเวลาการติดตั้งได้มากกว่า อย่าง Alpha Digital Lock – Rim Lock R1 Model จาก KUDOS ก็ติดตั้งได้ทั้งกับประตูไม้ หรือประตูเหล็กชนิดบานสวิง ไม่ต้องเดินสายไฟ แค่ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AA Alkaline จำนวน 4 ก้อน สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ปี นอกจากนี้ยังมีจุดกระตุ้นแบตเตอรี่กรณีแบตเตอรี่หมด ผ่านช่อง Micro USB หรือใครอยากอัพเกรดความปลอดภัยให้ดียิ่งกว่าด้วยเทคโนโลยีไร้สายอย่าง Zigbee หรือ Z-Wave ก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน

ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ครบครันขนาดนี้ หลายคนอาจคิดว่าจะต้องราคาหลายหมื่นแน่ ๆ แต่ไม่เลย เพราะกลอนประตูดิจิตอลในปัจจุบันมีให้เลือกหลายราคา หลายแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตของทุกคน นับว่าเป็นการลงทุนด้านความปลอดภัยที่คุ้มค่า

ไหนใครเริ่มสนใจติดตั้งกลอนประตูดิจิตอลแล้วบ้างคะ เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบเครื่อง และให้ความสะดวกสบายอย่างครบครันขนาดนี้ หากสนใจอยู่ละก็ ไม่ต้องลังเล เพราะความปลอดภัยในบ้านและคนที่เรารักเป็นสิ่งที่ไม่ต้องรีรอ ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่ให้ความอุ่นใจได้ในระยะยาว

How to รับมืออาการ “แพ้น้ำ” ต้นตอของปัญหาผิวและสิว และวิธีกู้ผิวให้กลับมาแข็งแรง

How to รับมืออาการ “แพ้น้ำ” ต้นตอของปัญหาผิวและสิว และวิธีกู้ผิวให้กลับมาแข็งแรง

อาการแพ้น้ำนับเป็นปัญหาผิวที่กวนใจใครหลาย ๆ คน เพราะเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก บางครั้งเราก็ไม่มีทางรู้ว่าน้ำที่ต้องใช้ล้างหน้านั้นสะอาดมากน้อยแค่ไหน อาการแพ้น้ำนำมาซึ่งปัญหาผิวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาการระคายเคือง ผดผื่นคัน รวมถึงสิว หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ล่ะก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะวันนี้เราได้รวบรวม How to รับมือกับอาการแพ้น้ำแบบง่าย ๆ มาให้แล้ว

อาการแพ้น้ำเกิดจากอะไร

อาการแพ้น้ำ หมายถึง การที่ผิวของเราไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับน้ำที่เราสัมผัส ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองตามผิวหนัง ผดผื่นคัน เป็นสิว หรือบางรายอาจถึงขั้นผิวหนังบวมแดงเพราะแพ้อย่างรุนแรง ส่วนมากมักเกิดกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และจะเกิดขึ้นเวลาที่เราต้องไปสัมผัสกับน้ำต่างที่ต่างถิ่น เช่น เวลาไปเที่ยวที่อาจจะต้องใช้น้ำจากหลากหลายแหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาล หรือน้ำประปาท้องถิ่นซึ่งอาจไม่สะอาด มีสารปนเปื้อน อาจมีความเป็นกรดด่างต่างจากน้ำที่เคยใช้ปกติ หรือหากใครโชคร้ายแพ้น้ำที่ตัวเองใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน ก็อาจเกิดเป็นสิวเรื้อรังซึ่งกวนใจมาก ๆ อาการแพ้น้ำส่วนมากมักเกิดหลังจากผิวได้สัมผัสน้ำไปสักระยะ ไม่ค่อยแสดงอาการในทันที ดังนั้น เราควรหาวิธีป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะผิวมีอาการแพ้น้ำแล้ว นั่นหมายความว่า ผิวของเราอาจจะสัมผัสสิ่งเจือปนในน้ำมาสักระยะหนึ่งเเล้วนั่นเอง

รับมือยังไงถ้าเกิดอาการแพ้น้ำ

รับมือยังไงถ้าเกิดอาการแพ้น้ำ

 

เมื่อเกิดอาการแพ้น้ำ คงจะเป็นเรื่องยากถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำทั้งหมดที่นำมาใช้ชำระล้างร่างกาย แต่ก็ยังมีวิธีหรือตัวช่วยอื่น ๆ ที่ง่ายกว่า แถมยังช่วยลดอาการแพ้น้ำได้ด้วย

ผิวรู้สึกระคายเคืองต่อน้ำอยู่แล้ว ทางที่ดีเราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวไว้ก่อน หลีกเลี่ยงสบู่อาบน้ำหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป ส่วนใหญ่ผิวหน้าและผิวกายของเราจะมีค่า pH อยู่ที่ 4.7 – 5.75 ซึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรดมากไป หรือเป็นเบสมากไปจะส่งผลให้ผิวของเราเสียสมดุล ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา ดังนั้น แนะนำให้เลือกใช้สูตรที่ค่า pH มีความสมดุลต่อผิว เช่น pH ที่ 5.5 รวมถึงสามารถเลือกสูตรที่ช่วยลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว จากนั้นหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำเสร็จ อาจใช้น้ำเกลือหรือโทนเนอร์เช็ดผิวร่วมด้วย

เพราะจะเป็นการรบกวนผิว ทำให้ผิวหนังบอบบางยิ่งขึ้น การสครับผิวจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง นั่นหมายความว่าสิ่งสกปรกจะเข้าสู่ผิวของเราได้ง่ายมากขึ้น นำมาสู่อาการแพ้หรือเป็นสิวอักเสบได้

เราอาจจะเปลี่ยนน้ำทั้งหมดไม่ได้ แต่เราลด หรือหลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยการเลือกใช้ฝักบัวที่มีคุณสมบัติช่วยกรองสารปนเปื้อนที่มากับน้ำอย่าง “ฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU”

  • ฝักบัวที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิวและผมโดยเฉพาะ มาพร้อมกับฟิลเตอร์ ช่วยกรองคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำก่อนที่จะมาสัมผัสโดนผิว ช่วยลดอาการแพ้น้ำ เผยผิวสุขภาพดีได้อย่างมั่นใจ
  • ฝักบัวออกแบบให้สายน้ำไหลแรงแต่ยังคงความนุ่มละมุน ไม่ทำร้ายผิวและเส้นผม ช่วยปกป้องโปรตีนชั้นผิวให้ยังคงอยู่ ไม่ทำให้ผิวและผมแห้ง
  • ดีไซน์ดูโมเดิร์น เข้าได้กับห้องน้ำหลากหลายสไตล์ ช่วยอัพลุคห้องน้ำ พร้อมใช้วัสดุมีคุณภาพ แข็งแรงทนทาน
  • ฝักบัวให้สายน้ำไหลแรงชุ่มฉ่ำ แต่ยังคงช่วยประหยัดน้ำ
  • การันตีด้วยรางวัล Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่น

เน้นใช้ยาทาโดยเฉพาะในบริเวณที่เกิดอาการแพ้ หากผิวมีอาการแพ้น้ำ ควรงดใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน มิเนอร์รัลออยล์ ซิลิโคน หรือสีสังเคราะห์ เป็นต้น นอกจากนี้ควรใช้ยาทาเพื่อลดอาการระคายเคืองบริเวณผิวที่มีอาการแพ้น้ำโดยเฉพาะ

รวมวิธีกู้ผิวให้กลับมาแข็งแรง

1. รักษาความสะอาดของผิว

ขั้นตอนการล้างหน้านับเป็นขั้นตอนสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยลดการระคายเคืองของผิวหนังได้ หากสาว ๆ คนไหนที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางล้างทำความสะอาดก่อนเป็นสเต็ปแรก จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิวของเรา ไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือเย็นจัดเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง หลังเสร็จจากขั้นตอนนี้อาจใช้น้ำเกลือสำหรับทำความสะอาดแผลเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้งเพื่อป้องกันการระคายเคืองแบบครบสูตร

2. หลีกเลี่ยงการสครับหน้า หรือสิ่งที่รบกวนผิว

การสครับเป็นการรบกวนผิวอย่างแรง เพราะผิวหนังจะยิ่งบอบบาง รูขุมขนยิ่งถูกเปิดกว้าง นอกจากนั้นระหว่างที่มีอาการแพ้น้ำควรงดสิ่งที่จะรบกวนผิว เช่น การเลเซอร์ การกรอผิว การลอกหน้า เป็นต้น

3. รับประทานผัก ผลไม้ เสริมวิตามินให้ผิว และดื่มน้ำมากๆ

นอกจากจะดูแลผิวจากภายนอกแล้ว ภายในก็ต้องดูแลด้วยเช่นกัน เพราะบางทีอาการแพ้น้ำอาจเกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของเราไม่แข็งแรง ทำให้ผิวอ่อนแอ ดังนั้นจึงควรเสริมวิตามินธรรมชาติให้กับผิวด้วยการทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ เช่น กล้วยมีโพแทสเซียม ช่วยให้ผิวสุขภาพดี ส้มมีวิตามินซีช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มะละกอมีวิตามินเอและเอนไซม์ปาเปนช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เป็นต้น พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมให้ผิวมีความชุ่มชื้นได้มากขึ้น

4. รับประทานอาหารเสริมความแข็งแรงให้กับผิว

หรือถ้าใครชอบความสะดวก อยากเสริมผิวให้ยิ่งปัง แนะนำให้ทานอาหารเสริมจำพวกวิตามิน C กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงผิวให้สวยใสเสริมสร้างคอลลาเจน วิตามิน B โดยเฉพาะ B3 และ B5 ที่จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส เปล่งปลั่ง

เป็นอย่างไรบ้าง ทีนี้พอจะหายกังวลใจเรื่องอาการแพ้น้ำบ้างหรือยัง เราอาจจะเปลี่ยนน้ำที่ต้องใช้ชำระล้างร่างกายไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้น นั่นคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อน ซึ่งวิธีง่าย ๆ นั่นก็คือใช้ตัวช่วย เช่น ฝักบัวที่มีคุณสมบัติกรองสารปนเปื้อนอย่างคลอรีนที่มากับน้ำได้ อย่าง KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีนที่นับว่าตอบโจทย์มาก ๆ ทั้งนี้อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาด และทานของมีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของผิวควบคู่ไปด้วย เพียงเท่านี้เราก็สามารถอวดผิวสวยได้อย่างมั่นใจแล้ว

หยุดความเชื่อล้างหน้าแบบผิด ๆ สาเหตุการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้

หยุดความเชื่อล้างหน้าแบบผิดๆ สาเหตุการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้

หากคุณเป็นคนที่กลัวริ้วรอยก่อยวัยอันควรล่ะก็ การล้างหน้าเป็นอีกสิ่งที่ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะการล้างหน้าผิดวิธี การล้างหน้าที่ไม่สะอาด นับเป็นบ่อเกิดริ้วรอยชั้นดีที่ใครหลาย ๆ คนมองข้ามนั่นเอง

ความสำคัญของการล้างหน้า

ลองคิดดูว่าในแต่ละวันผิวหน้าของเราจะต้องเจออะไรบ้าง ทันทีที่เราออกไปข้างนอก ผิวหน้าของเราต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน มลพิษ ไหนจะแดดแรง ๆ ไหนจะ PM 2.5 ในระหว่างวัน บางคนต้องอยู่ห้องแอร์ทั้งวันจนผิวแห้ง บางคนต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หรือสาว ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะต้องแต่งหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าหากกลับบ้านมาแล้วปล่อยผิวหน้าเอาไว้อย่างนั้นโดยไม่ใส่ใจดูแล คิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าไม่ดีแน่ ๆ ไหนจะริ้วรอย ไหนจะสิวใช่ไหม เพราะแบบนี้ไงเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการล้างหน้า

หากต้องออกไปเผชิญการใช้ชีวิตดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังจะไม่ล้างหน้าอีก นับเป็นพฤติกรรมที่ผิดอย่างแรง เราควรล้างหน้าเป็นประจำทุกเช้าและเย็น เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าให้กลับมาเฟรชอีกครั้ง ไม่ควรปล่อยสิ่งสกปรกให้ติดค้างอยู่บนใบหน้าให้สิวและริ้วรอยถามหา

เมื่อได้ทำความสะอาดผิวหน้า เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วจะถูกกำจัดออกไป เผยเซลล์ผิวใหม่ที่ดีกว่าให้ออกมา ทำให้หน้าเราดูเปล่งปลั่ง ไม่หมองคล้ำ ไร้ริ้วรอย

การล้างหน้าเป็นประจำจะช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน เพราะการล้างหน้านั้นช่วยปรับสมดุล PH บนผิวให้เหมาะสม รวมทั้งช่วยเติมน้ำให้กับผิว

เพราะการทำความสะอาดผิวหน้าจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมันจนถึงภายในรูขุมขน ทำให้ไม่มีอะไรมาปิดกั้นการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป

ชวนเช็กลิสต์ ตอนนี้คุณกำลังล้างหน้าแบบผิดๆ อยู่หรือเปล่า

ชวนเช็คลิสต์ ตอนนี้คุณกำลังล้างหน้าแบบผิดๆ อยู่หรือเปล่า

 

แต่แม้จะรู้แล้วว่าการล้างหน้าสำคัญและจำเป็น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสักแต่ล้างอย่างเดียวนะคะ คราวนี้ลองมาเช็กลิสต์กันว่าตัวคุณมีพฤติกรรมต้องห้ามอย่างนี้อยู่หรือเปล่า

  • ล้างหน้าแบบถูแรง ๆ: จงหยุดด่วน ๆ แม้จะทำให้เราล้างหน้าได้เร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผิวสะอาดขึ้น ผิวหน้าเราจะได้รับแรงเสียดสีมากจนเกินไปทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ทางที่ดีเราควรลดแรงเสียดสีด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก่อน แล้วค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้านวดไปเบา ๆ ตามรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยถนอมผิวหน้า แล้วยังทำความสะอาดได้อย่างหมดจด
  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือเย็นจัด: เรื่องอุณหภูมิน้ำก็ควรปรับให้พอดี เพราะน้ำอุ่นจัดเกินไปจะเข้าไปล้างไขมันตามธรรมชาติของผิวออกจนหมด ทำให้ผิวแห้งหรืออาจแสบร้อนได้ ขณะเดียวกัน แม้จะมีคำบอกเล่าจากดาราเซเลปต่าง ๆ ว่าล้างหน้าด้วยน้ำเย็นดีต่อผิว แต่หากเย็นจัดเกินไป บางทีอาจเกิดการระคายเคืองได้เหมือนกัน ดังนั้นเราควรล้างหน้าในน้ำที่อุณหภูมิ 25-30 องศา หรืออุณหภูมิห้องปกติจะเหมาะสมที่สุด เพราะจะไม่ไปรบกวนผิวหน้าจนเกินไป
  • คุณภาพของน้ำ: เรื่องคุณภาพของน้ำนี่ทำให้ใครหลายคนแพ้มานักต่อนักแล้ว ผิวของเราจะมีค่า pH เป็นกรดอ่อน ๆ แต่น้ำที่มีความเป็นด่างมากเกินไปจะส่งผลเสียทำให้ผิวหนังชั้นนอกเปิดออก และยิ่งดูดเอาฝุ่นละอองกลับเข้ามาในผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง ยังไม่นับถึงสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ที่มากับน้ำ ที่สามารถเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหน้าได้เช่นกัน
  • การใช้ผ้าขนหนูเช็ดแรง ๆ: การใช้ผ้าขนหนูมาถูแรง ๆ บนหน้ายิ่งทำให้หน้าได้รับแรงเสียดสี ผลที่ตามมาคือการระคายเคือง และริ้วรอยก่อนวัยอันควรนั่นเอง ทางที่ดีควรใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ มาซับเบา ๆ และควรแยกผ้าขนหนูสำหรับเช็ดหน้าและเช็ดตัวให้ชัดเจน ควรเปลี่ยนผ้าขนหนูเช็ดหน้าบ่อย ๆ เพื่อความสะอาด
  • ล้างหน้าบ่อยเกินไป: หลายคนคิดว่าหน้ามันแล้วล้างหน้าบ่อย ๆ คงช่วยได้ แต่ผิดอย่างแรง เพราะทุกครั้งที่ล้างหน้าจะเป็นการชะล้างไขมันธรรมชาติที่คอยปกป้องผิวและรักษาความชุ่มชื้นออกไปด้วย ยิ่งล้างบ่อยยิ่งเสี่ยงต่ออาการระคายเคือง สิวยิ่งขึ้น ทำให้ผิวหน้าแห้ง ไม่เด้งอย่างที่ควรจะเป็น

How to ล้างหน้ายังไงให้หน้าใส ไร้ริ้วรอย

แม้จะมีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดีแค่ไหน แต่ขั้นตอนของการทำความสะอาดผิวหน้าที่ขาดไม่ได้ก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเครื่องสำอางเช็ดทำความสะอาดหน้าออกเสียก่อน เพราะมันจะเข้าไปทำความสะอาดพวกสารต่าง ๆ ในเครื่องสำอางได้ดีกว่าการล้างหน้าเพียงขั้นตอนเดียว การล้างหน้าแบบสองขั้นตอนอย่างนี้จะช่วยป้องกันการเกิดสิว และยังห่างไกลจากริ้วรอยอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์บางชนิดเคลมว่าสามารถทำความสะอาดได้มากจนผิวหน้ามีเสียงดังเอี๊ยด แต่แน่นอนว่าอะไรที่มากไปก็ไม่ดี ต้องดูด้วยว่าเหมาะกับผิวหน้าของเราหรือเปล่า ทางที่ดีควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดได้ดีแต่อ่อนโยน และควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นไปหรือเย็นไปล้วนไม่ดีต่อผิวทั้งนั้น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้ง และเกิดริ้วรอยได้ง่าย เราควรล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุณหภูมิห้องจะดีที่สุด

การล้างหน้าอย่างถูกวิธีไม่ควรใช้มือหรืออุปกรณ์ล้างหน้าถูหน้าแรง ๆ เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีอันเป็นสาเหตุของริ้วรอยได้ วิธีที่ถูกคือการล้างหน้าโดยการลูบไล้เบา ๆ ไปตามแนวขนซึ่งจะช่วยให้เราล้างหน้าได้อย่างสะอาดมากขึ้น และลดรอยเหี่ยวย่นได้ วิธีก็คือ

  • หน้าผาก ไล่จากกลางออกไปยังขมับ
  • แก้ม ไล่เฉียงลงมาบริเวณกราม
  • จมูก ไล่จากดั้งลงมาจนถึงปลายจมูก
  • คาง ไล่ตั้งแต่เหนือริมฝีปากไล่มาถึงคาง

แม้สองมือของเราจะช่วยให้ล้างหน้าได้อย่างดีแล้ว แต่ก็ยังรับประกันไม่ได้เสมอไปว่าจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือริ้วรอย คนที่ชอบล้างหน้าด้วยฝักบัวไปพร้อมกับการอาบน้ำจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสายน้ำมีความเเรงและอุณหภูมิที่เหมาะสมงั้นจะดีกว่าไหมถ้าเรามีตัวช่วยอย่าง ฝักบัวละอองหมอก “KUDOS MIST” ซึ่งออกแบบมาแล้วว่าอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งหรือเกิดริ้วรอยได้ง่าย

  • KUDOS ออกแบบฝักบัวด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ลิขสิทธิ์เฉพาะจากญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ฝักบัวที่จ่ายสายน้ำอานุภาคเล็กละเอียดเหมือนละอองหมอก มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า
  • ฝักบัวปรับได้ง่าย 2 ฟังก์ชัน “Mist Stream” มีเทคโนโลยี  Nanomist ที่ให้สายน้ำนุ่มนวลและละเอียดเหมือนละอองหมอก ช่วยให้ทำความสะอาดได้ล้ำลึกถึงรูขุมขน และยังช่วยถนอมผิวไม่ให้หยาบกร้าน ลดการเกิดริ้วรอย “Normal Stream” สายน้ำแบบพิเศษ มาพร้อมกับองศาของสายน้ำที่ไม่เหมือนใคร ไหลแรง ทำความสะอาดอย่างหมดจด แต่ไม่ทำร้ายผิว
  • แรงดันน้ำที่เหมาะสมและอ่อนโยนกว่า ช่วยรักษาชั้นไขมันธรรมชาติให้ผิวยังคงชุ่มชื้น ไม่แห้ง และลดการเกิดริ้วรอย ต่างจากฝักบัวทั่วไปที่มีแรงดันน้ำสูงเกินไป และทำร้ายผิวมากกว่า
  • อุณหภูมิน้ำจากฟังก์ชัน Mist Stream สำหรับการล้างหน้าจะต่ำกว่า Normal Stream ผิวหน้าจึงไม่ถูกทำร้ายด้วยความร้อนอันเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งและเกิดริ้วรอย
  • ฝักบัวช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 45 เปอร์เซ็นต์
  • Made in Japan มาตรฐานญี่ปุ่น

หากเราล้างหน้าได้อย่างถูกวิธี พร้อมกับมีตัวช่วยเป็นฝักบัวละอองหมอกอย่าง “KUDOS MIST” THE SECRET OF SKIN BEAUTY ลองคิดดูสิ ว่าผิวของเราจะแฮปปี้ขนาดไหน ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผิวที่ชุ่มชื่นดูสุขภาพดี ห่างไกลริ้วรอยก่อนวัยอันควรแล้ว

สมองล้า คิดงานไม่ออก ให้ลองไปอาบน้ำ รู้จัก ‘Shower Effect’ ไอเดียดีๆ ที่มักมีตอนอาบน้ำ

สมองล้า คิดงานไม่ออก ให้ลองไปอาบน้ำ รู้จัก ‘Shower Effect’

เคยเป็นกันไหม เวลาที่เราต้องทำงานอะไรสักอย่างที่ต้องใช้สมาธิสูง หรือจริงจังมาก ๆ อยู่ดี ๆ ก็เกิดหัวตื้อ มึน ๆ เบลอ ๆ นึกไอเดียไม่ค่อยออกเสียอย่างนั้น หากใครกำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้ บางทีอาจเป็นสัญญาณของอาการ “สมองล้า” ก็เป็นได้

อาการ “สมองล้า” หรือ “Brain Fog Syndrome” สามารถเกิดได้กับทุกคน มักเกิดขึ้นหลังจากที่เราใช้งานสมองอย่างหนักแบบไม่ได้พัก ไม่ว่าจะการทำงานติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ความเครียด การพักผ่อนน้อย ขาดการออกกำลังกาย ขาดสารอาหาร การได้รับสารพิษหรือสารเคมีบางอย่าง เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก มลพิษ หรือแม้แต่คลื่นแม่เหล็กจากพวกคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือก็มีส่วน กิจวัตรเหล่านี้ส่งผลให้สมองของเราเกิดเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่น ขี้หลงขี้ลืม ความคิดสร้างสรรค์หดหาย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ แถมยังส่งผลถึงอารมณ์ ทำให้เรากลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายอีกด้วย นอกจากอาการสมองล้าจะส่งผลในระยะสั้นแล้ว หากเป็นบ่อย ๆ ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรั้งต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรืออาจถึงขั้นสมองเสื่อมกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าการจะห่างไกลจากอาการสมองล้าให้ได้ เราก็ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบที่จะก่อให้เกิดอาการนี้ ตามสาเหตุที่ระบุข้างต้นให้ได้มากที่สุด พูดง่าย ๆ ก็คือ พยายามลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาหารบำรุงสมองต่าง ๆ ไม่ควรเล่นโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์มากเกินไป หรือระหว่างพักจากทำงาน อาจจะลองไปทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น ฟังเพลง หาเพื่อนคุย เมื่อปฏิบัติได้แล้ว อาการสมองล้าของเราก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่ายังมีอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยรีเฟรชสมองของเราได้แบบเห็นผลทันตา ทฤษฎีนี้มีชื่อว่า “Shower Effect” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอาบน้ำนี่แหละ ว่าแต่การอาบน้ำจะช่วยเรื่องอาการสมองล้าได้จริงหรือ วันนี้เราจะมาไขคำตอบกัน

ชวนรู้จัก Shower Effect ไอเดียดี ๆ ที่มักมีตอนอาบน้ำ

ชวนรู้จัก Shower Effect ไอเดียดี ๆ ที่มักมีตอนอาบน้ำ

 

เขาว่ากันว่า ถ้าสมองล้า นึกอะไรไม่ออก ให้ลองไปอาบน้ำดู คำกล่าวที่ว่านี้มีการพิสูจน์ว่าได้ผลจริงตรงกับทฤษฎีที่ชื่อว่า “Shower Effect” ซึ่งหมายถึงผลลัพธ์หรือพลังบางอย่างที่เกิดจากการอาบน้ำ มีงานวิจัยหลายชิ้นออกมาระบุว่า การอาบน้ำช่วยให้สมองของเราจากที่ตื้อ ๆ นั้นสามารถคิดไอเดียเจ๋ง ๆ ออกมาได้ ซึ่งแต่ละงานวิจัยนั้นได้ทำการศึกษาไอเดียซึ่งเกิดระหว่างที่สมองอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้โฟกัสกับอะไรบางอย่างมากจนเกินไป หรืออาจเรียกว่าเป็นสภาวะที่สมองได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย (mind-wandering)

  • นักวิจัยจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัย Charles Sturt แห่งออสเตรเลียพบว่า ไอเดียมักเกิดจากตอนที่เราได้ทำกิจกรรมที่ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย โดยมักเกิดระหว่างการอาบน้ำถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เกิดระหว่างการเดิน 13 เปอร์เซ็นต์ และเกิดระหว่างการออกกำลังกาย 11 เปอร์เซ็นต์
  • ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาอย่าง John Kounios จากมหาวิทยาลัยเดร็กเซลพบว่า ไอเดียของคนเราจะเกิดขึ้นเองในช่วงที่สมองของเราไม่ได้จดจ่อกับอะไรมากเกินไป หรืออยู่ในช่วงที่ความคิดขาดหาย ซึ่งเราจะเรียกมันว่า “Aha! Moment” ช่วงเวลาที่อยู่ดี ๆ ก็นึก “อ๋อ” ขึ้นมา
  • Zac Irving นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียก็ได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมคิดหาไอเดียการใช้งานคลิปหนีบกระดาษหรืออิฐก้อน จากนั้นได้แบ่งกลุ่มคนเพื่อดูวิดีโอที่แตกต่างกันไป ผลการทดลองพบว่า คนที่ดูคลิปวิดีโอน่าเบื่ออย่างการแยกเสื้อไปซักนั้น ได้ไอเดียดี ๆ มากกว่าคลิปวิดีโอที่อาศัยสมาธิจดจ่ออย่างจริง ๆ จัง ๆ สรุปก็คือ การทำกิจกรรมที่มีการจดจ่ออย่างพอเหมาะ เช่น การเดินเล่น การอาบน้ำนั้น จะช่วยให้เกิดไอเดียดี ๆ ได้มากกว่า
  • Alice Flaherty นักประสาทวิทยาผู้โด่งดังในสหรัฐอเมริกากล่าวว่า กิจกรรมที่ทำให้เกิดการหลั่งสารโดพามีน (dopamine) หรือสารแห่งความสุขซึ่งจะทำให้สมองของเราผ่อนคลาย ใช้ความคิดน้อย ๆ นั้น จะให้เราคิดไอเดียดี ๆ ออกได้มากกว่า ซึ่งกิจกรรมที่ทำให้ทฤษฎีนี้เกิดประสิทธิผลมากที่สุดก็คือการอาบน้ำ และยังเรียกความคิดที่เกิดในระหว่างอาบน้ำว่า “ระยะฟักตัวของความคิด (incubation period)”

แท้จริงแล้วยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ออกมาสนับสนุนว่าการอาบน้ำนั้นช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ได้ดี เราสามารถสรุปได้ดังนี้

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การอาบน้ำช่วยให้ร่างกายกระตุ้นสารแห่งความสุขซึ่งจะทำให้เราลืมความเครียด ความคิดตกอยู่ในสภาวะหยุดพักไปชั่วขณะ เปิดโอกาสให้ไอเดียใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาได้

ความคิดของเราแบ่งได้เป็น “ความรู้สำนึก” และ “จิตใต้สำนึก” เมื่อสมองเข้าสู่โหมดพัก จิตใต้สำนึกจะเข้ามาทำงานแทน โดยจะเป็นการนำปัญหาหรือสิ่งที่เราต้องตั้งใจคิดเอาไปพักไว้เป็นเบื้องหลังก่อน นั่นจะทำให้เราได้มองปัญหาในมุมมองที่แตกต่างออกไป ระบบความคิดนี้เรียกว่า “ระยะฟักตัวของความคิด”

ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้เกิดสมองล้านั้น บางครั้งเราต้องอยู่ท่ามกลางสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่จะมาดึงสมาธิเราออกไป แต่เมื่ออาบน้ำ ความคิดของเราจะจดจ่ออยู่แค่เพียงการอาบน้ำในห้องน้ำเล็ก ๆ ทำให้ความคิดและสมาธิของเราเป็นระเบียบได้มากกว่า

เมื่อได้สมองได้จดจ่อกับการอาบน้ำซึ่งมีเพียงเราในห้องน้ำคนเดียว บางครั้งอาจมีความคิดที่ผุดขึ้นมาในใจเราเงียบ ๆ คล้ายกับเวลาเราคุยกับตัวเอง และเมื่อได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแบบนั้นโดยไม่มีถูกหรือผิด เมื่อนั้นไอเดียใหม่ ๆ จึงเกิดขึ้น

ทีนี้พอจะเข้าใจกันบ้างหรือยังว่า ทำไมถึงควรอาบน้ำเมื่อมีอาการสมองล้า นั่นเพราะการอาบน้ำคือที่สุดของช่วงเวลาการผ่อนคลาย และถ้าอยากให้สมองได้รู้สึกพักอย่างเต็มที่ การสร้างสภาพแวดล้อม หรือเพิ่มอุปกรณ์ในการอาบน้ำเข้าไปนับว่ายิ่งดีเข้าไปอีก อย่างการเปลี่ยนมาใช้ “ฝักบัวนวดบำบัด Kudos X-Stream”

  • ฝักบัวที่มาพร้อมฟังก์ชันนวดบำบัด ด้วยเทคโนโลยี Hydro Massage ผ่านสายน้ำซึ่งจะช่วยนวดเฉพาะจุดที่เราเหนื่อยล้าได้
  • ฝักบัวแรงดันสูง สายน้ำไหลแรงแต่ไม่บาดผิว ได้ทั้งความผ่อนคลาย และผิวที่สุขภาพดี นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบของสายน้ำได้ตามความต้องการถึง 2 ฟังก์ชัน
  • มีฟิลเตอร์กรองคลอรีนให้เราชำระล้างร่างกายได้อย่างหมดจดและป้องกันอาการแพ้
  • ฝักบัวช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับฝักบัวทั่วไป
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน มาตรฐานญี่ปุ่น
  • Made in Japan

เห็นฝักบัวที่มีคุณภาพและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนทำงานหนักขนาดนี้ คงต้องลองเปลี่ยนมาใช้ฝักบัวนวดกันหน่อยแล้ว ไม่ปล่อยให้อาการสมองล้ามารบกวนไอเดียบรรเจิดของเรา

How to แก้ปวดไมเกรนแบบไม่ต้องพึ่งยาใช้แค่การสระผมรักษา

How to แก้ปวดไมเกรนแบบไม่ต้องพึ่งยาใช้แค่การสระผมรักษา

ไมเกรนคืออะไร

หากใครที่ไม่เคยเป็น “ไมเกรน” อาจนึกไม่ออกว่าอาการนี้ เลวร้ายขนาดไหน ไมเกรน (migraine) หมายถึงอาการปวดหัวเรื้อรัง ที่เป็นแล้วหายยาก หากมีอาการขึ้นมาแล้วมักรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากวิถีชีวิตประจำวันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ปัจจัยที่บังคับไม่ได้ อย่างการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือพันธุกรรม 

อาการปวดหัวแบบไหนถึงจะเข้าข่ายไมเกรน

ใช่ว่าอาการปวดหัวทุกอาการจะเป็นการปวดหัวแบบไมเกรนไปเสียหมด วันนี้เลยจะพาทุกคนมาเช็กลิสต์กันก่อนว่าอาการปวดหัวที่เราเป็นอยู่นั้นเข้าข่ายไมเกรน หรือเป็นการปวดหัวจากสาเหตุอื่น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมี 5 อาการที่บ่งชี้ว่าใช่ไมเกรนแน่ ๆ 

  • ปวดหัวตุ๊บ ๆ ซึ่งมักเกิดที่บริเวณขมับ ลามไปถึงกระบอกตา มาจนถึงท้ายทอย หลายคนอาจเข้าใจอยู่ว่าอาการปวดหัวไมเกรน จุดเด่นคือการปวดหัวข้างเดียว แต่ที่จริงแล้ว ถ้าใครโชคร้ายหน่อยอาจเกิดได้ทั้งสองข้าง ระดับการปวดนั้นอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งการปวดอาจนานถึง 4 ชั่วโมงไปจนถึง 3 วัน
  • อาการคลื่นไส้ก็นับเป็นอีกหนึ่งอาการที่มาคู่กันกับอาการปวดหัวไมเกรน บางรายอาจรู้สึกเบื่ออาหารร่วมด้วย
  • ไวต่อสิ่งเร้า แพ้แสงจ้า หรือทนเสียงดัง ๆ ไม่ได้
  • มักปวดร่วมกับการมีประจำเดือน
  • ก่อนมีอาการปวดหัวไมเกรน บางรายอาจมีอาการที่เรียกว่า อาการออร่า (migraine aura) ซึ่งจะทำให้มองเห็นแสงสีขาว มีขอบยึกยัก

สัญญาณเตือนอาการปวดหัวไมเกรน

อาการปวดหัวไมเกรนนั้นอาจไม่ได้ปุบปับก็ปวดหัวขึ้นมาเลยอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้วก่อนหน้านั้นอาจมีอาการอื่น ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนมาก่อน แบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะบอกเหตุ (Prodrome): จะมีการปวดตึงที่ต้นคอ อารมณ์แปรปรวน มีความอยากอาหาร หาวบ่อย เป็นต้น มักเกิดล่วงหน้าอาการปวดหัวไมเกรนประมาณ 1-2 วัน

อาการเตือนนำ (Aura): คืออาการมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นแสงสีขาวมีขอบยึกยัก เห็นภาพบิดเบี้ยวหรือมองเห็นภาพซ้อนกัน บางรายอาจส่งผลถึงการพูด 

อาการปวดศีรษะ (Headache): ระยะนี้คืออาการปวดหัวไมเกรนอย่างแท้จริง มักปวดเป็นจังหวะ อาจปวดข้างเดียวหรือลามไปสองข้างและอาจมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่น เป็นต้น

กลับสู่ภาวะปกติ (Postdrome): ระยะนี้คือระยะหลังการปวดหัวทำให้มีอาการอ่อนเพลีย แต่อาจยังมีอาการไวต่อสิ่งเร้า เช่น แสงหรือเสียง เหมือนระยะที่สาม

สาเหตุของการปวดหัวไมเกรน

จะว่าไปแล้ว อาการปวดหัวไมเกรนนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ทำไมหลายคนถึงเป็น และดูจะเป็นอาการที่เรื้อรัง และแทบทำให้ใช้ชีวิตไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาการปวดหัวไมเกรนถือเป็นโรคที่ยังไม่มีวิธีการรักษาได้อย่างหายขาด และสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคก็ยังคลุมเครือ แต่เชื่อว่ามีสิ่งกระตุ้นมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

อาการไมเกรนมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า โดยเฉพาะในช่วงเป็นประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอาจเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งของอาการปวดหัวไมเกรนระหว่างที่เป็นประจำเดือน (Menstrual migraine) นอกจากนี้ภายหลังจากคลอดบุตรที่เอสโตรเจนลดต่ำลงเช่นกัน ยังไงทำให้เกิดไมเกรนได้บ่อยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แน่นอนว่าเวลาที่เราเครียดอะไรมาก ๆ หรือจดจ่อกับอะไรมากเกินไป จะทำให้เรารู้สึกปวดหัวขึ้นมา ซึ่งนับเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดหัวไมเกรนด้วยเช่นกัน

พฤติกรรมการกินก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน แล้วรู้หรือไม่ว่าอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นได้อย่างดีเลยคือ ชีส แอลกอฮอล์ ผงชูรส เครื่องดื่มหรืออาหารที่มีกาเฟอีน รวมไปถึงเบคอน แฮมและน้ำตาลเทียม

เวลาที่เรานอนหลับไม่เพียงพอมักนำไปสู่หลาย ๆ อาการ เช่น สมองล้า มึนหัว เบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก รวมถึงอาการปวดหัวไมเกรนด้วย

เช่น ยาฮอร์โมน ซึ่งทำให้เกิดภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

การได้รับกลิ่นที่ฉุนเกินไปหรืออยู่ในที่ที่เสียงดังเกินไป แสงที่จ้าเกินไป ทั้งหมดนี้ล้วนกระตุ้นให้อาการไมเกรนกำเริบได้

ตัวกระตุ้นนี้นับว่าควบคุมได้ยาก จากงานวิจัยพบว่า อาการปวดหัวไมเกรนของพ่อและแม่มีโอกาสทำให้ลูกมีอาการไมเกรนด้วยถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

วิธีแก้อาการปวดหัวไมเกรนโดยการสระผม

วิธีแก้อาการปวดหัวไมเกรนโดยการสระผม

 

แม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ แต่เราสามารถป้องกันหรือบรรเทามันได้ แถมยังทำได้ง่าย ๆ ด้วยการ “สระผม” ใช่แล้ว แค่เพียงรู้จักวิธีนวดกดจุดบนศีรษะให้เป็นระหว่างสระผม อาการไมเกรนก็อาจบรรเทาลงไปได้


1. ใช้มือกดจุดบริเวณล่างหูแถวท้ายทอย

จุดตรงนี้เรียกว่า Feng Chi หรือ GB20 หรือ Gates of Consciousness ซึ่งจะอยู่บริเวณล่างหู เมื่อจับดูจะรู้สึกเหมือนเป็นโพรงกลวง ๆ ใกล้ท้ายทอย ให้ใช้นิ้วโป้งกดลึกลงไปทั้งสองข้างค้างไว้ประมาณ 4-5 วินาที หรืออาจนานถึง 3 นาที

2. ใช้มือกดจุดบริเวณขมับ

บริเวณขมับใกล้ ๆ กับขอบใบหูจะมีจุดเรียงไปตั้งแต่ด้านหน้าขมับ ไปจนถึงหลังหู ให้ใช้นิ้วกดแต่ละจุดลงไปตรง ๆ หรือนวดวนไปประมาณ 1 นาที

3. ใช้มือกดจุดกลางท้ายทอย

ตรงนี้จะเรียกว่าจุด Wind Mansion หรือ GV16 จะอยู่บริเวณกลางท้ายทอย ระหว่างหูสองข้างกับสันหลัง หากลองใช้มือคลำดูจะรู้สึกเป็นโพรง ให้ใช้นิ้วมือกดลึกลงไปประมาณ 1 นาทีจะช่วยบรรเทาอาการไมเกรน หรือคลายเส้นบริเวณคอได้

แม้อาการปวดหัวไมเกรนจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่หากเราลองปรับวิถีชีวิตให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น หรือลองใช้วิธีกดจุดตามข้างต้นร่วมกันไปด้วย ก็สามารถให้ผลดีไม่น้อย อย่างไรก็ตาม หากใครที่ไม่ถนัดเรื่องการนวดด้วยนิ้วมือเท่าไรนัก รู้หรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้เขามีเครื่องทุ่นแรงในระหว่างอาบน้ำหรือสระผมที่จะช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้เหมือนกัน ด้วย Kudos X-Stream ฝักบัวนวดบำบัดฝักบัวแรงดันสูงที่ฟังก์ชันของเขาตอบโจทย์ชาวเรามาก ๆ 

  • ฝักบัวให้สายน้ำไหลแรง มีแรงดันน้ำสูง แต่ไม่ทำร้ายผิว เพราะฉะนั้นเรื่องทำความสะอาดร่างกายนี่ไม่ต้องพูดถึง
  • Kudos X-Stream มีฟังก์ชันช่วยนวดเฉพาะจุด ด้วยเทคโนโลยี Hydro Massage™ ให้เราได้ผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า แน่นอนว่าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการนวดกดจุดเพื่อบรรเทาอาการไมเกรนตามข้างต้นได้ด้วย
  • สามารถปรับรูปแบบสายน้ำได้ 2 ฟังก์ชัน
  • มาพร้อมกับฟิลเตอร์กรองคลอรีน หายห่วงเรื่องอาการระคายเคือง
  • เห็นน้ำแรง ๆ แบบนี้ แต่ฝักบัว Kudos X-Stream ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับฝักบัวทั่วไป
  • วัสดุทนทานแข็งแกร่ง มาตรฐานญี่ปุ่น
  • Made in japan

ฟังก์ชันจัดเต็มขนาดนี้ คงจะตอบโจทย์คนที่มักมีอาการเมื่อยล้าได้อย่างมาก แน่นอนว่าผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนก็คงใช้ประโยชน์ได้เต็ม ๆ เพราะไม่ต้องออกแรงเยอะ ไม่ต้องเสียงเงินเสียเวลาไปนวดที่ร้าน แค่มี Kudos X-Stream (Hydro Massage) เราก็เหมือนได้นวดไปพร้อมกับสระผมหรืออาบน้ำแล้ว

อาบน้ำอุ่น vs อาบน้ำเย็น ส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร

อาบน้ำอุ่น vs อาบน้ำเย็น ส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร

การอาบน้ำในอากาศร้อน ๆ อย่างประเทศไทยนับเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีอาบน้ำกันวันละ 2 ครั้งบ้างแหละ และนอกจากการอาบน้ำจะช่วยชำระล้างร่างกายและมลพิษต่าง ๆ ที่เราต้องเจอมาในแต่ละวัน ยังเป็นการรีเฟรชร่างกายให้รู้สึกสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการอาบน้ำของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป บางคนชอบอาบน้ำเย็น เพราะช่วยให้สดชื่น ส่วนบางคนอาจจะชอบอาบน้ำอุ่น เพราะสู้ความเย็นไม่ไหว และรู้สึกว่าน้ำอุ่นสบายกว่า

แต่รู้หรือไม่ การเลือกระหว่างอาบน้ำอุ่นกับอาบน้ำเย็น ก็มีผลต่อสุขภาพผิวของเราด้วยนะ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินมาบ้างว่าทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะคุณผู้หญิง หรือคนรักสวยรักงามน่าจะทราบกันดีว่า การเลือกอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมมีผลกับผิวของเราโดยตรง ถ้าอย่างนั้น เราควรจะเลือกอาบน้ำแบบไหน สุขภาพผิวถึงจะดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนค่ะ

การอาบน้ำอุ่นส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร

เคยได้ยินเคล็ดลับผิวสวยของคนญี่ปุ่นกันไหมคะ หนึ่งในนั้นเขาบอกว่า การอาบน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ร่างกาย ช่วยเปิดรูขุมขน ช่วยขับเหงื่อหรือของเสียในร่างกาย ดังนั้นผิวพรรณคนญี่ปุ่นจึงดูสดใส เปล่งปลั่งกันมาก จากงานวิจัยพบว่าอุณภูมิของน้ำอุ่นที่อาบแล้วดีต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณจะอยู่ที่ประมาณ 27-37 องศาเซลเซียส เพราะเทียบได้กับอุณภูมิของร่างกายเราซึ่งจะไม่ร้อนจนเกินไป แต่อย่างไรก็ดี การอาบน้ำอุ่นหรือการแช่น้ำอุ่น ไม่ควรเกิน 10-15 นาที ไม่อย่างนั้นล่ะก็ จากผิวที่จะสวย อาจกลายเป็นผิวแห้งผิวเหี่ยวไปได้

ข้อดีของการอาบน้ำอุ่น

น้ำอุ่นเมื่อสัมผัสกับผิวหนังของเราแล้ว จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา และเมื่อได้สารนี้หลั่งออกมาในยามกลางคืนก่อนนอน ก็จะช่วยให้เราลืมเรื่องน่าปวดหัวในแต่ละวัน กลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นการอาบน้ำอุ่นในเวลาก่อนนอนยังช่วยให้เรารู้สึกหลับได้สบายขึ้นนั่นเอง

อุณหภูมิความร้อนที่พอเหมาะบวกกับกระแสน้ำ เมื่อตกกระทบลงบนร่างกายนับว่าเป็นเครื่องนวดแบบอ่อนโยนชั้นดี การอาบน้ำอุ่นจะช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการบวมของผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณผู้หญิงที่มีอาการบวมของร่างกายเนื่องจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบเดือน หรือมีอาการปวดท้องจากประจำเดือน การอาบน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะสมนับว่าช่วยได้ดีมาก

การอาบน้ำอุ่นจะไปช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนโลหิตใต้ผิวหนังของเราดีขึ้น เมื่อเลือดลมเดินดี ผิวก็จะเปล่งปลั่ง นอกจากนั้น อุณหภูมิที่ร้อนเล็กน้อยนั้น ยังช่วยขับเหงื่อ และช่วยเปิดรูขุมขน เป็นวิธีขับของเสียออกจากร่างกายที่ดีมากอีกหนึ่งวิธี เมื่อของเสียใต้ผิวหนังถูกขับออกจนหมด ส่งผลให้ผิวหนังของเราได้กลับมาสดใสอีกครั้ง

ข้อควรระวังของการอาบน้ำอุ่น

อย่างไรก็ตาม การอาบน้ำอุ่นที่อุณหภูมิร้อนเกินไป หรือในเวลานานเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อผิวหนังของเราด้วย เพราะความร้อนจะทำให้ผิวของเราขาดน้ำ แห้งกร้าน หากใช้น้ำอุ่นล้างหน้าอาจทำให้รูขุมขนขยายตัวทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปในผิวได้ง่ายกว่าเดิม การอาบน้ำอุ่นนาน ๆ จนเสียเหงื่อเป็นปริมาณมาก จะทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากรักการอาบน้ำอุ่น ก็ต้องรู้จักอาบให้พอดี ผิวถึงจะสวย

การอาบน้ำเย็นส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร

 

การอาบน้ำเย็นส่งผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร

เวลาที่ได้รับอะไรเย็น ๆ เราจะรู้สึกตื่นตัว เช่นเดียวกับการอาบน้ำเย็นที่จะทำให้ร่างกายของเรากระปรี้กระเปร่า ยิ่งอาบหลังตื่นนอน เรียกได้ว่าช่วยให้ตื่นเต็มตาพร้อมออกไปใช้ชีวิตในแต่ละวันเลยทีเดียว การอาบน้ำเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียสเป็นประจำ จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง อุณหภูมิเย็น ๆ นั้นช่วยกระชับรูขุมขนได้ดี ไม่ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนจนเกินไป นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงรู้สึกได้ว่าผิวเรียบเนียนขึ้นหลังอาบน้ำเย็นเสร็จ นอกจากนี้น้ำเย็นยังดีต่อสุขภาพเส้นผมอีกด้วย

ข้อดีของการอาบน้ำเย็น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า การอาบน้ำเย็นมีส่วนช่วยให้เราผอมลงได้ หลักการง่าย ๆ ก็คือ เวลาที่เราอยู่ในอากาศเย็น ๆ ภายในร่างกายของเราจะเริ่มหาวิธีทำให้ร่างกายอบอุ่น นั่นคือการนำไขมันออกมาเผาผลาญ เช่นเดียวกับการอาบน้ำเย็นซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ไขมันสีน้ำตาล (Brown fat) ที่เป็นไขมันดีเริ่มทำงานเพื่อเผาผลาญให้ร่างกายของเราอบอุ่นนั่นเอง

น้ำเย็นจะเข้าไปกระตุ้นประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมามากขึ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ช่วยลดอาการเศร้า หรือความรู้สึกหดหู่ได้ดี เหมาะมากกับการอาบหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า รวมถึงที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ

นอกจากนั้นแล้ว งานวิจัยยังพบว่าการอาบน้ำเย็นช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง โดยชี้ว่าผู้ที่อาบน้ำเย็นในช่วงสุดท้ายช่วยให้อัตราการลาป่วยลดลงถึง 29% นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้หลั่งฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและความดันเลือดอีกด้วย

หากการอาบน้ำอุ่นช่วยเปิดรูขุมขน การอาบน้ำเย็นก็ช่วยให้รูขุมของเรากระชับ จึงไม่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป ทำให้ผิวเต่งตึง มีสุขภาพดี ไม่แปลกใจที่เรามักเห็นการอาบน้ำเย็น หรือการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเป็นเคล็ดลับผิวสวยของคนดังหลายคน เท่านั้นยังไม่พอ น้ำเย็นยังดีต่อผม ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ไม่แห้งเสียได้ดีกว่าการอาบน้ำอุ่นอีกด้วย

ข้อควรระวังของการอาบน้ำเย็น

แต่การอาบน้ำเย็นในอุณหภูมิที่เย็นจัดในทันทีโดยไม่ให้ร่างกายได้ปรับตัวก่อน ก็ส่งผลเสียเหมือนกัน เพราะทำให้อุณหภูมิลดต่ำอย่างรวดเร็ว สุดท้ายแล้วเราอาจช็อกหมดสติเพราะปรับตัวไม่ทันซึ่งนับว่าอันตรายมาก ๆ ดังนั้นควรอาบน้ำเย็นในอุณหภูมิที่เราทนไหว และก่อนอาบควรให้ร่างกายได้สัมผัสน้ำเย็นนั้นเสียก่อนเพื่อเป็นการปรับตัว

รู้ถึงข้อดีของการอาบน้ำในแต่ละแบบไปแล้ว โดยเฉพาะข้อดีต่อผิวของเรา แต่ก็มองข้ามสิ่งที่เป็นตัวส่งน้ำมาสู่ผิวเราอย่างงฝักบัวไปไม่ได้เช่นกัน ถ้าที่บ้านมีฝักบัวที่คุณภาพไม่ดี น้ำไหลแรงไป ฝักบัวเก็บสะสมสิ่งสกปรกเอาไว้ล่ะก็ แม้จะอาบน้ำอย่างถูกวิธีแค่ไหน ก็อาจจะส่งผลเสียต่อผิวได้ ไหนจะอาการแพ้น้ำ เพราะฝักบัวกรองน้ำไม่สะอาดพอ ผิวช้ำ ไม่เรียบเนียน เพราะแรงดันน้ำที่ออกมาจากฝักบัวนั้นมากเกินไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้ผิวของเราสวยสุขภาพดีอย่างมั่นใจ การเลือกฝักบัวคุณภาพดีนับว่าสำคัญมาก

อย่าง KUDOS Mist ฝักบัวละอองหมอก เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนชอบอาบน้ำฝักบัวที่ไหลแรง แต่ถนอมทั้งผิวหน้าและผิวกาย ไม่ว่าจะน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็เอาอยู่

  • ฝักบัวดีไซน์ทันสมัย มีปุ่มเปิด-ปิดน้ำ บริเวณด้ามจับ สะดวกสบายต่อการใช้งาน
  • สามารถปรับรูปแบบสายน้ำได้ 2 ฟังก์ชัน
  • ฟังก์ชันละอองหมอกช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกด้วยแรงดันน้ำที่อ่อนโยน ไม่บาดผิว ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยถนอมผิวหน้าให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ
  • สายน้ำละอองหมอก ช่วยให้อุณหภูมิน้ำที่ได้จากฝักบัว KUDOS Mist ต่ำลงประมาณ 3 องศาเซลเซียส ทำให้อุณหภูมิน้ำเหมาะสมมากขึ้นสำหรับผิวหน้า ความร้อนจากน้ำไม่ทำร้ายผิว ทำให้ผิวไม่แห้งกร้านหรือเกิดการระคายเคือง
  • ฝักบัวน้ำไหลแรง แต่ก็ยังช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 45%
  • Made in Japan มาตรฐานญี่ปุ่น

เพื่อให้ผิวของเราสวยได้อย่างมั่นใจ นอกจากเราจะต้องใส่ใจเรื่องอุณหภูมิของน้ำแล้ว การเลือกฝักบัวที่ดีก็นับว่าสำคัญต่อสุขภาพผิวเช่นกัน

“Vælge” ก๊อกน้ำที่คุณสามารถ “เลือก” ในสิ่งที่เป็นตัวคุณ ก๊อกน้ำดีไซน์สวยที่ คว้ารางวัล DEmark2023

Vaelge1 1 -
Picture1 1 -

Vælge เวรี่ย์

ที่มาและแนวคิดในการออกแบบ (Design Concept / Design Thinking)

  โลกทุกวันนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว คนในโลกเองก็เช่นกัน ก็ต่างพัฒนาตามกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน ทั้งความคิด นิสัย ความเป็นอยู่ ความสะดวกสบาย ทุกๆ คนล้วนต้องการ “เลือก” สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง เราจึงออกแบบก๊อก “เวรี่ย์” ที่ทุกคนสามารถ “เลือก” ในสิ่งที่ตัวเองชอบ และใช้ได้กับทุกๆ คน

กลยุทธ์ในการออกแบบเพื่อนำผลิตภัณฑ์สู่ตลาด (Design to Market Strategy)

  “เวรี่ย์” ออกแบบมาให้ทุกๆ คนสามารถเลือกสี, มือจับและขนาดของก๊อกน้ำได้ และสามารถถอดประกอบเองได้ง่ายๆ เป็นก๊อกที่สามารถใช้งานได้ทั้งในห้องน้ำและห้องครัว เพราะก๊อก “เวรี่ย์” นั้นมีขนาดความสูงที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน

ส่งเสริมรูปแบบการใช้ชีวิต (Enhancing Living Lifestyle)

  ด้วยการที่ “เวรี่ย์” สามารถให้ผู้ใช้งานเป็นคนเลือกส่วนประกอบต่างๆเองนั้น เป็นการส่งเสริมให้ทุกๆคนมีความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกก๊อกน้ำที่ตัวเองชอบ และเข้ากับบ้านแล้ว ยังเป็นการสร้างกิจกรรมในครอบครัวอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นเลือกสี เลือกขนาด การประกอบ ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้ทุกคนในครอบครัว

แนวคิดที่นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่า (Cultural Heritage Values)

  โดย “เวรี่ย์” เป็นก๊อกที่ออกแบบโดยคำนึงถึง “Universal Design” เป็นหลัก ทุกๆ คนสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุ เพราะอย่าลืมว่าในๆ สังคมของเรามีหลากหลายกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกัน ก๊อก “เวรี่ย์” สามารถเปิดใช้งานได้2รูปแบบ คือการหมุนเปิด-ปิดน้ำที่บริเวณก้านโยก และการกดปุ่มเปิด-ปิดน้ำที่บริเวณปากก๊อก การเพิ่มปุ่มเปิด-ปิดน้ำมานั้น ก็เพื่อทุกคนสามารถใช้งานได้ บางคนอาจจะมือไม่ว่างหรือไม่สะดวกด้วยเหตุต่างๆ ทำให้ไม่สามารถใช้ก้านโยกทั่วไปได้ก็สามารถกดปุ่มเปิด-ปิดได้ด้วย ข้อศอก หรือหลังนิ้วได้ เด็กๆเองก็เช่นกัน การกดนั้นเด็กสามารถใช้งานได้ง่ายและสนุกไปกับการกด และผู้ปกครองสามารถสอนการใช้ในเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการรู้จักการประหยัดพลังงานให้แก่เด็กๆได้ รวมผู้สูงอายุเองก็เช่นกัน “เวรี่ย์นั้นคือก๊อกที่ถูกออกแบบให้สอดประสานระหว่างความสวยงามและการใช้งานอย่าลงตัว”

ออกแบบเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ได้หลากหลาย (Universal Design)

  “เวรี่ย์” ถูกออกแบบโดยคำนึงถึง “Universal Design” เป็นหลัก ทุกๆคนสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุก็สามารถใช้งานได้ การเพิ่มการปุ่มเปิด-ปิดน้ำมานั้น ก็เพื่อคำนึงถึงทุกๆคน เด็กๆสามารถใช้งานได้ง่ายและสนุกไปกับการกด และผู้ปกครองสามารถสอนการใช้ในเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการรู้จักการประหยัดพลังงานให้แก่เด็กๆได้ รวมผู้สูงอายุเองด้วย

Picture2 1 -
Vaelge2 -
Vaelge5 -
Vaelge6 1 -
Vaelge7 2 -
Vaelge4 -
Vaelge3 -

ห้องน้ำประหยัดพลังงาน Eco-Friendly ดีต่อใจ ดีต่อโลก

ห้องน้ำประหยัดพลังงาน Eco-Friendly ดีต่อใจ ดีต่อโลก

ในยุคสมัยที่เราต่างตระหนักถึงความสำคัญของโลกและปัจจัยต่าง ๆ นานาที่เริ่มเข้ามามีผลกระทบต่อถิ่นที่เราอยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว จนเกิดกระแสรักษ์โลกที่ทำให้องค์กรและคนทั่วไป เริ่มให้ความสนใจที่จะทะนุถนอมและดูแลสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น กระแสเหล่านั้นแพร่หลายไปยังการออกแบบพื้นฐานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง หรือ การรีโนเวท เพิ่มเติมสัดส่วนต่าง ๆ ก็มีการเริ่มหยิบใช้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อโลกมากกว่าเดิม แม้แต่การต่อเติมห้องน้ำตามปกติที่เราคุ้นหู จากเดิมอาจเคยคำนึงถึงเพียงแต่แบบที่ชอบองค์ประกอบที่ใช่ แต่ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจการรังสรรค์ห้องน้ำที่เป็นมิตรกับทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกันทุกฝ่าย ในสไตล์ที่เรียกว่า ‘Eco-Friendly’

Eco-Friendly คืออะไร?

ถ้าย้อนไปที่จุดเริ่มต้น Eco-Friendly คือแนวคิดและแนวทางปฏิบัติ ครอบคลุมตั้งแต่การทำกิจกรรม การสร้างสรรค์ผลงาน หรือ การผลิตสิ่งของสักอย่างที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข ‘ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม’ ส่วนในแง่มุมของการก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน Eco-Friendly จะหมายถึงการออกแบบต่อเติมที่เสริมใส่แนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยสามารถย้อนมองไปตั้งแต่การเลือกวัสดุ-ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการลดหรือหลีกเลี่ยงขั้นตอนก่อสร้างที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถึงอย่างนั้น แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อแค่สภาพแวดล้อมเท่านั้น ขึ้นชื่อว่า Eco-Friendly ก็ต้องเป็นผลดีต่อทุกสรรพสิ่งโดยรอบ โดยเฉพาะผู้อาศัย เทรนด์การออกแบบ Eco-Friendly สมัยใหม่จึงนิยมหยิบใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาร่วมกับการตกแต่งดีไซน์ เพื่อเอื้อต่อความสะดวกสบายของผู้อาศัยด้วยอีกทางหนึ่ง

ฉะนั้น การออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Design) จึงตอบโจทย์ต่อทั้งประโยชน์ใช้สอยและจิตวิญญาณการเป็นอยู่ของสรรพสิ่งโดยรอบ รวมถึงตัวเรา

Eco – Friendly กับการรีโนเวทห้องน้ำ?

Eco - Friendly กับการรีโนเวทห้องน้ำ?

 

ปกติแล้ว จุดประสงค์ของการรีโนเวทห้องน้ำ มักเกิดจากการชำรุดทรุดโทรมขององค์ประกอบแบบเก่าล้าสมัย ซึ่งอาจพาให้เราไม่ชอบใจดีไซน์เดิม ๆ บ้างก็มีอุปกรณ์ที่ไม่รองรับต่อการใช้งานในปัจจุบัน หรือแม้แต่ สุขภัณฑ์แบบเก่าที่ใช้พลังงานน้ำ พลังงานไฟอย่างสิ้นเปลือง จนทำให้เราตัดสินใจอยากจะแปลงโฉมห้องน้ำใหม่ให้สิ้นเรื่อง แต่แล้วการรีโนเวทห้องน้ำ ก็มักตามมาด้วยแนวทางเลือกมากมายเหลือเกิน สิ่งที่หลายคนต้องเผชิญคือ ‘จะรีโนเวทอย่างไรให้เซฟต่อค่าใช้จ่ายรอบด้านในระยะยาว’ สร้างทั้งทีเอาให้ดีต่อใจไปนาน ๆ ดังนั้น กระแสการหยิบใช้เทรนด์ Eco-Friendly จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการรีโนเวทห้องน้ำปัจจุบันนี้ เพราะไม่เพียงแค่ช่วยให้เราจัดสรรการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี แต่ยังทำให้เราสามารถลดรายจ่ายจากการใช้พลังงานเหล่านั้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด รู้หรือไม่ว่า ‘เทคโนโลยีและนวัตกรรม’ คือปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ห้องน้ำฉบับ Eco-Friendly

นั่นก็เพราะว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มาในรูปแบบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ สามารถรองรับการใช้งานที่ประหยัดทั้งพลังงานและประหยัดน้ำได้มากพอสมควร ยิ่งไปกว่านั้น อุปกรณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ยังถูกสร้างมาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ตัววัสดุ ไปจนถึงการใช้งาน

3 องค์ประกอบหลักที่ควรคำนึง ก่อนรีโนเวทห้องน้ำสู่ Eco-Friendly Design

 

1. แสงสว่างจากธรรมชาติและหลอดไฟ

การรีโนเวทห้องน้ำใหม่สไตล์ Eco-Friendly ควรหยิบใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมมาให้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อดีจากแสงสว่าง การเลือกปรับใช้แสงจากธรรมชาติให้เหมาะสม ปรับปรุงหน้าต่างบานใหญ่หรือใช้กระเบื้องหลังคาที่แสงสามารถทะลุผ่านเข้ามาในห้องน้ำได้ จะช่วยให้เราลดการใช้พลังงานไปได้มากพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้น เรายังจำเป็นต้องแยกส่วนระหว่าง แสงจากธรรมชาติ หรือ แสงประดิษฐ์ที่ได้จากหลอดไฟ เพราะใช่ว่าห้องน้ำทุกบ้านจะสามารถใช้แสงจากธรรมชาติได้ ด้วยข้อจำกัดอื่นใด หากใครต้องใช้แสงจากหลอดไฟเป็นหลัก ควรมีการออกแบบร่วมกับโทนสีของห้องน้ำร่วมด้วย สำหรับการเลือกใช้หลอดไฟ LED ยังถือเป็นชนิดที่ทรงประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าตัวเลือกชนิดอื่นๆบนท้องตลาด

2. เลือกวัสดุที่เป็นมิตรทั้งคนและบ้าน (Eco-Friendly Material)

ก่อนจะรีโนเวทบ้านให้เป็นมิตรต่อโลกและเรา เจ้าของบ้านจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าวัสดุแบบไหนที่ใช้งานได้ดีในห้องน้ำและตอบโจทย์ต่อความต้องการ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางอ้อมด้วย ซึ่งในปัจจุบันตัวเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นมีให้เลือกแบบนับไม่ถ้วน ส่วนวัสดุ Eco ยอดนิยมที่หลายบ้านเลือกใช้ ได้แก่

  • เซรามิก :  เซรามิกเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติโดยตรง เช่น ดินเหนียว น้ำ ผง และดินเผา วัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการออกแบบห้องน้ำยุคหลังๆ เนื่องจากสีสันที่โดดเด่น มีลูกเล่นที่ร่วมสมัย ปรากฏอยู่ในสุขภัณฑ์ทั่วไปในการใช้งานห้องน้ำ
  • เหล็ก : จริงๆแล้วเหล็กนับเป็นหนึ่งในวัสดุที่ถูกรีไซเคิลมากที่สุดในโลก ส่วนใหญ่มักปรากฏอยู่ในรูปแบบอ่างอาบน้ำหรือเคาน์เตอร์บาร์ สำหรับคนที่ชื่นชอบดีไซน์แบบเข้มขรึม
  • ไม้ไผ่ : วัสดุยอดฮิต มอบความใกล้ชิดธรรมชาติให้กับผู้อาศัย ไผ่ ยังเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ ด้วยความเป็นวัสดุจากธรรมชาติ 100% จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ทองเหลือง : ทองเหลืองเป็นวัสดุทางเลือกที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลใหม่ได้แบบไม่จำกัดครั้ง แถมยังเป็นตัวเลือกที่ตกแต่งก็ทำได้ ใช้งานก็ทนทาน รีไซเคิลกลับมาใหม่ได้อีก
  • ไม้แบบ DIY : ไม้ยังคงเป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด แต่หากเป็นไม้ที่ได้จากการนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบ DIY ก็จะยิ่งดีต่อใจและดีต่อโลกมากกว่าเดิม
สุขภัณฑ์ Hi-tech เสริมความสะดวกสบาย

 

3. สุขภัณฑ์ Hi-tech เสริมความสะดวกสบาย

แน่นอนว่าการหยิบใช้สุขภัณฑ์สมัยใหม่ ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี จะช่วยเอื้อต่อการประหยัดพลังงานในการใช้ห้องน้ำได้ ปัจจุบันสุขภัณฑ์สมัยใหม่ มักมีดีไซน์ที่สวยครบจบทั้งรูปแบบและประโยชน์ใช้งาน ตอบโจทย์การรีโนเวทให้สวยถูกใจและไม่ทิ้งห่างความห่วงใยสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สุขภัณฑ์หลัก ๆ ที่ควรค่าต่อการอัปเกรด ควรมีอะไรบ้าง?

  • โถสุขภัณฑ์ : โถสุขภัณฑ์ หรือ โถส้วม เป็นอุปกรณ์สำคัญที่อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานน้ำอย่างมหาศาลได้ แต่โถสุขภัณฑ์สมัยใหม่มักนำเสนอในรูปแบบ Low Flow หรือ Dual Flush ที่ช่วยประหยัดน้ำกว่าเดิมได้หลายเท่าตัว รวมไปถึงโถสุขภัณฑ์บางชนิดที่เสริมใส่เทคโนโลยีเข้าไปจนก่อเกิดเป็นนวัตกรรมน้องใหม่ที่ได้ทั้งเทคโนโลยีความสะดวก บวกกับนวัตกรรมประหยัดพลังงานในตัว อย่าง KUDOS Intelligent Toilet โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ตอบโจทย์ต่อคนยุคใหม่ ยืนหนึ่งเรื่องระบบความปลอดภัย ฟังก์ชันหลากหลายแบบจัดเต็ม และไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม
  • ฝักบัว : ฝักบัวเป็นอุปกรณ์สำคัญของห้องน้ำที่มีส่วนใช้พลังงานน้ำเยอะไม่ต่างกับสุขภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ปกติแล้วฝักบัวมาตรฐานมักมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำเทียบเท่า 2.5 แกลลอนต่อนาที แต่ในปัจจุบันก็มีฝักบัวนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยทำให้น้ำไหลแรง ในขณะที่ยังคงอัตราการไหลของน้ำต่ำไว้ได้ อย่าง KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีนที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพผิวและผมให้มีสุขภาพดี แถมยังช่วยประหยัดน้ำได้อีกด้วย
  • ก๊อกน้ำ : ก๊อกน้ำ เป็นอุปกรณ์หลักอีกหนึ่งอย่างที่สิ้นเปลืองพลังงานน้ำไม่น้อย โดยทั่วไป ก๊อกน้ำ สามารถสิ้นเปลืองน้ำต่อนาทีประมาณ 2.2 แกลลอน ยังไม่นับรวมกับพฤติกรรมของใครหลายคนที่ชอบเปิดน้ำทิ้งไว้ขณะทำธุระสะสาง ฉะนั้น การเลือกใช้ก๊อกน้ำที่ผสมเทคโนโลยีเข้าไปก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายและยังลดการใช้น้ำได้มากกว่าปกติ หลายคนจึงเลือกแนะนำ ก๊อกน้ำที่รองรับระบบเปิด-ปิดได้แบบไม่ต้องสัมผัสตัวก๊อก หรือ Touchless Faucet เพราะฟังก์ชันเหล่านั้น จะช่วยให้เราควบคุมการใช้น้ำได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดน้ำได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บนท้องตลาดมีตัวเลือกก๊อกแบบ Touchless Faucet หลากหลายขึ้นมาก แต่หากเป็นมาตรฐานญี่ปุ่นมาเอง ก็ต้องยกให้ KUDOS ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ด้วยพลังธรรมชาติ นวัตกรรมก๊อกน้ำรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบเซ็นเซอร์ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยาก แถมไม่ต้องใช้แบตเตอรี่อีกด้วย! แต่ถ้าใครสายรีโนเวท มีโครงสร้างก๊อกเดิมอยู่แล้ว ไม่อยากยกเซตใหม่ Kudos ก็มีตัวเลือกให้ KUDOS ปากก๊อกเซ็นเซอร์ รุ่น K1900019 อุปกรณ์เสริมก๊อกน้ำที่มาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันให้กับตัวก๊อกเดิมๆ ให้กลายเป็นก๊อกอัจฉริยะขึ้นได้ทันทีที่ประกอบใส่ เหมาะสำหรับคนงบน้อย แค่หลักร้อยก็สามารถได้ก๊อกน้ำอัจฉริยะประหยัดพลังงานมาเสริมห้องน้ำ Eco-Friendly แถมการติดตั้งก็ง่าย ทำเองได้โดยไม่ต้องง้อช่าง

นอกเหนือจากองค์ประกอบหลักทั้ง 3 ที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีองค์ประกอบยิบย่อยอีกหลายด้านที่เหล่าคนอยากรีโนเวทห้องน้ำ Eco-Friendly ควรรู้ เพราะต้องบอกเลยว่า อาณาจักรอีกฝั่งของการรีโนเวทบ้าน รีโนเวทห้องน้ำสมัยใหม่ กว้างขวางสุดใจจริงๆ ถึงครั้งนี้เราจะหยิบมาแต่ประเด็นสำคัญ แต่รับรองโอกาสหน้า Kudos จะหยิบเรื่องราวบทใหม่มาแบ่งปันกันอย่างแน่นอน Please Stay Tuned!

เปิด 15 ไอเดียรีโนเวทห้องน้ำให้สวยถูกใจ สไตล์ Minimal

เปิด 15 ไอเดียรีโนเวทห้องน้ำให้สวยถูกใจ สไตล์ Minimal

วงการรีโนเวทบ้าน เข้าหนึ่งครั้งอยู่ยาวตลอดไป ไม่ไกลเกินจริง ! บทจะพูดถึงการรีโนเวทบ้าน เชื่อว่าเหล่าเจ้าของบ้านหรือคอนโดหลายคน มักอยากจะปรับนู่นเพิ่มนี่ ให้กับสัดส่วนของบ้านอยู่บ่อย ๆ เพราะแน่นอนว่า ดีไซน์หรือสไตล์ต่างๆ ก็ย่อมมีการผลัดเปลี่ยนตามกาลเวลา แต่ก่อนอาจเคยเป็นที่ถูกใจ แต่ในปัจจุบันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ ไหนจะเรื่องความชำรุดทรุดโทรมที่เข้ามาเป็นปัจจัยอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นผลให้คนรักบ้าน จำต้องวางแผนรีโนเวทเข้ามาปรับเพิ่มเสริมแต่งสัดส่วนของบ้านนั้น ๆ ให้ดูดี – น่าใช้สอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการ ‘รีโนเวทห้องน้ำ’ องค์ประกอบที่แสนจะสำคัญของบ้าน อันเป็นห้องที่ทุกคนต้องได้ใช้งานเป็นกิจวัตรประจำวัน

ถึงอย่างนั้น การแปลงโฉมห้องน้ำเดิมให้เป็นรูปแบบใหม่ ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน และต้องมีไอเดียในใจก่อนเสมอ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า สมัยนี้ ผู้คนนิยมแต่งบ้านน้อยแต่มาก เล่นเฉดสี มี Mood & Tone หรือที่หลายคนเรียกว่า “มินิมอลสไตล์” ที่ในยุคหลัง ๆ ได้มาครองใจของคนที่ชอบแต่งหรือรีโนเวทบ้าน ทำให้มินิมอลสไตล์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และมีอิทธิพลมายังการรีโนเวทห้องน้ำเช่นกัน

‘มินิมอลสไตล์’ คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม?

มินิมอล สไตล์ (Minimal Style หรือ Minimalist) เป็นศาสตร์การออกแบบอย่างหนึ่งที่ครอบคลุมในหลายแขนงของการออกแบบ ในแง่มุมของสถาปัตยกรรมฉบับมินิมอลลิสต์ จะเป็นการใช้องค์ประกอบการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ไม่ค่อยประดับตกแต่งอะไรให้มากมายนัก ซึ่งแนวคิดนี้ถูกริเริ่มมาจากความเชื่อในเรื่องการออกแบบสไตล์ให้เหลือแต่เพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อที่จะมองเห็นถึงแก่นแท้ของสถาปัตยกรรมหรือก่อสร้างที่แท้จริง โดยส่วนใหญ่จะยึดคติ เรียบง่ายแต่ทรงพลัง หรือที่เราต่างนิยามทฤษฎี Minimalist นี้กันติดปากว่า ‘เรียบแต่หรู น้อยแต่มาก’

สไตล์มินิมอล จึงค่อย ๆ มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน คนรักการแต่งบ้าน – คอนโดยุคใหม่ จึงนิยมนำรูปแบบมินิมอลมาปรับใช้ในการออกแบบหรือแม้กระทั่งการรีโนเวทบ้าน โดยเฉพาะการรีโนเวทห้องน้ำ เพราะหลายคนเชื่อว่า ห้องน้ำ คือ องค์ประกอบที่สะท้อนความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายยามใช้งานได้อีกด้วย ฉะนั้น การหยิบใช้สไตล์มินิมอลมาปรับปรุงห้องน้ำที่มีให้ดูดีขึ้นกว่าเก่า ไม่ใช่แค่การปรับโฉมให้ดูดีมีระดับ ภาพรวมสะอาดตา หรือเพราะผลพวงจากเทรนด์ที่เป็นอิทธิพลเท่านั้น แต่เพราะความเรียบง่ายที่ได้จากสไตล์นี้ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มบรรยากาศเงียบสงบ เพิ่มพื้นที่ให้จิตใจได้ผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กับร่างกายที่อาจต้องเผชิญกับความเครียด หรือมลภาวะต่างๆ มาทั้งวัน สไตล์มินิมอลยังตอบโจทย์การรีโนเวทที่ต้องการให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูง เพราะแทบจะการันตีได้ว่าของใช้ที่เลือกหยิบมา แม้น้อยชิ้น แต่ก็สามารถเกิดประโยชน์ได้จริง ใช้งานได้บ่อยครั้งและคุ้มค่ากับการลงทุน นั่นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Minimal Style ถึงกลายมาเป็นดีไซน์ที่หลายคนถวิลหาในแวดวงการรีโนเวทบ้านและห้องน้ำยุคใหม่

3 สิ่งที่ต้องคำนึงในการรีโนเวทห้องน้ำพื้นฐาน ฉบับมินิมอลสไตล์

ปกติแล้วหลักการรีโนเวทห้องน้ำทั่วไป จะมีสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเลือกซื้อสุขภัณฑ์ให้ทันสมัยกว่าเดิม เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกให้สมวัย ความปลอดภัยในการใช้งาน หรือแม้แต่ สัดส่วนความสูงสำหรับองค์ประกอบต่าง ๆ ล้วนต้องผ่านการตรวจเช็กทุกขั้นตอนการรีโนเวทเสมอ

3 สิ่งที่ต้องคำนึงในการรีโนเวทห้องน้ำพื้นฐาน ฉบับมินิมอลสไตล์

 

1. ความเรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริง

หัวใจหลักของสไตล์มินิมอล คือความเรียบง่าย แต่จะออกแบบอย่างไรให้ความเรียบง่ายนั้นไม่สูญเปล่า เพราะฉะนั้น ก่อนรีโนเวทห้องน้ำฉบับมินิมอล จะต้องใส่ใจในการออกแบบและวางแผนอย่างมาก โดยเน้นความเรียบง่ายไปพร้อม ๆ กับประโยชน์ใช้สอย ตั้งแต่โซนสุขภัณฑ์อัจฉริยะ กระจกไร้กรอบ ไปจนถึงลิ้นชักเก็บของที่ไร้มือจับ

2. รูปแบบ รูปทรง และการตกแต่ง

รูปทรงเพรียวบาง เส้นสาย และความสมมาตรขององค์ประกอบห้องน้ำฉบับมินิมอล เป็นสิ่งที่สายมินิมอลไม่ควรละเลย เพราะการเลือกรูปแบบหรือรูปทรง มีผลอย่างมากต่อภาพรวมมินิมอลที่ต้องการ เช่น อ่างล้างหน้าที่มีความโค้งเว้า โถสุขภัณฑ์ที่มีความโค้งมน กระเบื้องรูปแบบแผ่นเดียวแบบไร้รอยต่อ หรือจะเฟอร์นิเจอร์สี Earth Tone เข้าชุดกัน

3. คงความเป็นคุณภาพสูง

เมื่อคำนิยามของ ‘มินิมอล คือ น้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์สูง’ ฉะนั้นสิ่งที่เราควรคำนึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยกว่า 2 ข้อแรกคือการเลือกอุปกรณ์เสริมที่ใช่ เครื่องใช้ที่ทันสมัย ยิ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ยิ่งดี เพื่อตอบโจทย์คุณภาพในการใช้งาน เราอาจวางแผนตั้งแต่ระบบไฟที่เคยซับซ้อนและมากเกินไป อาจปรับเปลี่ยนเป็นระบบไฟอัจฉริยะที่สามารถสั่งการได้ด้วยเทคโนโลยี เฟอร์นิเจอร์ที่ดูกลืนไปกับผนังแต่สามารถจุข้าวของจำเป็นได้อย่างดีเยี่ยม หรือ จะเป็นตู้อาบน้ำแยกที่เรียบง่ายแต่ประหยัดเนื้อที่ไปได้เยอะ และถึงแม้การลงทุนไปกับองค์ประกอบที่ทรงคุณภาพอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่สูงเอาการ แต่เมื่อเทียบกับระยะการใช้งาน นับว่าคุ้มค่าสมราคา แถมไม่ต้องมานั่งรีโนเวทกันใหม่หลาย ๆ รอบให้เปลืองเงิน

แนะนำอ่านต่อ : เคล็ดลับ รีโนเวทห้องน้ำ ตั้งแต่ต้นจนจบ คุมงบไม่บานปลาย

15 ไอเดียและสไตล์การออกแบบห้องน้ำ ฉบับมินิมอล

 

1. Vintage Modern Fusion

ไอเดียห้องน้ำสไตล์ Vintage Modern Fusion เป็นการออกแบบที่เน้นความสดใส ทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวพอสมควร ส่วนมากมักมีผนังและเพดานเป็นสีขาว ปูพื้นด้วยกระเบื้องลวดลายสไตล์วินเทจร่วมสมัย เสริมด้วยโคมไฟระย้าแบบย้อนยุค เข้าหน้าต่างบานเก่าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ให้ความรู้สึกเท่บาดใจ แต่ยังคงความเป็นมินิมอลอยู่

2. Shower Skylight

Shower Skylight เป็นดีไซน์ห้องน้ำที่โทนสีขาวตัดเส้นสีดำ เพิ่มแสงสว่างแบบจัดเต็มด้วยระบบไฟเป็นเส้นตรง ยิ่งทำให้ห้องน้ำที่มีโทนสีขาวสว่าง ดูสว่างขึ้นอีกเท่าตัว พร้อมดีไซน์เคาน์เตอร์บาร์แบบตรงยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมราวตากผ้าที่เป็นเส้นตรง

3. Classy Grey

Classy Grey เป็นดีไซน์ห้องน้ำที่เน้นการใช้สีเทาเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัง มักมีพื้นเป็นหินชนวนสีเทาดั้งเดิม เสริมด้วยต้นไม้ และฉากกั้นกระจกใส ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สุขุมนุ่มลึก

4. Zen Indulgence

Zen Indulgence เป็นการออกแบบที่เฉพาะตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากสวนและธรรมชาติที่ให้บรรยากาศราวกับนั่งสมาธิกลางป่า (Zen สามารถสื่อถึง นิกายหนึ่งในพุทธศาสนา) รูปแบบนี้มักมีหินกรวดเพิ่มลูกเล่นโดยรอบ อ่างหินสลัก และต้นบอนไซขนาดใหญ่ข้าง ๆ

5. Dramatic Burgundy

มินิมอล ไม่จำเป็นต้องสีขาว-เทา-ดำ เสมอไป เพราะความเรียบง่ายของสไตล์ Dramatic Burgundy ก็น่าสนใจไม่น้อย ด้วยการออกแบบโทนสีหลักจาก สีแดงเบอร์กันดี ที่มีความสุขุม ดุดัน ให้ความแข็งแกร่ง ทรงพลัง และเข้มข้น สไตล์นี้มักใช้วัสดุเป็นหินแกรนิตที่ให้ความเย็น ตัดกับสีโทนร้อนของเบอร์กันดี ยิ่งทำให้มีความรู้สึกที่หลากหลาย

Black and White Chic

 

6. Black and White Chic

Black and White Chic เป็นดีไซน์ห้องน้ำมินิมอลที่สุดคลาสสิก แต่เป็นที่นิยมมาเสมอ ด้วยการผสมผสานระหว่างสีขาว-ดำ อย่างลงตัว ไม่ว่าจะพื้นกระเบื้องที่ให้สีตัดกับผนัง หรือ เฟอร์นิเจอร์ภายใน มักเลือกใช้มาพร้อม ๆกับตู้อาบน้ำแบบกระจกใส ให้ความรู้สึกทั้งเท่ สุขุม และดุดัน

7. Natural Elements

ธรรมชาติมักเป็นรูปแบบที่คลาสสิกที่สุดเสมอ เช่นเดียวกับการออกแบบห้องน้ำ สไตล์ Natural Element เป็นไอเดียที่นิยมเลือกใช้วัสดุทั้งหมดจากธรรมชาติหรือเลียนแบบธรรมชาติเข้ามาประดับตกแต่ง เช่น พื้นปูนที่ผสมผสานกับโซนพื้นไม้กระดาน ราวแขวนผ้าที่เป็นไม้ทั้งหมด พร้อมเพิ่มสีสันความเป็นธรรมชาติด้วยพืชสีเขียวในกระถางถัก จะยิ่งช่วยให้ดีไซน์ Natural Element ของเราเข้าถึงธรรมชาติได้ดีเยี่ยม

8. Monastic Calm

Monastic Calm คือดีไซน์ห้องน้ำที่เน้นเรียบง่ายและให้ความสงบสูง รูปแบบห้องน้ำลักษณะนี้จึงมักปรากฏเป็นผนังปูนเปลือย จะเรียบเป็นแผ่นเดียว หรือ มีส่วนโค้งเว้าก็ได้ เข้ากับสุขภัณฑ์สีขาวสะอาด และกระจกบานใหญ่ที่กว้างขวางและไม่จำเป็นต้องมีของตกแต่งเพิ่ม

9. Luxurious Spa

Luxurious Spa เป็นดีไซน์ห้องน้ำที่มีแรงบันดาลใจมาจากสปาใหญ่ที่หรูหรา มักมีการออกแบบโดยเน้นความสว่าง สดใส และให้ความรู้สึกเป็นมิตร มักมีการประยุกต์ใช้วัสดุไม้และธรรมชาติอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย พืชใบเขียวจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย บวกกับผนังสีพื้นที่ให้ความรู้สึกเงียบสงบเป็นฉากหลัง

Marbled Opulence and Glass

 

10. Marbled Opulence and Glass

Marbled Opulence เป็นการออกแบบห้องน้ำที่มี ‘หินอ่อน’ เป็นพระเอก สอดแทรกด้วยพืชใบเขียวเป็นของประดับ ให้ความคลาสสิก ละเอียดอ่อน และสวยงาม ห้องน้ำดีไซน์นี้จะเพิ่มความทันสมัยและเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหรูหรา ด้วยตัวหินอ่อนที่มีความมันวาว เมื่อเข้ากับโคมไฟจะยิ่งยกระดับความสวยขึ้นไปได้อีก

11. The Sunken Tub

The Sunken Tub เป็นดีไซน์ห้องน้ำที่เรียกได้ว่า น่าจะเป็นแบบที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด เพราะรูปแบบที่เน้นความหรูหราแบบจริงจัง มักมีเคาน์เตอร์เป็นปูนเปลือย ตัดกับพื้นที่มีความเป็นวัสดุธรรมชาติ อ่างอาบน้ำที่เจาะเป็นระนาบเดียวกับพื้น แทนที่จะตั้งขึ้นมา และไฮไลต์ที่เป็นหัวใจ นั่นก็คือ ผนังกระจกเต็มแผ่น เผยให้เห็นธรรมชาติภายนอกที่สุนทรีย์

12. Charming Farmhouse

หวนคืนสู่ชีวิตบ้านไร่… ห้องน้ำสไตล์ Charming Farmhouse เป็นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดยหยิบจับความเป็นฟาร์มเข้ามาเป็นหัวใจหลัก ด้วยเพดานที่ยกสูง วัสดุที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ และโคมไฟที่ไม่ต้องมาก เพราะหลังคาสามารถ access natural light เข้ามาได้แบบไม่ต้องพึ่งไฟประดิษฐ์

13. Elegant Mother of Pearls

Elegant Mother of Pearls จะเป็นสไตล์ที่นำเสน่ห์แบบเดียวกับ ‘หอยมุก หรือ ไข่มุก’ ที่มีความมันวาว วิบวับ เข้ามาประดับกับผนังสีเทา หรือ ขาวหม่น จึงทำให้ห้องน้ำสไตล์นี้มีความหรูหรา ไม่จืดชืด มีลูกเล่นคล้ายกระเบื้องโมเสก แต่จะมีความหรูหราและเป็นธรรมชาติกว่ามาก

14. Tropical Luxury

Tropical Luxury เป็นการออกแบบห้องน้ำที่นำความเป็นป่าไม้เข้ามาตกแต่งร่วมกับองค์ประกอบภายในที่แสนจะเรียบง่าย ส่วนใหญ่จะมีการหยิบใช้พืชเขตร้อนที่สามารถปลูกในความชื้นได้ เข้ามาตกแต่งตามผนังหรือโซนชั้นวาง เข้ากับแสงไฟสีส้มหรือ วอร์มไลท์ (Warm Light) ผนวกเข้ากับหัวฝักบัวแบบ Rain Shower เพื่อเติมเต็มบริบทป่าเขตร้อน ให้ความรู้สึกสุขุม อบอุ่น และลึกลับ

15. Pastel Perfect

การออกแบบห้องน้ำสไตล์ Pastel Perfect จะเป็นการเพิ่มความเท่ให้กับห้องน้ำด้วยเฉดสีพาสเทลบนผนัง เป็นรูปแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชาวสแกนดิเนเวีย เน้นองค์ประกอบที่เรียบง่าย ตกแต่งด้วยการเล่นสีสันไปในโทนที่ผสมผสาน ไม่ตัดกัน ส่วนใหญ่จะใช้การดีไซน์ผนังกระจกเข้ามาร่วมด้วย พร้อมกับโคมไฟเข้าชุด ทำให้บรรยากาศมีความทันสมัยและมีลูกเล่น

จากทั้ง 15 ดีไซน์ที่เรายกมาให้เป็นแนวทางในการรังสรรค์ห้องน้ำสไตล์มินิมอล มีรูปแบบไหนที่ตรงกับไทป์ในใจ ก็ลองหยิบยกไปลองออกแบบกันได้เลย อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้แบบบ้านหรือห้องน้ำในใจแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องของความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือมีเด็ก เพราะสไตล์เราอาจยึดคติน้อยแต่มากได้ แต่ในเรื่องความปลอดภัย ยังไงเราต้องมีมากเข้าไว้ก่อนเสมอ