Category Archives: ไลฟ์สไตล์

10 ต้นไม้ปลูกในห้องนอนได้ ทั้งสวยงาม และช่วยให้สุขภาพดี

10 ต้นไม้ปลูกในห้องนอนได้ ทั้งสวยงาม และช่วยให้สุขภาพดี

ห้องนอน พื้นที่ที่เงียบสงบที่เป็นดั่งสวรรค์ในการชาร์จพลังให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ห้องนอนที่ดี ควรจะเป็นห้องนอนที่เราสามารถพักผ่อนได้ หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน นอกจากเตียงนอนที่จะช่วยให้เราได้นอนหลับอย่างสบายยิ่งขึ้นแล้ว องค์ประกอบอื่น ๆ ที่แวดล้อมอยู่ในห้องนอน ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน สิ่งที่จะทำให้บรรยากาศสดชื่น ร่มเย็น และผ่อนคลายมากขึ้น ก็คือความเขียวขจีของต้นไม้นั่นเอง

แต่ทั้งนี้ ยังมีความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า การปลูกต้นไม้ในห้องนั้นไม่ดี และหลายคนก็ยังคงคิดแบบนั้น เพราะจากที่เราได้เรียนกันตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า โดยปกตินั้น ต้นไม้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อทำการสังเคราะห์ด้วยแสง และปล่อยก๊าซออกซิเจนในช่วงเวลากลางวัน ส่วนช่วงเวลากลางคืน อันเป็นช่วงเวลาที่คนเราก็กำลังหลับใหล ต้นไม้จะหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไป และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ด้วยหลักการของต้นไม้เหล่านี้ จึงทำให้ ต้นไม้ปลูกในห้องนอนที่ดูเป็นมิตรก็กลายเป็นตัวร้ายในการแย่งอากาศบริสุทธิ์จากเราไปทันที จึงทำให้ใครหลายคนยังคงมีความกังวลอย่างมากในการตัดสินใจปลูกต้นไม้สักต้นในห้องนอน เพราะคิดว่าต้นไม้เหล่านี้ จะทำลายสุขภาพของคุณระหว่างกำลังนอนหลับนั่นเอง

CAM Plant ต้นไม้ปลูกในห้องนอนได้

“ในตอนกลางคืน ต้นไม้ปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาน้อยมาก เมื่อเทียบกับคน หรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน จึงถือว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หากจะปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอน”

แต่หากยังมีความกังวลอยู่ ต้นไม้บางชนิด ไม่ได้ใช้หลักการสังเคราะห์ด้วยแสงในตอนกลางวัน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืนเสมอไป เรามาลองมาทำความรู้จักกับ ต้นไม้กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่า “CAM Plant” กันดีกว่า CAM Plant เป็นต้นไม้กลางคืน หรือต้นไม้อวบน้ำ ที่สามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตอนกลางคืนได้  ใครที่กำลังมองหา ต้นไม้มงคล ต้นไม้ปลูกในห้องนอน  CAM Plant  ก็สามารถเป็นตัวเลือกที่ทำให้คุณตัดสินใจปลูกต้นไม้ในห้องได้ง่ายขึ้นทันทีแบบไม่ต้องรีรอ

CAM Plant ต้นไม้ปลูกในห้องนอนได้

” CAM Plant หรือ Crassulacean Acid Metabolism “ คือ ต้นไม้กลางคืนที่มีคุณสมบัติในการเผาผลาญกรด Crassulacean เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาวะที่แห้งแล้งได้ โดยต้นไม้กลุ่มนี้ จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ปากใบในช่วงเวลากลางคืน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นกรดอินทรีย์ ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลากลางวันเมื่อปิดปากใบ ต้นไม้กลุ่ม CAM หรือต้นไม้อวบน้ำมักจะมีลักษณะเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า ต้นไม้อวบน้ำ เช่น มักจะมีใบหนา มีจำนวนใบลดลง ปากใบมักจะจมอยู่ในดินเพื่อลดการคายน้ำในช่วงสภาวะที่มีความแห้งแล้ง ดังนั้น ต้นไม้ปลูกในห้องนอนกลุ่ม CAM จึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่แห้งแล้งได้เป็นอย่างดี และไม่ต้องรดน้ำมากนัก เช่น กล้วยไม้ กระบองเพชร ต้นหยก เป็นต้น

ดังนั้น หากต้องการปลูกต้นไม้ในห้องนอนสักต้น ควรจะคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

  • ประการแรกเลยก็คือ ต้องเป็นต้นไม้ที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืนได้ และไม่แย่งออกซิเจนในการหายใจของผู้ที่พักอาศัย อย่างต้นไม้กลุ่ม CAM Plant ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ก็ถือว่าตอบโจทย์ข้อนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียว
  • ประการที่สอง ต้นไม้ที่จะนำมาปลูกในห้อง ต้องเป็นต้นไม้เลี้ยงง่าย ไม่ต้องใช้แดดจัด ๆ มากนัก สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม เนื่องจากในห้องนอน เป็นพื้นที่แห่งการนอน จึงมักจะเป็นพื้นที่ที่แสงไม่ค่อยเข้าถึง หากเลือกต้นไม้ที่ต้องได้รับแสงแดดจัด ๆ ทั้งวัน อาจทำให้ต้นไม้มีใบซีดเพราะขาดแสง
  • ประการสุดท้าย เลือกต้นไม้ที่ไม่ต้องการ การดูแลมากมายนัก หลังจากวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หากต้องใช้เวลามากในการดูแลต้นไม้ ก็อาจทำให้เวลาพักผ่อนลดน้อยลงไปอีก หากเลี้ยงต้นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ง่าย โตง่าย เพียงแค่รดน้ำ หรือให้น้ำอย่างเพียงพอ ก็ทำให้ต้นไม้ในห้องนอนของคุณสวยงามตลอดทั้งปี

ต้นไม้ปลูกในห้องนอนได้ ทั้งสวยงามและช่วยให้สุขภาพดี

10 ต้นไม้ที่ควรปลูกในห้องนอน ที่นอกจากจะช่วยเสริมให้ห้องนอนของคุณมีความสวยงามแล้วนั้น ต้นไม้ปลูกในห้องนอนยังช่วยให้คุณมีอากาศบริสุทธิ์ในการหายใจและนอนหลับสบาย มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ เพียงเลือกต้นไม้ที่ถูกชนิด ถูกสายพันธุ์ ดังนี้

Cactus

ต้นไม้ตระกูลกระบองเพชร หรือ Cactus มีลักษณะอวบน้ำ สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี

ต้นไม้ตระกูลกระบองเพชร หรือ Cactus เป็นต้นไม้ในกลุ่ม CAM Plant มีลักษณะอวบน้ำ สามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่เติบโตในพื้นที่แห้งแล้ง และประสบปัญหาขาดน้ำ ต้นแคคตัสจึงมีการปิดปากใบในเวลากลางวัน และเปิดปากใบในเวลากลางคืน เพื่อลดการสูญเสียน้ำออกไปกับการคายน้ำนั่นเอง ต้นแคคตัสจึงได้รับความนิยมอย่างมาก ในการปลูกไว้ในบ้าน หรือในห้องนอน เพราะนอกจากจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว เจ้าต้นแคคตัสยังมีหลากหลายสายพันธ์ุ ที่แต่ละสายพันธุ์มีรูปร่างลักษณะเฉพาะตัว จึงมีความสวยงาม และสามารถใช้ตกแต่งบนโต๊ะ หรือบนชั้นวางในห้องนอนได้อย่างลงตัว แต่ทั้งนี้ ก็มีข้อควรระวังในการเลี้ยงแคคตัส คือควรจะให้ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ และไม่รดน้ำมากจนเกินไป จึงจะทำให้ต้นแคคตัสเจริญเติบโตได้ดี และแตกหน่อออกมาได้อย่างสวยงาม

Jade Plant

ต้นกุหลาบหิน และต้นใบเงิน หรือ Jade Plant มีลักษณะของใบจะค่อนข้างอวบ

ต้นกุหลาบหิน และต้นใบเงิน หรือ Jade Plant ต้นไม้กลุ่มนี้ก็ยังคงเป็นต้นไม้กลุ่ม ต้นไม้ปลูกในห้องนอน CAM Plant เช่นกัน ลักษณะของใบจะค่อนข้างอวบ และมีน้ำกักเก็บสะสมอยู่เยอะ เหมาะสำหรับการตกแต่งบนโต๊ะ หรือชั้นวางเช่นเดียวกับกระบองเพชร ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยให้อากาศในห้องบริสุทธิ์และถ่ายเทได้สะดวกมากยิ่งขึ้นได้เช่นเดียวกัน

Aloe Vera

ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera อีกหนึ่งต้นไม้อวบน้ำที่นิยมปลูกคู่บ้านเรือนในไทย

ว่านหางจระเข้ หรือ Aloe Vera อีกหนึ่งต้นไม้อวบน้ำที่นิยมปลูกคู่บ้านเรือนในไทย ด้วยสรรพคุณที่มีความเย็น ช่วยลดอาการบวม และสามารถสมานแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแม้กระทั่งผิวไหม้แดดได้อย่างดีเยี่ยม หลายครั้งจึงเห็นผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ที่ผลิตออกมาเป็นกระปุกให้ใช้งานเพื่อลดอาการแสบไหม้ได้ทั่วไปในท้องตลาดอย่างมากมาย นอกจากนี้ ว่างหางจระเข้ ยังเป็นต้นไม้กลุ่ม CAM ที่คายออกซิเจนตอนกลางคืนและยังมีคุณสมบัติในการดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ที่ความเข้มข้นต่ำได้ดี สามารถปลูกไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย

Snake Plant

ต้นลิ้นมังกร หรือ Snake Plant เป็นพืชกลุ่ม CAM ที่มีลักษณะเป็นกาบ มีใบแข็งรูปร่างเหมือนลิ้นงู

ต้นลิ้นมังกร หรือ Snake Plant เป็นพืชกลุ่ม CAM ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน เพราะต้นลิ้นมังกรจะมีลักษณะเป็นกาบ มีใบแข็งรูปร่างเหมือนลิ้นงู และมีลวดลาย และสีสันของใบที่แตกต่างกัน ด้วยความสูงของต้นที่กำลังพอดี จึงทำให้สามารถนำไปจัดวาง หรือตกแต่งในห้องนอนได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการวางไว้บนโต๊ะ หรือวางไว้บนพื้นข้างเตียงก็สวยงามเก๋ไก๋ไปอีกแบบ นอกจากนี้ ลิ้นมังกรยังเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย สามารถเติบโตได้หลายปีโดยไม่ต้องเปลี่ยนกระถาง แค่รดน้ำทุก ๆ 2-3 สัปดาห์ มีรูระบายน้ำที่เพียงพอ มีแสงส่องถึง เท่านี้ก็สามารถเติบโตได้เเล้ว  จึงเป็นอีกต้นไม้ที่เหมาะจะนำมาตั้งไว้ในห้องนอนเพื่อช่วยฟอกอากาศ และช่วยดูดซับสารพิษด้อีกทางด้วย

Orchid

ต้นกล้วยไม้ หรือ Orchid เป็นต้นไม้ หรือดอกไม้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ

ต้นกล้วยไม้ หรือ Orchid เป็นต้นไม้ หรือดอกไม้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม แต่นอกจากความสวยงามแล้ว ต้นกล้วยไม้ ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เพราะกล้วยไม้คือต้นไม้อีกหนึ่งชนิดในกลุ่ม CAM Plant ดังนั้น คุณสมบัติในการฟอกอากาศ จึงดีเยี่ยมไม่แพ้ต้นไม้อวบน้ำชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ กล้วยไม้ยังมีรากที่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ และสามารถคายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน รวมถึงมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ ประเภทแอลกอฮอล์ อาซีโตน คลอโรฟอร์ม และฟอร์มัลดิไฮด์ ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น กล้วยไม้ยังเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย และมีดอกทนทานอยู่นาน เพียงแค่แขวนในพื้นที่ที่เหมาะสม มีอากาศถ่ายเท และให้ปุ๋ยกล้วยไม้บ้าง ก็สามารถใออกดอกสวยงามได้

Spider Plant

ต้นเศรษฐีเรือนใน หรือ Spider Plant หนึ่งในต้นไม้มงคล ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับสารพิษ

ต้นเศรษฐีเรือนใน หรือ Spider Plant หนึ่งในต้นไม้มงคล ต้นไม้ปลูกในห้องนอน ที่สามารถช่วยเติมความสดชื่นให้กับห้องนอนของคุณ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับสารพิษ เช่น ไซลีน และฟอร์มัลดิไฮด์ ได้ดี เหมาะแก่การนำมาปลูกในห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ สามารถช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ และเติมเต็มอากาศบริสุทธิ์ให้กับห้องนอนของคุณได้ ต้นไม้ชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงอ่อน ๆ มีความชื้นปานกลาง เลี้ยงง่าย รดน้ำแค่สัปดาห์ละครั้ง และด้วยตัวใบจะมีความพลิ้วไหวตามแรงลม ก็ทำให้นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังน่ารักและใช้เพื่อตกแต่งห้องนอนให้สวยงามได้อีกด้วย

Peace Lily

ต้นเดหลี หรือ ดอกลิลลี่แห่งสันติภาพ มีใบที่มันวาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงน้อย

ต้นเดหลี หรือ ดอกลิลลี่แห่งสันติภาพ (Peace Lily) เป็นหนึ่งในไม้กระถางที่นิยมมากที่สุดสำหรับห้องนอน เหตุด้วยใบที่มีความมันวาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงน้อย และมีรากค่อนข้างทน หากห้องนอนของคุณมีหน้าต่าง การวางต้นเดหลีไว้บริเวณหน้าต่าง จะช่วยเพิ่มการออกดอกที่มีลักษณะสีขาวสวยงาม ซึ่งจะคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ต้นไม้ปลูกในห้องนอน เดหลียังสามารถช่วยกรองสารพิษ เช่น เบนซีน แอมโมเนีย ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และฟอร์มัลดิไฮด์ ในอากาศได้เป็นอย่างดี และช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศให้ห้องนอนของคุณให้สดชื่นมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น เดหลีจึงถือเป็นดอกไม้ที่น่ารัก สวยงาม และเลี้ยงง่าย เหมาะสำหรับการปลูกไว้ในห้องนอนเช่นเดียวกัน

Devil’s Ivy

ต้นตระกูลพลู พลูด่าง พลูฉลุ สามารถฟอกอากาศและช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยลดฝุ่น และเชื้อราในอากาศได้

ต้นตระกูลพลู พลูด่าง พลูฉลุ เป็นต้นไม้อีกชนิดที่สามารถฟอกอากาศได้ แถมยังช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยลดฝุ่น และเชื้อราในอากาศได้ และที่สำคัญ พลูต่าง ๆ เลี้ยงง่าย ปลูกง่ายมาก ไม่ต้องใช้ดินก็ได้ เพียงแค่ปักก้านที่มีข้อปล้อง เจ้าพลูก็พร้อมที่จะแตกรากต่อได้ รวมถึงมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ซึ่งถ้าหากนำมาแขวน หรือประดับไว้ที่ฝาผนังห้องนอน หรือวางไว้ในห้องน้ำ จะสวยงามและทำให้ห้องดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ปลูกในห้องนอนที่น่าสนใจ

Monstera

ต้นมอนสเตร่า ราชินีแห่งไม้ใบ ด้วยลักษณะใบแฉกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความมันวาวสวยงาม

ต้นมอนสเตร่า หรือ Monstera ราชินีแห่งไม้ใบ อีกหนึ่งต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยลักษณะใบแฉกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวใบเมื่อได้เช็ดถูอย่างถูกวิธี จะมีความมันวาวสวยงาม และด้วยความโดดเด่นในลวดลายของใบมอนสเตอร่า ลวดลายบนในจึงได้ถูกนำไปออกแบบเป็นลายภาพวาด วอลเปเปอร์ และผลิตออกมาเป็นต้นไม้ปลอมอีกมากมาย นอกจากจุดเด่นด้านความสวยงามแล้ว ต้นมอนสเตร่ายังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ ช่วยดูดซับสารพิษต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนในอากาศ ในพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย ใครยังลังเลว่าจะปลูกต้นไหนไว้ในห้องนอน แนะนำว่าหนึ่งในนั้นต้องมีต้นมอนสเตร่า รับรองไม่ผิดหวังเรื่องความสวยงาม และช่วยฟอกอากาศได้ดีแน่นอน

Philodendron

ฟิโลเดนดรอน ต้นไม้ในตระกูลใบด่างสามารถเลื้อยตามวัสดุ หรือตะกร้าที่แขวนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ได้อย่างสวยงาม

ฟิโลเดนดรอน หรือ philodendron ต้นไม้ในตระกูลใบด่างสุดคลาสสิคที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาต้นไม้ในห้องนอนที่ไม่จุกจิกวุ่นวาย  ฟิโลเดนดรอนจะมีลักษณะสามารถเลื้อยตามวัสดุ หรือตะกร้าที่แขวนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ได้อย่างสวยงาม  ฟิโลเดนดรอนเป็นอีกหนึ่งต้นที่เลี้ยงง่าย ทนต่อแสงได้หลากหลายแบบ สามารถขยายพันธ์ุและเติบโตในน้ำได้เช่นเดียวกับพลู หรือจะนำมาปลูกในกระถางที่ระบายอากาศได้ดีก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ฟิโลเดนดรอน ยังมีหลากหลายสายพันธ์ุ ซึ่งจะมีสีและลวดลายต่างกัน มีหลายสีที่เป็นต้นที่หายาก ทำให้หลายคนหาซื้อสะสม และมีราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณชอบต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณอาจเลือกฟิโลเดนดรอนเป็นตัวเลือก ก็คุ้มค่ากับการครอบครองต้นไม้ที่มีความสวยงามมาก ๆ เลยทีเดียว

การเพิ่มความเขียวขจีเข้าไปในห้องนอนที่คุณรัก อาจสามารถช่วยให้คุณได้เข้าถึงความสงบที่แท้จริงได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึงอย่างเพียงพอ หรือจะเป็นห้องนอนที่มีโคมไฟเพื่อให้แสงสว่าง และไฟระย้าตกแต่งประดับ ก็สามารถปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโตได้ทั้งนั้น เพียงแค่เลือกต้นไม้ให้ถูกชนิด ถูกสายพันธุ์  เพราะการปลูกต้นไม้ในห้องนอน ไม่เพียงแต่จะเป็นการตกแต่งห้องให้สวยงามน่าอยู่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้อากาศในห้องมีความบริสุทธิ์ และช่วยผลิตออกซิเจนในตอนกลางคืนได้อีกด้วย ต้นไม้ปลูกในห้องนอน ทำให้ห้องนอนของคุณกลับมาสดชื่น เหมาะสำหรับการนอนหลับที่สนิทอย่างแท้จริง

หากมีไอเดียแล้วว่าจะปลูกต้นไม้แบบไหนไว้ในห้องนอนดี สิ่งที่ยังต้องคำนึงอีกอย่างหนึ่ง นอกจากคุณสมบัติเรื่องการฟอกอากาศ หรือการตกแต่งเพื่อความสวยงาม นั่นก็คือ การดูแลรักษาให้ต้นไม้ปลูกในห้องนอน ที่คุณปลูกสามารถเจริญเติบโต และงอกงามได้ในห้องนอนของคุณ คุณอาจจะต้องเสียเวลาสักนิด ในการศึกษาลักษณะของต้นไม้แต่ละชนิด ว่าเติบโตได้ดีในแสงแบบไหน ชอบน้ำมากไหม ต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่ ต้องตัดแต่งกิ่งใบมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ต้นไม้สวยงาม และคงทนอยู่กับคุณได้นาน ๆ ดังนั้น การปลูกต้นไม้ในห้องนอนที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ความจริงแล้ว ก็เป็นเรื่องที่คุณต้องให้เวลาในการใส่ใจกับมันมาก ๆ เช่นกัน ต้นไม้จึงจะสวยงาม และสร้างคุณประโยชน์ให้กับห้องนอนของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แนะนำอ่านต่อ : เลือกกรรไกรตัดกิ่งอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

นักมีบ้านมือใหม่ เลือกต้นไม้อย่างไรให้เป็นมิตรทั้งบ้าน และคน

5 ต้นไม้น่าปลูก ฟอร์มสวยและดี ควรมีประดับบ้าน!

การจะมีบ้านสักหลัง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ไม่ว่าจะขั้นตอนใดก็ต้องใส่ใจ และประณีตมาก ๆ ตั้งแต่การคิดหาออกแบบดีไซน์ในอย่างที่ใช่ – สไตล์ที่ชอบ ไปจนถึงการก่อร่างสร้างโครงขึ้นมาเป็นสิ่งปลูกสร้างสักหลังหนึ่ง และแน่นอนว่า รากฐาน คงจะเป็นหัวใจสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่สมัครเล่น ตลอดจนกูรูเรื่องบ้าน ก็ต้องยกให้รากฐานคือสิ่งที่ต้องละเอียดอ่อนที่สุด! แต่ทว่า เมื่อใส่ใจในจุดที่สำคัญที่สุดแล้ว ก็ไม่ควรเพิกเฉยต่อกระบวนการอันสำคัญรองลงมาอย่างการตกแต่ง

“การตกแต่งบ้าน” หลายคนอาจนึกไปถึงการวางเฟอร์นิเจอร์อย่างไรให้มีประโยชน์ใช้สอยให้มากที่สุด หรือวางอย่างไรให้เหมาะแก่ไลฟ์สไตล์ของผู้พัก สิ่งเหล่านั้นก็เป็นอีกส่วนของขั้นตอนสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าไม่แพ้กัน เห็นจะเป็นการจัดวางของตกแต่งสีเขียวรอบบ้านที่เรียกว่า ‘ต้นไม้น่าปลูก’ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านและสวน แทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปซะแล้ว เพราะอย่างน้อย ๆ แทบทุกบ้านก็ต้องมีต้นไม้อย่างน้อยสักต้น คอยเป็นร่มเงาเล็กใหญ่ให้พอพักผ่อนหย่อนใจได้บ้าง หรือในบางที หลายคนมักปลูกต้นไม้เอาไว้บริโภคผลผลิต นั่นก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน  มากไปกว่านั้น หากใครเป็นสายรักต้นไม้ตัวยงอยู่แล้วล่ะก็ การเฟ้นหาต้นไม้น่าปลูกมาไว้รอบบ้านก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอะไร หนำซ้ำ มีแต่จะงอกต้นไม้ใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แต่การปลูกต้นไม้เอาไว้ในอาณาบริเวณบ้าน กลับไม่ได้มีแค่เพียงประโยชน์เสมอไป เพราะหากเหล่าเจ้าของบ้านมือใหม่ อยากจัดวางต้นไม้ตามอำเภอใจ โดยไร้ซึ่งความรู้ต่อพืชชนิดนั้นมาก่อน บอกเลยว่า อาจมีผลเสียต่อบ้านตามมาแน่ ๆ เพราะทุกคนรู้หรือไม่ว่า ต้นไม้ใหญ่ – กลางบางชนิด ต่อให้มีร่มเงาดีแค่ไหน ใบกิ่งก้านจะสวยเท่าไหร่ แต่รากของต้นไม้เหล่านั้นอาจชอนไชเข้าไปเบียดเสียดกับรากฐานของบ้านจนเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้! รวมไปถึง ต้นไม้บางชนิดอาจมีฤทธิ์ดึงดูดแมลงจนก่อความรำคาญให้กับผู้พักอาศัยได้ในที่สุด ฉะนั้นการจัดวางและเลือกซื้อต้นไม้มาใช้ตกแต่งบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

ในวันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่าต้นไม้ชนิดไหน เหมาะ หรือ ไม่เหมาะกับบ้าน พร้อมกับเทคนิคบวกเคล็ดไม่ลับเล็กน้อย สำหรับนักมีบ้านมือใหม่ให้สามารถเลือกสรรต้นไม้น่าปลูกได้ถูกใจ เป็นมิตรกับทั้งคนและบ้าน!!

5 ต้นไม้น่าปลูก ฟอร์มสวยและดี ควรมีประดับบ้าน!

ปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเป็นปัญหา “ เลือกเป็นให้ประโยชน์ ให้โทษหากเลือกไม่เป็น ”

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้า ใช่ว่าการปลูกต้นไม้จะให้แต่ประโยชน์และข้อดีไปเสมอ ก่อนจะเลือกสรรไม้พันธุ์ให้ร่มเงาสักต้น เราควรศึกษาธรรมชาติของต้นไม้ชนิดนั้น ๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อนก็จะเป็นผลดีต่อบ้านและคนอาศัยในระยะยาวมาก ๆ ปัจจัยที่สำคัญไม่ใช่แค่เพียงฟอร์มสวยถูกใจ หรือคุณสมบัติในการให้ร่มเงาที่ดีกว่า แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ คือปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ระบบรากชอนไช

รากฐานเป็นหัวใจของบ้านฉันใด รากต้นไม้ก็เป็นหัวใจสำคัญของพืชพันธุ์ไม้ฉันนั้น แต่สำหรับไม้พันธุ์ให้ร่มเงาส่วนใหญ่ หลายคนอาจใส่ใจในเรื่องของการแตกกิ่งก้านใบเป็นพิเศษซะมากกว่า ซึ่งความจริงแล้ว “ราก” คือสิ่งที่ควรศึกษาให้มากที่สุด เพราะสิ่งนี้เองจะเป็นตัวการใหญ่ที่มักเป็นปัญหากวนใจของเหล่านักปลูกมือสมัครเล่นอยู่เสมอ ไม้ยืนต้นให้ร่มเงาบางชนิดมีระบบรากที่ชอนไชและมักแผ่กระจายเป็นวงกว้างตามการแตกขยายของกิ่ง เช่น หูกระจง ชมพูพันธ์ทิพย์ หรือ หางนกยูงฝรั่ง  ไม้พันธุ์เหล่านี้มีโครงสร้างรากที่แข็งแรงและแผ่ขยายไปเป็นแนวราบ หากปลูกในพื้นที่กว้างขวางมากคงไม่เป็นปัญหา แต่หากจะปลูกใกล้ตัวอาคารหรือบ้าน ถือเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใดที่ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตใหญ่ โครงสร้างบ้านอาจถูกระบบรากรบกวนจนแตกร้าวได้ และถึงแม้ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหารากชอนไชได้ด้วยการตัดแต่งราก (Root Trimming) นั่นก็คงเป็นวิธีที่ลำบากไปสักหน่อยสำหรับมือใหม่ และต้องอาศัยความชำนาญระดับหนึ่ง

ในทางกลับกัน ไม้พันธุ์บางชนิดมีระบบรากแผ่ขยายเป็นแนวดิ่ง เช่น ต้นหูหนู ที่มีอีกชื่อว่า ต้นสั่งทำ หรือจะ ต้นล่ำซำ พันธุ์ไม้เหล่านี้จะไม่แผ่ขยายรากเป็นแนวราบ มักจะไม่ส่งผลกระทบถึงรากฐานของตัวอาคาร ทำให้การเลือกปลูกต้นไม้ที่มีระบบรากเป็นแนวดิ่ง เป็นทางเลือกที่ดีกว่าพอสมควร

2. กิ่ง ก้าน ใบ ร่วงบ่อย

ไม่ใช่แค่ราก ที่คอยจะเป็นปัญหา แต่หากเลือกปลูกไม้พันธุ์ที่มักผลัดใบผลัดดอกบ่อย ๆ ก็จะเป็นปัญหาอีกเหมือนกัน พันธุ์ไม้บางชนิดมีดีที่ฟอร์มสวย พุ่มใหญ่ ให้ร่มเงาจุใจ แต่หากใบขยันร่วงก็คงสร้างความรกให้กับบ้านเร็วขึ้นกว่าเดิม เช่น ไผ่ หูกระจง ปีป อโศกอินเดีย หรือแม้แต่ ชมพูพันธ์ทิพย์ ก็มักจะผลัดดอกใบอยู่บ่อยครั้ง บางชนิดยังมีกิ่งก้านที่เปราะบาง ร่วงหล่นง่าย พร้อมสร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้าง เช่น ตีนเป็ดขาว ชมพูพันธ์ทิพย์ ยี่โถ เป็นต้น

3. กลิ่นก็แรง แมลงก็เยอะ!

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักเป็นตัวการกระทบต่อผู้พักอาศัยเสมอคือเรื่องของกลิ่นและแมลง เช่น ต้นตีนเป็ดขาว สุดยอดไม้พันธุ์ที่ออกดอกมีกลิ่นสุดแสนจะเวียนหัว ถึงแม้ตีนเป็ดขาวจะมีร่มเงาที่กำลังดี แต่กลิ่นของมันอาจสร้างผลกระทบต่อจมูกของเราได้มากเช่นกัน บางคนถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียนก็มีมาแล้ว หรือแม้แต่ต้นปีปที่ออกดอกชวนหอม แต่หากใครไม่สันทัดกับกลิ่นของมัน บ่อยเข้าอาจสร้างความรำคาญได้ สำหรับแมลง ตัวการสุดแสบก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ควรศึกษา ไม่ว่าจะต้นโพธิ์ หูกวาง หรือ หูกระจง ก็มักมีแรงดึงดูดอ่อน ๆ ต่อสัตว์เล็กสัตว์น้อยและแมลงทั้งหลาย โดยเฉพาะ หูกระจง ด้วยใบที่เล็กและเยอะ จึงเป็นที่นิยมของเหล่าหนอนบุ้งหลากหลายพันธุ์ บ่อยครั้ง เรามักพบเจอปัญหาหนอนบุ้งบุกต้นหูกระจง กระทบทั้งต้นไม้และผู้อาศัย จนต้องหาวิธีแก้ไขกันเจ้าละหวั่น เพราะฉะนั้น การเลือกต้นไม้ที่ให้กลิ่นอ่อนหรือน้อยที่สุด และเลี่ยงต้นไม้ที่ดึงดูดแมลง จึงจะเป็นวิธีเซฟบ้านและคนได้ดีทีเดียว

4. เลือกขนาดต้นไม้ให้สัมพันธ์กับพื้นที่

ไม้พันธุ์ที่ให้ร่มเงา มักมีขนาดให้เลือกอย่างหลากหลาย จะพุ่มต่ำ พุ่มสูง แตกกิ่งเป็นแนวกว้างหรือตั้งขึ้นไป หรือที่ในวงการต้นไม้มักใช้แทนว่า “เรือนยอด” บางชนิดมีเรือนยอดเรียวสูง บางชนิดก็มีเรือนยอดเป็นพุ่มต่ำ แต่ละชนิดก็มีความเหมาะสมต่อพื้นที่บริเวณบ้านที่แตกต่างกันไป เช่น

    • พื้นที่จำกัดและแคบ: หากพื้นที่ของคุณมีที่ว่างเพื่อจัดสวน ประมาณ 2 – 3 เมตร ควรปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา ขนาดเล็ก ที่มีเรือนยอดแคบ ไม่กว้างขวาง เพื่อการจัดวางจะไม่ดูหนาแน่นจนเกินไป เช่น ตีนเป็ดน้ำ แก้วมุกดา น้ำเต้าต้น เป็นต้น
    • พื้นที่จำกัดขนาดกลาง: หากพื้นที่ว่างของคุณมีขนาดอยู่ประมาณช่วง 120 ตารางวา ควรปลูกไม้พันธุ์ให้ร่มเงาที่มีขนาดกลาง มีเรือนยอดกว้างขวางแต่ไม่มากเกิน จะให้ร่มเงาได้ดีและไม่หนาแน่นจนเกินไป เช่น แคนา ปีป ตีนเป็ดน้ำ หูหนู เป็นต้น
    • พื้นที่กว้างและใหญ่: หากนักมีบ้านมือใหม่คนไหน เผื่อพื้นที่ไว้ทำสวนและปลูกต้นไม้แบบเต็มที่ เรื่องข้อจำกัดของขนาดต้นไม้ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คุณสามารถเลือกปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาตั้งแต่ขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ได้ตามต้องการ เช่น กันเกรา โคลงเคลงออสเตรเลีย จิกทะเล มะฮอกกานี เป็นต้น

5 ต้นไม้น่าปลูก ฟอร์มสวยและดี ควรมีประดับบ้าน!

ไม้ยืนต้นชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่ร่มเงา แต่ยังเป็นต้นไม้ฟอร์มสวย มีเรือนยอดเป็นพุ่มอยู่ทรง ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อยก็สวยเช้งได้นาน ที่สำคัญ ยังเป็นไม้พันธุ์ไม่ผลัดใบ รูปแบบของใบมีขนาดไม่เล็กไปไม่ใหญ่มาก ฉะนั้นไร้กังวลเรื่องใบก้านร่วงหล่นได้เลย

เรื่องระบบรากก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะรากของแก้วมุกดาจะไม่ชอนไชให้กวนใจบ้าน ปลูกเป็นไม้ประดับก็ว่าดี ให้ร่มเงาก็ว่าเด่น นอกจากนี้ แก้วมุกดา ยังเป็นไม้พันธุ์ที่ให้ทั้งดอกและผล โดยดอกของแก้วมุกดาจะมีขนาดกลางๆ  เพียง 4 – 8 เซนติเมตร พร้อมให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนผลของมัน มักมีขนาดเล็ก เพียง 2 – 4 เซนติเมตรเท่านั้น

ต้นไม้น่าปลูก อย่าง แก้วมุกดา หรือ โกงกางเขา จึงเป็นไม้ยืนต้นฟอร์มสวยชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกเพื่อประดับบ้านได้ดี มีร่มเงาเพิ่มความร่มรื่น ดูแลง่าย ไร้กังวลเรื่องปัญหาในภายหลัง (Photo Ref : www.ku.ac.th)

ต้นไม้น่าปลูก ต้นนี้มีลักษณะใบเรียงตัวสวย เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี มีความเป็นต้นไม้โมเดิร์นฟอร์มงามที่เหมาะแก่การจัดวางเพื่อประดับและให้ร่มเงา เนื่องจากลักษณะของเรือนยอดที่เป็นพุ่มเรียวปลาย จึงดูใหญ่แต่ไม่เกะกะ แผ่ร่มเงาได้ดี ที่สำคัญ ล่ำซำจะไม่ค่อยผลัดใบ จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับใครที่ไม่ชอบเก็บกวาดบ่อย ๆ เพียงแต่ต้องคอยหมั่นตกแต่งกิ่งบ้างพอสมควร

ต้นล่ำซำ หรือ ต้นหูหนู จึงเหมาะแก่ทั้งพื้นที่จำกัดและพื้นที่กว้าง ที่มากไปกว่านั้น ต้นไม้น่าปลูก อย่าง ต้นล่ำซำ ยังมีชื่อที่เป็นมงคล ตามความเชื่อแล้วการปลูกต้นล่ำซำเอาไว้ในบ้าน จะนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความประสบผลสำเร็จมาสู่ผู้พักอาศัยตามชื่อ “ล่ำซำ” อีกด้วย (Photo Ref : kaset.today)

ถึงแม้จะมีชื่อที่คล้ายกันมากแต่ก็มีความต่างอยู่มากพอสมควร ตีนเป็ดน้ำเป็นไม้ยืนต้นให้ร่มเงาที่ดีอีกชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบอินเดียและตอนใต้ของจีน ลำต้นและพุ่มมีขนาดเล็กจนถึงกลาง สามารถเติบโตได้สูงถึง 12 เมตร เป็นไม้พันธุ์ที่ออกทั้งดอกและผล ขนาดของผลมีขนาด 6 – 7 เซนติเมตรและดอกสีขาวจะไม่ส่งกลิ่น มักออกดอกเป็นช่อ ขนาด 8 – 35 เซนติเมตร

ที่สำคัญ ตีนเป็ดน้ำจะไม่ผลัดใบ ระบบรากไม่ชอนไชเท่าไม้ยืนต้นอื่น ๆ ได้ประโยชน์ทั้งร่มเงา ความสวยงาม ไม่รบกวนทั้งกลิ่นและแมลง แถมยังเป็นไม้ประดับฟอร์มดี ที่เด่นเรื่องร่มเงาอีกด้วย (Photo Ref : medthai.com)

นอกจากจะเป็นต้นไม้ให้ร่มเงาแล้วนั้น ส่วนผลจะเป็นลูกกลมเล็กสีเขียว – ส้ม – แดงมาในช่อหลาย ๆ ลูก ซึ่งแต่ละลูกมีขนาดเพียง 0.5 – 0.8 เซนติเมตรเท่านั้น ดูมีสีสันงดงามแต่ไม่มากจนเกินไป ด้วยลักษณะต้นที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้เกิดร่มเงาที่ใหญ่ตามไปด้วย เพิ่มความร่มรื่นให้กับพื้นที่บ้าน

ถือเป็นต้นไม้น่าปลูกที่ต้องอาศัยขอบเขตบริเวณสวนที่กว้างขวางระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้นกันเกรา สามารถให้ร่มเงาที่ถึงใจจริง ๆ สำหรับใครที่อยากได้ต้นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงาเยอะ กันเกราก็คงเป็นไม้พันธุ์อีกชนิดที่ตอบโจทย์พอสมควร (Photo Ref : www.phargarden.com)

ม่วงมงคล เป็นไม้พุ่มที่ออกดอกสีสันสวยงาม โดยมีสีม่วงเข้มอร่ามทั้งต้น สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี แถมยังให้ร่มเงาได้ดีไม่แพ้ไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่พิเศษไปกว่านั้น ม่วงมงคลเป็นไม้ที่ไม่ค่อยผลัดใบ จะไม่มีปัญหาใบร่วงหล่นจนรกให้กวนใจแน่ ๆ นอกจากความสวยงามและขนาดที่พอเหมาะพอดีแล้วนั้น จากชื่อแล้วก็ถือว่ามีความเป็นสิริมงคลอยู่ไม่น้อย หลายคนต่างเชื่อว่า การปลูก โคลงเคลงออสเตรเลีย หรือ ม่วงมงคล จะนำซึ่ง โชคลาภและความเป็นสิริมงคลมาให้แก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย! (Photo Ref : www.myhomemygardening.com)

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าของบ้านจะเลือกปลูกต้นไม้สายพันธุ์ใด ในเรื่องการดูแล ใส่ปุ๋ย กำจัดแมลง ตัดแต่งกิ่งใบ หรือราก ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นไม้เล็กใหญ่เติบโต แข็งแรง ให้ร่มเงา และสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในการแต่งบ้านและปลูกต้นไม้ ที่ KUDOS เรามีอุปกรณ์ตัดแต่งสวนและต้นไม้คุณภาพสูงหลากหลายรายการให้คุณนำไปสร้างสรรค์กับงานสวนของคุณได้.

ฝักบัวน้ำไม่แรง!! แก้ปัญหาเองได้ไม่ต้องง้อช่าง

ฝักบัวน้ำไม่แรง!! แก้ปัญหาเองได้ไม่ต้องง้อช่าง

“ฝักบัวไหลไม่แรง” หนึ่งในปัญหาหนักอกที่หลายบ้านมักต้องเจอ โดยเฉพาะใครที่อยู่บนคอนโดมิเนียมชั้นสูง ๆ หรือแม้แต่บ้านทาวน์โฮมหรือตึกแถวเองก็ไม่ต่างกัน ที่ตอนแรก ๆ น้ำก็ไหลแรงดีอยู่หรอก แต่วันดีคืนดีกลับไหลเบาลง หรือไม่ไหลเลยก็มี เจอแบบนี้ต้องแก้ปัญหาโดยด่วน เพราะน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับการแก้ปัญหานั้นทำได้ไม่ยากเพราะเพียงแค่หาสาเหตุให้เจอและแก้ให้ตรงจุด เท่านี้ก็ทำเองได้ ไม่ต้องง้อช่างแล้ว

ฝักบัวไหลไม่แรงมาจากอะไรและแก้อย่างไร ?

สาเหตุของปัญหาฝักบัวน้ำไม่แรง มีที่มาจากหลายปัจจัย แน่นอนว่าลักษณะของที่ตั้งอย่างคอนโดมิเนียม ตึกแถว หรือทาวน์โฮมก็มีส่วนเกี่ยวด้วย โดยเบื้องต้นเราสามารถแก้ไขปัญหาเองได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องง้อช่าง แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องหาสาเหตุของปัญหาให้เจอก่อนว่าที่ฝักบัวน้ำไม่แรง มีที่มาจากอะไรกันแน่ ซึ่งสามารถจำแนกเป็นปัจจัยหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. ฝักบัวสกปรกหรือไม่ได้มาตรฐาน

ก่อนอื่นเลย เราขอแนะนำให้ลองนำหัวฝักบัวมาตรวจดู ว่าบริเวณรูจ่ายน้ำหน้าฝักบัวมีคราบสกปรกไปอุดตันอยู่หรือเปล่า เพราะฝักบัวที่เคยใหม่ เมื่อใช้นานวันเข้าย่อมมีคราบสกปรกจากน้ำ คราบตะกรัน หรือตะไคร่น้ำเกาะอยู่ตรงบริเวณที่มีน้ำไหลออก หรือแม้แต่คุณภาพของฝักบัวเองก็อาจมีผล เพราะฝักบัวที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำไหลไม่เเรง น้ำ ไหลออกมาไม่มากเท่าที่ควรได้เหมือนกัน ฝักบัวจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนในเบื้องต้น เมื่อเจอปัญหาน้ำไหลไม่แรง

วิธีแก้ปัญหา : เรื่องฝักบัวอุดตันไม่ใช่เรื่องหนักอก เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ โดยการนำหัวฝักบัวไปทำความสะอาด ซึ่งสารที่สามารถนำมาใช้ขจัดคราบมีมากมายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชู ยาสีฟัน เบกกิ้งโซดา หรือจะใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดฝักบัวโดยเฉพาะก็ได้ผลดีมาก ๆ จากนั้นก็ใช้แปรงขัดคราบต่าง ๆ ออกจากรูน้ำให้เรียบร้อย โดยควรคำนึงถึงวัสดุของฝักบัวเป็นหลัก เพื่อไม่ให้การทำความสะอาดไปทำลายเนื้อวัสดุของฝักบัว

2. ฝักบัวมีระบบกรองน้ำมากเกินไป

พักหลังมานี้เรามักจะเห็นเทรนด์ของฝักบัวที่สามารถกรองน้ำได้ในตัว นั่นเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเราก็จริง แต่อาจมาพร้อมกับปัญหาน้ำไหลไม่แรงได้ เพราะกว่าน้ำจะไหลออกมาหาเรา จะต้องผ่านบรรดาวัสดุกรองน้ำต่าง ๆ ลงมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นอุปสรรคที่ทำให้น้ำไหลเบาได้

วิธีแก้ปัญหา : ระบบกรองน้ำที่มีอยู่ในฝักบัวนั้นมีประโยชน์ แต่ก่อนที่จะติดตั้ง เราควรต้องพิจารณาดี ๆ ว่าระบบน้ำของเรามีแรงดันน้ำที่มากพอหรือไม่ ยิ่งถ้าใครอยู่บนคอนโดมิเนียมซึ่งมักมีปัญหาเรื่องระบบน้ำอยู่แล้ว การติดตั้งระบบกรองน้ำหลาย ๆ ชั้น ในฝักบัวคงไม่เหมาะเท่าไร อาจต้องลดชั้นของการกรองลงไปให้เหลือเพียง 1-2 ชั้นเท่านั้น แต่ยังไงเรื่องประสิทธิภาพการกรองก็เป็นเรื่องที่ไมควรมองข้ามเช่นกัน ดังนั้นเราอาจเน้นเลือก ฝักบัวกรองคลอรีน ที่ตัวกรองมีประสิทธภาพการกรองสูง สามารถกรองได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ชั้นการกรองที่มากเกินไป

3. ยางแหวน มีขนาดเล็กเกินไป

ถ้าหากยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจจะต้องมาดูที่ “ยางแหวน” ซึ่งเป็นตัวกันรั่วซึมภายในหัวฝักบัว หากมีขนาดเล็กเกินไป อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำไหลเบาได้

วิธีแก้ปัญหา : วิธีง่าย ๆ คือลองถอดหัวฝักบัวออกมาดูภายใน แล้วอาจจะเปลี่ยนขนาดยางแหวนให้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

4. ระบบปั๊มน้ำไม่ดีพอ

นับเป็นปัญหาหนักอก และมักพบเจอได้บ่อยในหมู่คนที่อาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียม หรือตึกแถวชั้นสูง ๆ  เพราะสถานที่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนต้องใช้ระบบน้ำร่วมกับลูกบ้านอื่น ยิ่งเมื่อมีการใช้น้ำพร้อมกันเป็นจำนวนมาก หากระบบปั๊มน้ำไม่ดีพอ อาจจะทำให้แรงดันน้ำส่งมาไม่ถึงฝักบัวของเรานั่นเอง

การแก้ปัญหา : หากปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝักบัวข้างต้น เป็นไปได้ว่าคงต้องแก้ที่ระบบปั๊มน้ำ หรือแรงดันน้ำ ซึ่งสำหรับใครที่อยู่บ้านทาวน์โฮมอาจจะต้องลองปรับขนาดของปั๊มน้ำให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีแรงดันน้ำพอส่งขึ้นไปถึงชั้นสูง ๆ   แต่หากใครที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม หรือห้องแถวซึ่งต้องอาศัยการประสานงานกับส่วนกลาง นอกจากจะแจ้งให้นิติบุคคลรับทราบถึงปัญหาน้ำไหลไม่แรงแล้ว เราอาจหาตัวช่วยอื่นมาเสริมอีกทาง เช่น การติดตั้งฝักบัวที่ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำ เป็นต้น

 

ฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำ แก้ปัญหา “ฝักบัวน้ำไม่แรง”

สำหรับใครที่ทำยังไงก็ยังแก้ปัญหาฝักบัวน้ำไม่แรงไม่ได้สักที โดยเฉพาะใครที่อาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียม ห้องแถว หรือแม้แต่บ้านทาวน์โฮมเอง ตัวช่วยสำคัญที่เราขอแนะนำให้ลองหามาติดตั้งกันคือ “ฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำ”

ฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำ

ฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำคืออะไร? คือฝักบัวที่อาศัยแรงดันจากการออกแบบรูน้ำให้เล็กลง ช่วยให้จ่ายน้ำออกมาได้อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง หากเทียบกับฝักบัวแบบธรรมดาแล้ว ฝักบัวชนิดนี้มีดีกว่าหลายประการ

    • น้ำไหลแรงกว่า : เนื่องจากหัวฝักบัวถูกออกแบบมาให้รูจ่ายน้ำมีขนาดเล็กลง แต่มีปริมาณรูมากถึงประมาณ 200  รู ขณะที่ฝักบัวปกติมีเพียง 40-50 รู ทำให้ใช้ปริมาณน้ำน้อยลง ขณะเดียวกันแรงดันน้ำจะเพิ่มขึ้น น้ำที่ปล่อยออกมาจึงแรงกว่า และสม่ำเสมอกว่า ซึ่งแบบนี้จะดีกว่าฝักบัวที่มีรูจ่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ปริมาณน้ำเยอะกว่า เมื่อแรงดันน้ำมีไม่พอ น้ำที่ไหลจึงขาดตอน หรือไหลเบานั่นเอง
    • ประหยัดน้ำ : ถึงจะบอกว่าน้ำไหลแรงกว่า แต่ปริมาณน้ำที่ใช้ไม่ได้มากตามเลย อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า รูจ่ายน้ำที่มีขนาดเล็กลง มีผลทำให้น้ำซึ่งถูกส่งมามีปริมาณลดลงตามไปด้วย แถมการที่น้ำไหลแรงเนื่องจากแรงดันสูง ยังช่วยให้เราชำระล้างร่างกายได้สะอาดเร็วมากยิ่งขึ้น นี่นับเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญ เพราะนอกจากเราจะได้น้ำที่แรงขึ้น ประหยัดค่าน้ำลง ยังช่วยส่งเสริมการรักษ์โลกอีกด้วย
    • ความผ่อนคลาย : นี่อาจเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ก็ว่าได้ การติดตั้งฝักบัวแรงดันสูงก็เหมือนกับติดตั้งเครื่องนวดจากธรรมชาติ เพราะน้ำที่ถูกส่งมานั้นมีแรงดันที่เหมาะสม เวลาที่น้ำตกกระทบกับผิวจะช่วยให้รู้สึกสบาย สร้างความผ่อนคลาย ประหนึ่งเหมือนได้รับการนวดบำบัดจากสายน้ำ ในขณะที่บางแบรนด์ถึงกับมีโหมดสปาให้เลือกได้ด้วย

เมื่อรู้ข้อดีกันอย่างนี้แล้ว ต่อมาก็ถึงเวลามาเลือกซื้อฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำกันแล้ว ตามท้องตลาดที่ขายกันอยู่ตอนนี้ มีฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำให้เลือกหลายแบบหลายราคา แต่ทางที่ดีเราควรเลือกฝักบัวจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ สินค้ามีคุณภาพ เพื่อตัดปัญหาน้ำไหลไม่แรงในระยะยาว โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึง มีดังนี้

    • วัสดุ : การจะเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ อย่างแรกเลยคือต้องดูวัสดุที่จะไม่ทำให้เกิดสนิม อย่างเช่น สเเตนเลส หรือถ้าจะเลือกใช้วัสดุจากโลหะก็ควรดูด้วยว่ามีการเคลือบสารกันสนิมมาให้ด้วยหรือเปล่า นอกจากนี้ หากใครที่ชอบอาบน้ำอุ่นมาก ๆ การเลือกหัวฝักบัว และสายฝักบัวที่ทนต่อสนิมและความร้อน ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง
    • ขนาดและน้ำหนัก : หากจะใช้ฝักบัวที่มีแรงดันน้ำสูง ควรคำนึงถึงขนาดและน้ำหนักของตัวฝักบัวด้วย เพราะจะมีผลต่อทิศทางฝักบัวเมื่อเปิดน้ำ หากเลือกฝักบัวที่มีขนาดเล็กหรือเบาเกินไป น้ำแรงดันสูงที่ถูกปล่อยออกมาอาจทำให้ทิศทางของหัวฝักบัวส่ายไปมาได้ เป็นต้น
    • ความสะดวกสบาย : ข้อนี้อาจจะต้องแล้วแต่คนชอบ ควรดูว่าฝักบัวนั้น ๆ จับได้ถนัดมือดีหรือไม่ นอกจากนี้การเลือกฝักบัว ที่หัวฝักบัวสามารถหมุนได้รอบทิศทาง จะช่วยให้การอาบน้ำเป็นไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น หรือใครที่ชอบฝักบัวแบบติดตั้งอยู่กับที่ อย่าง Rain Shower ก็มีให้เลือกซื้อด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ความยาวของสายฝักบัวก็ควรมีความยาวที่พอดี ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป
    • ความสวยงาม : สมัยนี้จะคำนึงถึงเรื่องฟังก์ชันที่ตอบโจทย์อย่างเดียวคงไม่พอ อาจจะต้องดูเรื่องของดีไซน์ให้เหมาะกับห้องน้ำของเราด้วย อีกทั้งอาจจะต้องดูเรื่องของความเงางาม ฝักบัวที่มีวัสดุเคลือบด้วยโครเมียมซึ่งช่วยรักษาความเงางามนับว่าตอบโจทย์ได้ดี 

ปัญหาฝักบัวน้ำไม่แรงมักเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ห้องแถว หรือทาวน์โฮมซึ่งต้องใช้ระบบน้ำร่วมกับผู้อื่น ในเบื้องต้นเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากตรวจดูประสิทธิภาพของฝักบัว ไปจนถึงการตรวจดูระบบปั๊มน้ำ ซึ่งยังดีที่เดี๋ยวนี้มีฝักบัวเพิ่มแรงดันน้ำที่ช่วยให้ปัญหาน้ำไม่แรงหมดไปได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะเพียงแค่เปลี่ยนฝักบัวใหม่ เราก็ได้ใช้น้ำที่มีแรงดันน้ำสูงและสม่ำเสมอมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยประหยัดน้ำอีกด้วย

เลือกกรรไกรตัดกิ่งอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกกรรไกรตัดกิ่งอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

หากพูดถึงอาวุธข้างกายของคนชอบทำสวนแล้ว หนึ่งในนั้นจะต้องมี “กรรไกรตัดกิ่ง” อยู่ในลิสต์ด้วยอย่างแน่นอน ยิ่งใครที่ปลูกต้นไม้ซึ่งต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เป็นประจำ อย่างเช่น ต้นกุหลาบ หรือไม้พุ่ม ด้วยแล้ว ยิ่งถือว่าเป็นอาวุธที่ขาดไม่ได้ แต่ใช่ว่าแค่คิดจะใช้แล้วจะไปซื้อกรรไกรตัดกิ่งแบบไหนมาก็ได้นะ เพราะเราต้องศึกษาประเภทและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับต้นไม้ในสวนของเราด้วย

กรรไกรตัดกิ่งแบบไหนที่ใช่ ?

กรรไกรตัดกิ่งที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดมีมากมายหลายรูปแบบ มือใหม่หัดทำสวนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกซื้อกรรไกรตัดกิ่งแบบไหนดี วันนี้เราจึงมีข้อแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการจะซื้อกรรไกรตัดกิ่งติดบ้านเอาไว้ ดังนี้

  1. สำรวจต้นไม้ภายในสวน ต้นไม้ของเรามีลักษณะอย่างไร มีต้นไม้ใหญ่เยอะ ชอบปลูกไม้พุ่ม หรือเน้นปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่างต้นกุหลาบ เมื่อรู้แล้วก็ควรเลือกกรรไกรที่เหมาะสมกับต้นไม้ของเราเป็นสำคัญ เช่น กรรไกรตัดกิ่งทรงตรง ทรงปากโค้ง หรือเลื่อยตัดกิ่งสำหรับต้นไม้ใหญ่ เป็นต้น หรือใครที่มีสวนทุกลักษณะที่กล่าวมานี้ ก็ไม่ต้องมัวปวดหัวว่าจะเลือกอย่างไรดี เราสามารถซื้อกรรไกรตัดกิ่งเอาไว้หลายประเภทเพื่อให้สามารถหยิบใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. วัสดุที่มีคุณภาพ กรรไกรตัดกิ่งเป็นเครื่องมือทำสวนที่ซื้อเพียงครั้งเดียวแต่สามารถอยู่กับเราได้นาน เพราะฉะนั้นจะซื้อทั้งทีก็ต้องเลือกยี่ห้อที่ใช้วัสดุคุณภาพดี แข็งแรง ใช้งานได้นาน เช่น ใบมีดควรทำจากเหล็กกล้า มีสารเคลือบป้องกันสนิมทนต่อทุกสถานการณ์ มีฟังก์ชันสำหรับล็อกกิ่งไม้ขณะตัดแต่ง นอกจากในส่วนของใบมีดแล้ว บริเวณด้ามจับควรทำจากวัสดุที่แข็งแรง ยางที่หุ้มต้องกันลื่นได้ดี ทนความร้อน การมีสปริงระหว่างด้ามจับยังช่วยทุ่นแรงได้อีกด้วย
  3. ความปลอดภัย สิ่งที่สำคัญไม่ต่างจากประสิทธิภาพในการตัดกิ่ง นั่นคือความปลอดภัย กรรไกรตัดกิ่งที่ดีควรออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของผู้ใช้งาน จับแล้วไม่ควรจะลื่น เพราะจะก่อให้เกิดอันตรายขณะใช้งานได้ นอกจากนั้นใบมีดควรมีตัวล็อกให้เรียบร้อย ซึ่งจะทำให้สะดวกและปลอดภัยขณะเก็บรักษา

เมื่อคำนึงถึงคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ต่อมาก็ต้องศึกษากรรไกรตัดกิ่งแต่ละประเภท โดยเราสามารถแยกได้จากใบมีดของกรรไกรซึ่งจะเหมาะกับลักษณะของต้นไม้ที่แตกต่างกันไป หลัก ๆ แล้วสามารถจำแนกได้ดังนี้








กรรไกรตัดกิ่งปากตรง

ลักษณะของใบมีดจะมีปลายแหลม ทรงตรง กรรไกรตัดกิ่งทรงนี้เหมาะกับใช้ตัดกิ่งของไม้ดอก หรือไม้พุ่มที่มีกิ่งขึ้นหนาแน่น เพราะลักษณะของใบมีดที่เล็กและเรียวสามารถใช้สอดแทรกไปตามกิ่งเล็ก ๆ ได้ดีโดยไม่ทำความเสียหายให้กิ่งรอบข้าง กรรไกรลักษณะนี้เหมาะกับ ช่อองุ่น ช่อดอกทุเรียน ช่อลำไย เป็นต้น

Learn more











กรรไกรตัดกิ่งปากโค้ง

กรรไกรตัดกิ่งชนิดนี้นับว่านิยมใช้กันมาก เพราะด้วยตัวใบมีดโค้งและหนา ทำให้ใช้ตัดแต่งกิ่งไม้ได้หลายประเภท ตั้งแต่ไม้เนื้ออ่อนไปจนถึงไม้เนื้อแข็งขนาดเล็ก มักใช้ตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม หรือกิ่งชำ เช่น ต้นกุหลาบ ต้นมะเขือเทศ เป็นต้น

Learn more











กรรไกรตัดแต่งพุ่มไม้

กรรไกรแบบนี้จะมีลักษณะใหญ่กว่าแบบแรก ลักษณะใบมีดยาวตรง เหมาะกับการตัดพุ่มไม้หรือสนามหญ้าที่เน้นใช้ความรวดเร็ว ต้องการตัดแต่งกิ่งหรือพุ่มคราวละมาก ๆ เพื่อความเป็นระเบียบสวยงามในสวน











กรรไกรตัดกิ่งไม้ใหญ่

กรรไกรสำหรับตัดกิ่งไม้ใหญ่นี้ ลักษณะใบมีดจะเหมือนกับกรรไกรตัดกิ่งปากนกแก้ว คือมีความหนาและโค้ง ซึ่งจะให้ความแม่นยำในการตัดแต่งกิ่งต่าง ๆ แต่ด้ามจับจะยาวเพื่อให้เหมาะกับการตัดกิ่งไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปได้

Learn more











เลื่อยตัดกิ่ง

เลื่อยตัดกิ่งก็นับเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับต้นไม้ใหญ่ในกรณีที่กรรไกรตัดกิ่งไม้ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ โดยใบเลื่อยจะมีฟันที่แหลมคมเพื่อช่วยทุ่นแรงขณะเลื่อย

Learn more




การดูแลรักษากรรไกรตัดกิ่ง

แน่นอนว่าเมื่อมีกรรไกรตัดกิ่งในครอบครองไว้ใช้งานที่เหมาะสมกับสวนของเราแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการดูแลรักษากรรไกรตัดกิ่งให้ใช้งานได้นาน ๆ

  1. ล้างทำความสะอาด : ทุกครั้งที่เรานำกรรไกรตัดกิ่งไปใช้งาน มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะติดยางไม้ของกิ่งที่ตัดมาด้วย หรือกรณีที่นำไปใช้ตัดกิ่งไม้ที่เป็นโรค ใบมีดของเราก็ย่อมต้องติดเชื้อโรคนั้นมาด้วย ถ้าหากเราไม่ล้างทำความสะอาดใบมีดให้เรียบร้อยหลังการใช้งาน ยางไม้อาจทำให้ใบมีดเสื่อมสภาพไว หรือเชื้อโรคจากกิ่งไม้อาจจะนำไปติดกับต้นไม้อื่น ๆ เมื่อนำไปใช้ในครั้งต่อไป เมื่อใช้งานเสร็จแล้ว เราควรเช็ดใบมีดให้แห้งสะอาด จากนั้นเช็ดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์
  2. ทาน้ำมัน : ถึงแม้กรรไกรตัดกิ่งที่มีคุณภาพจะมีการลงสารเคลือบกันสนิมมาให้แล้ว แต่การทาน้ำมันบนใบมีดหลังใช้งานเสร็จทุกครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะเป็นการยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเป็นการหล่อลื่นวัสดุข้อต่อต่าง ๆ ให้ใช้งานได้อย่างไม่ติดขัดไปนาน ๆ 
  3. จัดเก็บให้เรียบร้อย : เมื่อทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว สุดท้ายก็ต้องหาสถานที่จัดเก็บให้เป็นที่เป็นทาง อาจจะเป็นห้องสำหรับแขวนเก็บโดยเฉพาะ หรือบรรจุใส่กล่องก็ได้ แต่ก่อนหน้านั้น อย่าลืมว่าเราควรล็อกใบมีดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยในการหยิบใช้งานครั้งต่อไปด้วย

กรรไกรตัดกิ่งแบรนด์ไหนดี

กรรไกรตัดกิ่งที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด มีมากมายหลายแบรนด์และหลายราคาให้เลือกซื้อ แต่ถ้าหากจะให้ต้องเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพจริง ๆ แนะนำให้เลือกกรรไกรตัดกิ่งที่มาจากประเทศญี่ปุ่น 

ซามูไรกับดาบอันแหลมคมที่เอาไว้ต่อสู้กับฝั่งตรงข้ามเป็นของคู่กัน ดังนั้นประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในการผลิตดาบ แม้ว่าปัจจุบันความสำคัญของดาบจะลดน้อยลงไป แต่สิ่งที่สืบทอดองค์ความรู้เดียวกันต่อมาก็คือการผลิตมีดและกรรไกร ที่ญี่ปุ่นเขาจริงจังเรื่องนี้มาก เพราะอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน พ่อครัวจะต้องใช้มีดคม ๆ เพื่อแล่ปลาดิบ ซึ่งรสชาติจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความคมของใบมีดด้วยเหมือนกัน ส่วนกรรไกรนั้น ญี่ปุ่นถึงกับมี “ช่างทำกรรไกร” แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ว่ากันว่าคมมาก ๆ และด้วยคุณภาพที่เป็นที่เลื่องลือขนาดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรเลือกกรรไกรตัดกิ่งไม้ของญี่ปุ่นด้วย

“Saboten” คือแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านกรรไกรตัดกิ่งไม้ซึ่งผลิตและนำเข้าจากญี่ปุ่น จึงรับประกันคุณภาพที่ดีเยี่ยมในราคาที่คุ้มค่า เหตุผลที่ทำไมเราถึงควรเลือกกรรไกรตัดกิ่งจากแบรนด์นี้ก็คือ


ใช้งานได้สะดวก

ด้ามจับของกรรไกรตัดกิ่งจาก Saboten ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของมือ และยังมีน้ำหนักเบา อย่าง รุ่น No.1371 ด้ามจับมาพร้อมกับสปริงซึ่งช่วยผ่อนแรงได้ดีขณะตัด จึงลดอาการเมื่อยล้า มาพร้อมกับตัวล็อกใบมีดซึ่งช่วยให้จัดเก็บได้สะดวก


กรรไกรตัดกิ่งแบรนด์ไหนดี


ปลอดภัย

กรรไกรตัดกิ่งไม้ของ Saboten ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่ละรุ่นมาพร้อมกับตัวล็อกใบมีด ทำให้สะดวกและปลอดภัยต่อการพกพา อีกทั้งด้ามจับจะหุ้มด้วยยางซึ่งช่วยกันลื่นและทนความร้อน ป้องกันอุบัติเหตุระหว่างการใช้งานได้


ใบมีดคม

กรรไกรตัดกิ่งที่ใบมีดไม่คมมากพออาจไปทำลายกิ่งไม้ส่วนอื่นเอาได้ แต่สำหรับ Saboten แล้ว นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะแต่ละรุ่นออกแบบใบมีดให้ตัดได้ง่าย กรรไกรอย่างรุ่น No.1371 นอกจากจะใช้งานง่ายแล้วยังช่วยถนอมก้านดอกหรือขั้วของผลต่าง ๆ ไม่ให้เน่าเสียอีกด้วย


มีหลากหลายประเภทให้เลือก

Saboten เป็นแบรนด์ที่รวบรวมกรรไกรตัดกิ่งหลากหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกันและครอบคลุมทุกการใช้งาน เช่น กรรไกรตัดกิ่งปากโค้งสำหรับตัดแนวตรงรุ่น No.1255 กรรไกรสำหรับตัดกิ่งไม้ขนาดเล็กรุ่น No.1371 หรือเลื่อยสำหรับตัดกิ่งไม้ใหญ่ รุ่น No.2370 ก็มีเช่นกัน


รูปทรงสวยงามทันสมัย

นอกจากการใช้งานจะดีแล้ว Saboten ยังคำนึงถึงการออกแบบที่ดูน่าหยิบใช้ อย่างรุ่น No.1282 มาในสีสันน่ารักเหมาะกับสาว ๆ แต่ฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งความแข็งแรง ตัวล็อกใบมีด หรือน้ำหนักที่เบานั้นก็ยังคงตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม

05_Saboen-1282



กรรไกรตัดกิ่งไม้นับเป็นอุปกรณ์คู่ใจสำหรับคนรักการทำสวน เพราะมีความสำคัญในการตัดแต่งกิ่งของต้นไม้ให้สวยงาม ดูเป็นระเบียบ อีกทั้งการหมั่นแต่งกิ่งบ่อย ๆ ยังช่วยให้ต้นไม้ออกดอกหรือผลได้สวยงามยิ่งขึ้น แต่การดูแลต้นไม้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องคำนึงถึงวัสดุของกรรไกรตัดกิ่งที่ใช้ด้วย อย่างแบรนด์ Saboten ซึ่งจำหน่ายกรรไกรจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะนี้รับประกันเรื่องความแข็งแรงทนทาน ความปลอดภัย และความสวยงาม จึงตอบทุกโจทย์ของสวนสวย

คลอรีน!! ต้นตอของผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

คลอรีน ต้นตอของผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก ทั้งในการอุปโภค โดยใช้ในการชำระล้างสิ่งสกปรก ทั้งร่างกายและทุกพื้นผิวสัมผัส หรือในการบริโภค ทั้งดื่มกิน และนำไปประกอบอาหาร รวมถึงการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งหากแหล่งที่มาของน้ำที่นำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคในแต่ละวันนั้นมาจากระบบน้ำประปาในเมือง หรือท่อส่งน้ำประปาตามแต่ละพื้นที่แล้ว แสดงว่าน้ำที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันนั้น ล้วนผ่านระบบการบำบัดน้ำมาแล้ว

โดยทั่วไป ในการบำบัดน้ำ มักจะบำบัดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “คลอรีน (Chlorine)” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเชื้อ (sanitizer) และเป็นองค์ประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมและพบได้ในผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อหรือล้างทำความสะอาด จากรายงานของกรมอนามัยนิวยอร์ก ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คลอรีน เป็น 1 ใน 10 ของสารเคมีที่ผลิตมากที่สุดในอเมริกา เพื่อถูกนำไปใช้ในการบำบัดน้ำเป็นสำคัญ ทั้งการบำบัดน้ำประปา การใส่เพื่อฆ่าเชื้อในสระว่ายน้ำ ที่ทุกคนมักจะได้กลิ่นคลอรีนอย่างชัดเจนทันทีที่ลงสระ หรือแม้แต่จากน้ำที่เราอาบอยู่ทุกวัน

ดังนั้น หากคุณไม่ได้ลงไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำเร็ว ๆ นี้ คุณอาจคิดว่าคลอรีนไม่ได้มีผลอะไรกับผิวพรรณของคุณนัก แต่แท้ที่จริง แล้วเราทุกคนต้องสัมผัส หรือแม้กระทั่งอาบน้ำที่มีคลอรีนเจือปนอยู่ทุกวันอย่างไม่ได้คาดคิด แล้วคลอรีนส่งผลดีหรือผลร้ายต่อผิวของพวกเราอย่างไรกันนะ ?

คลอรีน กับอันตรายที่เราอาจไม่รู้ตัว!!

ประโยชน์ของคลอรีน คลอรีนได้ถูกนำไปใช้ในการบำบัดน้ำและการฆ่าเชื้อเพื่อให้น้ำมีความสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ปฏิกิริยาของคลอรีนเมื่อสัมผัสกับแบคทีเรีย จะสลายตัวผ่านกระบวนออกซิเดชัน และจะสร้างกรดอ่อน ๆ ที่เรียกว่ากรดไฮโปคลอรัส  ซึ่งกรดไฮโปคลอรัสสามารถเจาะผนังเซลล์ของแบคทีเรียและกำจัดแบคทีเรียออกไปได้ ดังนั้น คลอรีนจึงเป็นสารเคมีฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อโรคต่าง ๆ ในระบบน้ำประปาส่วนใหญ่จึงได้ใช้คลอรีนในการบำบัดน้ำให้สะอาด ถูกสุขอนามัย และพร้อมสำหรับการอุปโภคและบริโภคของผู้คน แต่เมื่อน้ำประปาถูกนำมาใช้ในพื้นที่ครัวเรือน  ก็อาจจะยังมีคลอรีนที่ยังเจือปนอยู่ในน้ำ ตกค้างและหลงเหลืออยู่ในน้ำประปา ที่เราใช้ดื่ม, ประกอบอาหาร หรือใช้อาบ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย และสุขภาพได้มากกว่าที่เราคิด

คลอรีน กับอันตรายที่เราอาจไม่รู้ตัว

คลอรีน เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสารเคมีแล้ว ย่อมมีผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลร้ายต่อผิวพรรณ ที่หลายครั้งเราอาจมองข้ามมันไป แม้ว่าการอาบน้ำทุกวันหรือการแช่ตัวในสระเป็นครั้งคราว อาจไม่ส่งผลต่อผิวมากนัก แต่ถ้าเราลองสังเกตดี ๆ อาจพบว่า หลังจากว่ายน้ำ เรามักจะสัมผัสได้ถึงผิวที่แห้งกร้านขึ้นและเป็นขุย ซึ่งเจ้าคลอรีนตัวร้ายนี่แหละอาจเป็นตัวการหลักที่ทำร้ายผิวพรรณของเรา ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย คลอรีนอาจส่งผลร้ายต่อผิวหนังมากขึ้น จนเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาผิว เช่น ผื่นแพ้ ผื่นคัน ผิวแห้ง และปัญหาสิวตามมา โดยที่คนทั่วไปอาจไม่คิดว่าน้ำประปาที่มีคลอรีนตกค้าง จะเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ 

  • สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแห้ง : คลอรีนสามารถทำลายโปรตีนบนผิวหนัง โดยในระยะสั้นอาจทำให้ผิวแห้งและคัน ยิ่งอาบน้ำที่มีคลอรีนเจือปนบ่อยมากเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นเท่านั้น
  • ปัญหาสิว : คลอรีนจะทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันหรือน้ำมันมากเกินไป ซึ่งอาจอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้  
  • ปัญหาริ้วรอยก่อนวัย : คลอรีนยังสามารถทำลายผิวและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ แม้มีปริมาณเพียงเล็กน้อย  ในขณะที่อาบน้ำ ความร้อนจะเปิดรูขุมขนและทำให้คลอรีนซึมเข้าสู่ชั้นผิว  คลอรีนสามารถทำลายชั้นน้ำมันที่เคลือบผิวหนังตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดความแห้งกร้าน ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาริ้วรอยได้
  • ปัญหาภูมิแพ้ : ในกลุ่มคนที่มีอาการแพ้ง่าย การสัมผัสกับน้ำที่มีคลอรีนเจือปนมากเกินไป อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน บวม

ดังนั้น สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และไม่ได้มีการกรองน้ำด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเลย ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคลอรีนเจือปนอยู่ในน้ำที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อขจัดความกังวลเกี่ยวกับคลอรีนที่อาจหลงเหลืออยู่ในน้ำประปา ก่อนที่จะนำมาใช้เราจึงควรทำการกำจัดคลอรีนในน้ำก่อนนำมาใช้อุปโภค และบริโภค

เปลี่ยนน้ำประปาให้สะอาดไร้สารตกค้างได้อย่างไร ?

วิธีที่รู้จักกันแพร่หลาย ในการขจัดสิ่งแปลกปลอมในน้ำ ก็คือการใช้เครื่องกรองน้ำทั้งระบบ RO หรือ UV ซึ่งโดยส่วนมาก มักจะเป็นการกรองน้ำสำหรับก่อนนำไปบริโภค หรือประกอบอาหาร มากกว่าการนำไปอาบชำระล้างร่างกาย เนื่องจากเครื่องกรองน้ำส่วนมากไม่สามารถกรองน้ำได้ทีละมาก ๆ ที่จะเพียงพอต่อการใช้งานแบบอื่น ๆ และยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย

ปากกรองก๊อกน้ำ KUDOS WATER Q นวัตกรรมจากญี่ปุ่น สามารถช่วยกรองสารปนเปื้อนที่ปนเปื้อนมากับน้ำได้ถึง 80% เปลี่ยนน้ำประปาให้สะอาดไร้สารตกค้าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการบริโภคน้ำที่มีความสะอาดจริง ๆ


ปากก็อกกรองน้ำ KUDOS WATER Q

ไส้กรองของ KUDOS Water Q ผลิตจาก Activated Carbon ที่ผ่านกระบวนการทดสอบแล้วว่าสามารถกรองสารคลอรีนตกค้างได้มากถึง 5 ชนิด

More Info


เหตุผลที่ควรเลือกใช้ ฝักบัวกรองคลอรีน

สำหรับการขจัดคลอรีนจากน้ำประปาเพื่อใช้ในการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย การเลือกใช้ฝักบัวเพื่อช่วยกรองคลอรีนก็เป็นตัวเลือกที่ทั้งสะดวก และราคาไม่สูง  ตัวกรองในฝักบัวอาบน้ำจะช่วยปกป้องผิวและเส้นผมของคุณจากความแห้งกร้านและการระคายเคืองโดยการกำจัดคลอรีนออกจากน้ำ

วิธีการเลือกฝักบัวกรองคลอรีนอย่างไรให้ดีที่สุด ? การเลือกซื้อฝักบัวกรองคลอรีน ความสามารถในการกรองคลอรีนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา  นอกจากนี้ ความนุ่มนวลของสายน้ำ, อัตราการไหลของน้ำ, แรงดันน้ำ หรือแม้แต่อายุการใช้งาน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน


KUDOS PUREBLISS

นวัตกรรมฟิลเตอร์กรองคลอรีนที่มีแคลเซียมซัลไฟต์  (Calcium Sulfite / CaSO3) ช่วยดูดซึมคลอรีนอิสระคงเหลือ

More Info


KUDOS Purebliss Shower นวัตกรรมฝักบัวกรองคลอรีนที่ได้รับมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยวัสดุตัวกรอง (Filter) ที่ผลิตมาจากแคลเซียมซัลไฟต์ เป็นตัวช่วยสำคัญในการกรองคลอรีนได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถใช้กรองได้กับทั้งน้ำอุณหภูมิสูง อุณหภูมิปกติ โดยไม่ลดประสิทธิภาพของสารกรอง

ประกอบกับสายน้ำจากฝักบัวที่ได้ถูกออกแบบมาให้ไหลแรงแต่ยังคงได้รับสัมผัสที่นุ่มละมุนผิว ทำให้เมื่อใช้อาบน้ำและสระผม เส้นผมจะไม่แห้งกระด้าง และผิวพรรณมีความชุ่มชื้น มีผิวสุขภาพดีได้อีกครั้ง เหมาะมากสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือแม้กระทั่งเด็กและคนสูงอายุที่มีผิวบอบบางก็ยิ่งใช้ดีและอ่อนโยนต่อผิว ฝักบัว KUDOS Purebliss ยังช่วยประหยัดน้ำได้มากขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับฝักบัวทั่วไป ทำให้นอกจากจะช่วยกรองคลอรีน และสารตกค้างในน้ำประปาออกไปได้แล้ว ยังช่วยให้ประหยัดค่าน้ำอีกด้วย

ฝักบัวกรองคลอรีน สามารถช่วยขจัดคลอรีนที่ทำร้ายผิว และเส้นผมของคุณ ทำให้เส้นผมไม่แห้งกระด้าง ช่วยให้สีผมติดทนนานสำหรับผู้ที่รักการทำสีผม และทำให้สภาพผิวที่แห้งกร้าน กลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้ง ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า เมื่อคุณเปิดน้ำผ่านฝักบัว คุณจะสามารถผ่อนคลายไปกับน้ำที่สะอาดและอ่อนโยนต่อผิวของคุณได้อย่างแท้จริง.

มลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

มลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

หนึ่งในภัยร้ายในการใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ที่จะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นเลยก็คือปัญหา “มลพิษทางอากาศ” ที่นับวันยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองอย่างกรุงเทพมหานครที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งยังมีปัญหารถติด การก่อสร้างที่มีอยู่แทบจะทุกพื้นที่ ทำให้อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นควันและมลพิษ ซ้ำร้ายยิ่งมีปัญหาโลกร้อนจากทั่วโลกที่ไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลงทำให้เกิดภัยทางสภาพอากาศรูปแบบใหม่ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ นั่นคือ ฝุ่น PM 2.5 ดังนั้นเราจึงควรหาตัวช่วยมาเฝ้าระวังให้ได้รับผลกระทบจากภัยเหล่านี้ให้น้อยที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ปัญหามลพิษทางอากาศคืออะไร ?

ปกติแล้วในชั้นบรรยากาศของเราจะประกอบไปด้วยก๊าซและสารต่าง ๆ เช่น ก๊าซออกซิเจน หรือไนโตรเจน ฝุ่นละออง ไอน้ำ ซึ่งสารเหล่านี้จะมีอยู่ในปริมาณคงที่และพอเหมาะ แต่เมื่อมีพฤติกรรมของมนุษย์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การขับขี่ยานพาหนะ การก่อสร้าง การทำโรงงานอุตสาหกรรม ที่มักจะปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศตลอดเวลา เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือสาร CFCs เป็นต้น ทำให้สารข้างต้นในชั้นบรรยากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง นำมาสู่ปัญหาภาวะโลกร้อน และอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ 

ที่ผ่านมาเราอาจไม่ได้ตระหนักถึงภัยจากมลพิษเท่าที่ควร เนื่องจากปกติเราก็ไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า หรือรับรู้กันสักเท่าไรนักว่าก๊าซไนโตรเจนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเท่าไหน อีกทั้งยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน เมื่อมีการกล่าวถึง PM 2.5 เพิ่มขึ้นและผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย เช่น คอแห้ง เจ็บคอ หรือแสบตา เราจึงเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้นว่า ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งนับเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่ส่งผลอันตรายกว่าที่เราคิด

ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

หากจะดูค่ามลพิษในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบเข้าใจง่าย ๆ ทางกรมควบคุมมลพิษจะมีการรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (Air quality Index) ของประเทศไทย โดยแบ่งดัชนีมลพิษที่นับว่าเป็นภัยต่อสุขภาพเอาไว้ 6 ชนิด ได้แก่

  • ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ PM 2.5 สามารถทะลุเข้าไปถึงชั้นถุงลมในปอดได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้เป็นโรคปอดเสื่อม หลอดลมอักเสบ หรือหอบหืด
  • ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน หรือ PM 10 จะเข้าไปสะสมในทางเดินหายใจ ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
  • ก๊าซโอโซน (O3) ทำให้เกิดการระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่าย
  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จะทำให้หัวใจทำงานหนัก ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย
  • ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ กระทบต่อการมองเห็น
  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิวหนัง เยื่อบุตา และทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากมิลพิษทางอากาศ






Ref : www.iqair.com


กรมควบคุมมลพิษจะแบ่งระดับคุณภาพอากาศเอาไว้สำหรับแจ้งข้อมูลให้กับประชาชน ระดับดัชนี 0-50 คืออากาศดี แต่เมื่อไรที่ค่าพุ่งขึ้นไปมากกว่า 151 นั่นหมายความว่าอากาศที่เราอยู่นั่นกำลังย่ำแย่ และควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งผลกระทบต่อร่างกายที่มักเกิดขึ้นเมื่อค่ามลพิษทางอากาศเกินกว่ามาตรฐานก็คือ ในระยะสั้นเราจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หากแต่ระยะยาว เมื่อมีการสูดดมมลพิษ หรือรับฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปถึงภายในร่างกาย อาจทำให้เกิดโรคในหลอดเลือดสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด หรือแม้แต่เด็กที่เกิดใหม่ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากแม่ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ต้องคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม ค่า AQI มักจะเน้นตรวจจับมลพิษจากสถานีวัดคุณภาพอากาศซึ่งติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ดังนั้นการแจ้งเตือนจึงเน้นไปที่การงดหรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมภายนอกบ้าน ซึ่งนับว่าช่วยลดความเสี่ยงให้เราได้ระดับนึง แต่อย่าลืมนะคะว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสารมลพิษอื่น ๆ ที่เรามองไม่เห็นสามารถแทรกซึมอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ไม่เว้นแม้แต่ภายในอาคาร ซ้ำยังมีสารพิษอื่น ๆ ที่แฝงอยู่กับเครื่องใช้ในบ้านเราแบบไม่รู้ตัว อย่างเช่น สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs

มลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

มลพิษในอาคาร กับสาร VOCs ที่ไม่ควรมองข้าม

แน่นอนว่าการอยู่ในอาคารย่อมปลอดภัยจากมลพิษมากกว่าอยู่นอกบ้านอยู่แล้ว แต่ก็อย่าลืมว่า พวกฝุ่นละอองที่มีอณูเล็ก ๆ ก็ยังสามารถแทรกซึมเข้ามาอยู่กับเราได้ทุกที่ หลายคนจึงอาจแก้ปัญหานี้ด้วยการซื้อเครื่องฟอกอากาศมาติดตั้งไว้ภายในบ้าน แต่หารู้ไม่ว่ามลพิษที่เราจะต้องเจอภายในอาคาร ไม่ได้มีแค่ฝุ่นละอองเท่านั้น และเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ก็มีแค่คุณสมบัติลดฝุ่นละอองเฉย ๆ เสียด้วย

สีทาบ้าน หมึกพิมพ์ เทียนหอม น้ำยาทำความสะอาด แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมายที่มีกลิ่นแรงและเราต้องใช้ภายในบ้านล้วนอุดมไปด้วยสารเคมี หนึ่งในนั้นก็คือ สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs

VOCs คือสารประกอบเคมีในรูปของสารระเหยที่มาจากของแข็งหรือของเหลว พบมากตามการเผาไม้เชื้อเพลิงจากยานพาหนะหรือโรงงานอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับสารมลพิษอื่น ๆ แต่ที่น่ากลัวคือมันยังมีอยู่ตามวัสดุอุปกรณ์ที่เราใช้กันในที่อยู่อาศัยด้วยอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นซึ่งจะมาในรูปของกลิ่นที่ฉุนจนเราแสบจมูก เคืองตา หรือหากใครไปสัมผัสเข้าก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ 

ในเมื่อมลพิษทางอากาศที่เรามองไม่เห็นมีอยู่ทุกที่ แต่มีหน่วยงานที่วัดและประเมินค่าต่าง ๆ ได้แค่ภายนอกเท่านั้น แล้วแบบนี้ ภายในอาคารที่เราใช้ชีวิตอยู่มากที่สุดอย่างบ้านหรือออฟฟิศล่ะ จะรู้ได้ยังไงว่ามีมลพิษอยู่ในระดับอันตรายมากน้อยแค่ไหน

02_uHoo-Advance-Air-Sensor

KUDOS uHoo ตัวช่วยวัดคุณภาพอากาศภายในบ้าน

ถ้ามีปัญหาแบบนี้ แค่เครื่องฟอกอากาศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะลำพังแล้วเครื่องฟอกอากาศจะตรวจจับได้เฉพาะค่าฝุ่นละอองเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำให้หาตัวช่วยเสริมสำหรับวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารแบบครอบคลุมโดยด่วน 

“KUDOS uHoo Advance Air Sensor” เป็น gadget สุดล้ำสำหรับวัดคุณภาพอากาศที่วัดได้ทั้งฝุ่นละออง ก๊าซมลพิษ และสารอินทรีย์ระเหยในอากาศที่เรามองไม่เห็นได้แบบ Real-time และครบถ้วน มาในรูปแบบเครื่องทรงกระบอกสีขาวไซส์กะทัดรัด สามารถนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ของบ้านหรือออฟฟิศได้แบบสะดวกสบาย ไม่ว่าจะห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน

สำหรับเจ้า uHoo ตัวนี้ สามารถวัดค่าต่าง ๆ ในอากาศได้มากถึง 9 ค่าด้วยกัน ได้แก่

    • อุณหภูมิ
    • ความชื้น
    • ฝุ่น PM2.5
    • ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
    • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
    • สารอินทรีย์ระเหย (VOC)
    • โอโซน 
    • ความดันอากาศ

และหากสารเหล่านี้มีปริมาณมากจนอากาศไม่บริสุทธิ์ขึ้นมา เครื่องก็จะส่งสัญญาณเตือนด้วยระบบ Notification แบบ real-time รวมถึงยังมีเทคโนโลยี Virus Index ที่จะช่วยตรวจดูว่า อากาศที่เรากำลังหายใจเข้าไปอยู่นั้นเอื้อต่อการเกิดไวรัสด้วยหรือเปล่า ซึ่งฟังก์ชันนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของไวรัสได้ และนอกจากจะช่วยวัดเรื่องมลพิษในอากาศแล้ว uHoo ยังสามารถให้คำแนะนำเราเกี่ยวกับสุขภาพและสาเหตุที่อาจทำให้เกิดมลพิษ จากฝีมือมนุษย์ และเรายังแชร์ข้อมูลเหล่านี้ต่อไปให้คนที่เรารักได้ด้วย 

ความฉลาดยังไม่หมดเท่านั้นเพราะ uHoo ยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ สมาร์ทโฮม อื่น ๆ ได้ ทั้ง Google Assistant และ Amazon Alexa หรือใครที่ใช้ smart device อยู่แล้วยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ เพราะเจ้าเครื่องนี้ยังสามารถสั่งงานเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่มีระบบ IFTTT ให้ทำงานอัตโนมัติเพื่อที่เราจะได้อยู่ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ในอาคารได้ตลอดเวลา

ปัญหามลพิษในอากาศคือปัญหาหนักอกที่กระทบต่อการใช้ชีวิตในประจำวันของเรา และแน่นอนว่าหากเราอยู่ในสภาพอากาศไม่บริสุทธิ์ที่มีแต่ก๊าซพิษและฝุ่นควัน โรคร้ายต่าง ๆ ก็จะเริ่มถามหาไม่ในระยะสั้นก็ระยะยาว การประเมินคุณภาพอากาศในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วมีแต่ภายนอกอาคาร ทั้งที่ภายในอาคารบ้านเรือนหรือออฟฟิศซึ่งมีระบบปิดสามารถสะสมมลพิษและเชื้อโรคได้มากกว่าถึง 10 เท่าเลยทีเดียว เพราะเหตุนี้เราจึงควรมีอุปกรณ์ตัวช่วยวัดค่ามลพิษทางอากาศในตัวอาคาร อย่างเช่น เจ้า KUDOS uHoo ติดบ้านเอาไว้ด้วย รับรองเลยว่าทั้งคุณและคนที่คุณรักจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างมั่นใจมากกว่าที่เคย.

เปิดไอเดียตกแต่งบ้านด้วย สวนหินญี่ปุ่น เรียบง่ายในแบบสไตล์ ZEN

เปิดไอเดียตกแต่งบ้านด้วย สวนหินญี่ปุ่น เรียบง่ายในแบบสไตล์ ZEN

หากพูดถึงสวนสไตล์ญี่ปุ่น หลายคนอาจจะนึกภาพออกในทันทีว่าสวนสไตล์นี้มีองค์ประกอบเด่น ๆ อะไรบ้าง หนึ่งในภาพจำที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะชื่นชอบกันก็คือ “สวนหินญี่ปุ่น” ที่สื่อถึงความเรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติในสไตล์ ZEN (เซน) หากอยากยกสวนหินอย่างเซนมาไว้ที่บ้าน ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับสวนรูปแบบนี้ให้ดีกันเสียก่อน

“สวนหินญี่ปุ่น” หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คาเรซันซุย (枯山水 : Karesansui) นับเป็นสวนแบบดั้งเดิมที่เก่าแก่ประเภทหนึ่งของญี่ปุ่น มีบันทึกเอาไว้ตามหลักฐานลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) อยู่ในตำราการจัดสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่สุดชื่อว่า “ซากูเตกิ (作庭記 : Sakuteiki)” ใช้หิน กรวด หรือทรายเป็นส่วนประกอบมาทำให้เกิดภูมิทัศน์เหมือนสายน้ำกำลังไหล เป็นสวนแบบแห้งที่ใช้ต้นไม้เป็นองค์ประกอบน้อยมาก หรือไม่มีเลย รวมถึงไม่มีน้ำ เพราะต้องการจะสื่อถึงแก่นแท้ของความเป็นนามธรรมและความเรียบง่ายของธรรมชาติซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธหินยาน ลัทธิเซน บางครั้งจึงมีการเรียกว่าเป็น “สวนแบบเซน” เหมือนกัน

เซน (ZEN) ถือคติเคารพความงามตามแบบธรรมชาติที่เป็นนามธรรม เน้นความเรียบง่าย ความสงบนิ่ง นำมาสู่หลักการการรับรู้ความงามซึ่งเรียกว่า “วาบิ ซาบิ (Wabi Sabi)” ทุกสิ่งล้วนมีความดีงามสมบูรณ์ในตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่ออยากจะถ่ายทอดวิถีเซนออกมาเป็นสวน หินซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันไป ให้ความรู้สึกเป็นนามธรรมแล้วแต่คนจะจินตนาการจึงเป็นตัวแทนของความงามแบบนี้ได้อย่างดี

และด้วยความที่ต้องการเน้นความสงบ สื่อถึงแก่นแท้ของธรรมชาติ ทำให้สวนหินญี่ปุ่นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปตกแต่งเอาไว้ในสถานที่ที่ต้องการสมาธิ ขณะเดียวกันก็เน้นความผ่อนคลาย อย่างเช่นในออฟฟิศ หรือโฮมออฟฟิศเป็นต้น อีกทั้งเนื่องจากเป็นสวนประเภทที่ไม่จำเป็นต้องมีต้นไม้ ใช้หินเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่ต้องการพื้นที่กว้างขวางมากมาย และยังดูแลง่ายอีกด้วย

องค์ประกอบของการจัดสวนหินญี่ปุ่น

สำหรับใครที่เริ่มสนใจการจัดสวนหินแบบญี่ปุ่น ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจถึงองค์ประกอบการตกแต่งสวนกันก่อนว่ามีอะไร และมีกี่แบบบ้าง โดยองค์ประกอบหลัก ๆ หาไม่ยากและไม่วุ่นวายเลย

องค์ประกอบของการจัดสวนหินญี่ปุ่น

  • กรวด : หากใครเคยเห็นสวนหินของญี่ปุ่นแล้วจะพบว่าเขามีการใช้ก้อนกรวดเล็ก ๆ มาใช้ปูให้ทั่วทั้งพื้นที่แทนพื้นดิน ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้กรวดที่มีสีขาว เทา ดำ ควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 mm. หนา 4 cm. กำลังดี เมื่อปูไปแล้วจะให้ความรู้สึกสงบ สบายตา หรือในภาษาชาววัยรุ่นก็คือมินิมอลนั่นเอง สำหรับพื้นกรวดนี้ นอกจากจะใช้แทนพื้นดินแล้ว ยังใช้แทนพื้นน้ำอีกด้วย เนื่องจากสวนหินญี่ปุ่นจะไม่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ แต่ก็ยังอยากจะสื่อถึงธรรมชาติ ดังนั้นในขั้นตอนตกแต่งจึงจะมีการวาดลายน้ำลงไป
  • หิน : เราจะใช้หินก้อนใหญ่ที่มีรูปร่างแตกต่างกันไปมาวางประดับตามส่วนต่าง ๆ ของสวน เพื่อจำลองเป็นภูมิทัศน์ของธรรมชาติ หินก้อนใหญ่นี้จะแสดงถึงภูเขาน้อยใหญ่ เมื่อนำมาวางอยู่บนพื้นกรวดสีขาวแล้วจะชวนให้รู้สึกถึงความเป็นนามธรรม ดูแล้วสงบนิ่ง ขณะเดียวกันก็แฝงความแข็งแกร่งของธรรมชาติ
  • พืช : ถึงจะบอกว่าเป็นสวนหิน แต่ก็อาจจะมีพืชสีเขียว ๆ แซมอยู่บ้างเพื่อเป็นลูกเล่น และให้ดูสบายตา ส่วนมากจะไม่ใช้ต้นไม้ใหญ่ แต่จะเลือกเป็นพืชต้นเล็ก อย่างพืชคลุมดินพวกมอสส์หรือหญ้ามากกว่า หรือใครอยากเพิ่มลูกเล่นขึ้นมาหน่อย อาจจะปลูกเป็นต้นบอนไซที่มีการดัดกิ่งก้านที่สวยงาม ทั้งนี้หากใครต้องการตกแต่งสวนหินในพื้นที่เล็ก ๆ อาจประดับเพียงแค่กรวดและหินก็ได้เหมือนกัน
  • พื้นกระเบื้อง : กรวดที่เรานำมาปูเป็นพื้นสวนนั้นอาจถูกใครเดินเตะจนกระจัดกระจายได้ ดังนั้นเราควรปูกระเบื้องแบ่งโซนกันให้เห็นชัด ๆ สักหน่อย ทั้งยังเป็นที่กันไม่ให้กรวดด้านในกระจายออกมาพื้นที่รอบนอก สำหรับพื้นกระเบื้องมักเลือกสีโทนเดียวกันกับสีของกรวดและหิน เช่น สีขาว เทา ดำ ทำให้ดูสบายตา ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกโมเดิร์น

ซามง (砂紋 : Samon) - เปิดไอเดียตกแต่งบ้านด้วย สวนหินญี่ปุ่น เรียบง่ายในแบบสไตล์ ZEN

ซามง (砂紋 : Samon) Ref : https://ja.wikipedia.org/wiki/枯山水

  • ลวดลายของผืนน้ำ : อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ากรวดที่นำมาใช้จะเป็นตัวแทนของแม่น้ำ ทะเล หรือมหาสมุทร ลายที่วาดอยู่บนพื้นกรวดจะเรียกว่า “ซามง (砂紋 : Samon)” ซึ่งมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลายวงกระเพื่อมของน้ำ เส้นตรง หรือรอยหยัก แต่ละแบบจะมีความหมายที่แตกต่างกันไป เช่น ลายเซไกฮะ (青海波紋 : Seikaihamon) สื่อถึงคลื่นของมหาสมุทรที่ไม่มีสิ้นสุด ลายอูเนริ (うねり紋 : Unerimon) สื่อถึงลอนคลื่น เป็นต้น
  • เครื่องมือวาดลวดลาย : การวาดลวดลายเราจะใช้เครื่องมือที่เป็นเหมือนคราดซึ่งมีรอยฟันสำหรับสร้างลายนูนต่ำบนกรวดได้ มีให้เลือกหลายขนาดตามแบบที่ต้องการ เครื่องมือนี้มักขายกันตามร้านตกแต่งสวนของญี่ปุ่นเลย แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็สามารถใช้คราด หรือเครื่องมือใกล้ ๆ ตัวที่พอสร้างลวดลายได้ก็ได้เช่นกัน
  • ทางเดินหรือสะพาน : บางคนอาจหาแผ่นหินมาเป็นทางเดินเข้าสู่สวนที่มีดีทั้งความสวยงาม และได้เรื่องของการใช้งานจริง การทำทางเดินเอาไว้จะช่วยให้ง่ายต่อการเดินไปบริเวณต่าง ๆ ของสวน ไม่ต้องเหยียบย่ำบนพื้นกรวดโดยตรง รวมไปถึงการเลือกใช้สะพานไม้แบบญี่ปุ่นเล็ก ๆ มาประดับก็เป็นการเสริมองค์ประกอบของสวนให้สวยได้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะสามารถจำลองว่ามีสะพานข้ามสายน้ำซึ่งเป็นหินอยู่เบื้องล่าง

นอกจากนี้สวนหินญี่ปุ่นยังสามารถแบ่งได้อีกหลายประเภทตามการจัดภูมิทัศน์ของสวน


平庭式


ฮิรานิวะ (平庭式: Hiraniwa) สวนหินที่ประดับตกแต่งบนพื้นเรียบ



準平庭式


จุนฮิรานิวะ (準平庭式 : Junhiraniwa) สวนที่ประดับบนพื้นซึ่งอาจทำลวดลายแบ่งชั้นลดหลั่นกันไป



枯池式


คาเรอิเกะ (枯池式 : Kareike) สวนหินที่ตกแต่งเหมือนเป็นบ่อน้ำ แต่ไม่ใช้น้ำ



枯流れ式


คาเรนากาเระ (枯流れ式 : Karenagare) สวนหินที่วาดลวดลายบนกรวดให้เหมือนกระแสน้ำไหล

นอกเหนือจากประเภทที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังอาจพบเห็นสวนหินรูปแบบอื่น ๆ ได้อีก แล้วแต่การดีไซน์ 

Photo Ref : karesansui.net

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงหากอยากจัดสวนหินญี่ปุ่น

อ่านกันมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะต้องเริ่มคิดกันแล้วว่า หากอยากยกสวนหินญี่ปุ่นมาไว้ที่บ้าน จะต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร จะเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราหรือเปล่า

  • พื้นที่ : หลายคนที่เคยไปญี่ปุ่นอาจจะเคยเห็นว่าปกติแล้วสวนหินญี่ปุ่นมักจัดกันตามลานกว้าง ๆ มีระเบียงสำหรับนั่งชมบรรยากาศ จึงกังวลกันไปว่า หากอยากจัดสวนแบบนี้จะต้องใช้พื้นที่เยอะแน่ ๆ เลย แต่ความจริงแล้ว ไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะไม่ว่าคุณจะมีพื้นที่ขนาดเท่าไหน จะอยู่บ้านหลังใหญ่ หรืออยู่คอนโดที่มีเพียงระเบียงเล็ก ๆ เราก็สามารถจัดสวนหินได้ นั่นเพราะมีองค์ประกอบไม่มาก ใช้วัสดุน้อย เพียงแค่กรวดและหิน เท่านั้นเอง
  • งบประมาณ : ด้วยความที่องค์ประกอบมีน้อย และวัสดุก็หาซื้อได้ง่าย ดังนั้นจึงหมดกังวลเรื่องงบประมาณจะบานปลายไปได้เลย ใครอยากประหยัดก็อาจจะตกแต่งสวนด้วยตนเอง หรือใครอยากเน้นความสวยงามแบบญี่ปุ่นจริง ๆ ก็อาจจะหาผู้เชี่ยวชาญมาออกแบบหรือแนะนำให้ ดังนั้นราคาจึงขึ้นอยู่กับพื้นที่ของสวน หรือองค์ประกอบที่ต้องการเสริมเติมแต่งเข้าไป ทั้งหมดนี้เราสามารถกำหนดเองได้ไม่ยาก
  • พืช : หากใครต้องการสวนที่มองไปเมื่อไหร่ก็รู้สึกผ่อนคลายและสงบ ไม่ต้องปลูกพืชให้เสียเวลาดูแล สวนหินญี่ปุ่นถือว่าตอบโจทย์ แต่ใครที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้อยู่แล้ว หรือไม่ชอบสวนที่ดูแห้งแล้ง ก็อาจจะคิดถึงจำนวนต้นไม้ที่จะปลูกเพิ่มเข้าไป เมื่อจะมีต้นไม้ อุปกรณ์ตัดแต่งสวน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องจัดหาไว้เช่นกัน
  • การดูแล : สวนหินญี่ปุ่นใช้พืชเป็นองค์ประกอบน้อยมาก จึงไม่ต้องเสียเวลาในการดูแลเรื่องนี้มากนัก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือลวดลายบนกรวด หากตำแหน่งของสวนเราตั้งอยู่ในที่ที่มีลมแรง อาจพัดมาทำลายลวดลายของกรวดได้ เรื่องนี้จึงอาจจะสร้างความรำคาญใจไม่น้อยที่ต้องคอยมาวาดอยู่บ่อย ๆ แต่หากใครประดับตกแต่งไว้ในอาคารหรือสวนกลางบ้านก็หายห่วงเรื่องนี้ได้เลย เว้นเสียแต่คุณจะมีเด็กเล็ก  ๆ ที่เปลี่ยนสวนสวยให้กลายเป็นกระบะทรายแทน แบบนี้คงไม่เหมาะเท่าไรนัก

ขั้นตอนการจัดสวนหินญี่ปุ่น

เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะประดับสวนหินญี่ปุ่นไว้ในบ้านหรือออฟฟิศ ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการจัดสวนจริงกันแล้ว โดยมีวิธีง่าย ๆ ให้ทำตามดังนี้

  1. เคลียร์พื้นที่ให้เรียบ : ก่อนที่เราจะเทกรวดลงไป เราควรจัดการพื้นที่ตรงนั้นให้เรียบเสียก่อน ดูว่ามีพืชที่ต้องถอนก่อนไหม มีก้อนหินไหนเป็นอุปสรรคหรือเปล่า
  2. เทกรวด : เรียบร้อยแล้วก็เทกรวดก้อนเล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญให้ทั่วบริเวณ เกลี่ยให้เรียบเตรียมสำหรับการทำลวดลาย
  3. ตกแต่งด้วยหินก้อนใหญ่ : จากนั้นเราจะมาสร้างตัวแทนของภูเขาตามวิถีเซนด้วยหินก้อนใหญ่ สามารถจัดวางได้ตามการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นตรงกลาง ตรงมุม หรือริมสวน
  4. วาดลวดลาย : ขั้นตอนสุดท้ายนี้อาจจะต้องใช้ความอดทนสักเล็กน้อย ให้ใช้วัสดุสำหรับวาดที่เรามีมากดลงบนกรวดเป็นลวดลายตามแบบที่ต้องการ ควรออกแบบทิศทางและลำดับการวาดให้ดีเพื่อไม่ให้เดินเหยียบซ้ำลายที่วาดเอาไว้แล้ว

และนี่ก็คือการจัดสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ตามวิถีเซนซึ่งใคร ๆ ก็สามารถจัดตามได้ง่าย ๆ เพราะทั้งวัสดุ องค์ประกอบ หรือการดูแลไม่มีเรื่องไหนที่ยุ่งยากเลย แถมสวนแบบนี้ยังมีต้นกำเนิดมาจากวิถีเซนซึ่งเน้นความเรียบง่าย การเคารพธรรมชาติ เมื่อมองสวนสไตล์นี้แล้วจะให้ความรู้สึกสงบ จึงเหมาะสำหรับนำไปตกแต่งในสถานที่ที่ต้องใช้สมาธิมาก ๆ เช่น ออฟฟิศ หรือโฮมออฟฟิศ

9 ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ ค้าขายร่ำรวย

9 ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ ค้าขายร่ำรวย

ไม่น่าเชื่อว่าหลายปีมานี้กระแสปลูกต้นไม้เขามาแรงจริง ๆ ใครที่ไม่เคยสนใจปลูก หรือปลูกต้นไม้ไม่เป็นก็เริ่มหามาไว้ประดับห้องกันสักต้นสองต้น อาจเป็นเพราะกระแสรักษ์โลกลดมลพิษ กระแสแต่งบ้านในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 หรือแม้แต่กระแสวัตถุมงคลเสริมความร่ำรวยก็ไม่พลาด โดยกระแสที่ผู้คนสมัยนี้นิยมปลูกกันมีตั้งแต่ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ใบ ต้นกระบองเพชรจิ๋วหรือแคคตัส หรือแม้กระทั่งไม้ใบด่างก็มีความต้องการสูงจนราคาพุ่งไปถึงหลักล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กระแสมูเตลูกำลังมาแรง ใครอยากเสริมความเป็นสิริมงคลให้บ้านหรือออฟฟิศ ก็ไม่ควรพลาดกับต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ

ต้นไม้มงคลคืออะไร ?

คำถามแสนง่ายนี้ใคร ๆ ก็คงตอบได้ แน่นอนว่าหมายถึงต้นไม้ที่สามารถเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเราได้ แล้วจะดูยังไงว่าเป็นมงคล? ส่วนใหญ่แล้วมักจะดูจากชื่อนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือในชื่อนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคำที่ฟังแล้วรู้สึกดี รู้สึกรวย เช่น คำว่า เศรษฐี รวย เงิน ทอง มังกร เป็นต้น แน่นอนว่าในไทยเราเองก็มีชื่อต้นไม้ที่เป็นมงคลมากมาย อย่าง กวักมรกต ลิ้นมังกร ราชพฤกษ์ เศรษฐีเรือนใน และอีกมากมาย คนโบราณเขาก็เชื่อกันมาอยู่ก่อนแล้วว่าต้นไม้เหล่านี้ปลูกแล้วดี แต่สำหรับคนยุคใหม่ เมื่อมีกระแสมูเตลูเกิดขึ้น ต้นไม้มงคลดังที่กล่าวไปก็ได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก และยังได้เห็นเทรนด์การปลูกต้นไม้ในบ้านและออฟฟิศเพิ่มเข้ามาอีกด้วย

ปลูกต้นไม้ในออฟฟิศดียังไง

เชื่อว่าหลายคนอาจจะโตมากับคำกล่าวที่ว่า “ปลูกต้นไม้ในบ้านไม่ได้”, “เดี๋ยวต้นไม้แย่งอากาศหายใจนะ” แบบนี้ใช่ไหมคะ แต่เมื่อมีกระแสปลูกต้นไม้ในบ้านหรือออฟฟิศแบบนี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าปลูกได้จริงแท้แน่นอน และแม้ว่าปัจจุบันคนจะหันมาปลูกต้นไม้ในบ้านกันมาก แต่กระแสปลูกต้นไม้ในออฟฟิศก็มาแรงไม่แพ้กัน เพราะมีดีมากกว่าเรียกทรัพย์อีกด้วยนะ

ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ

  • ช่วยฟอกอากาศ : สิ่งที่มาคู่กับกระแสต้นไม้มงคล ก็คือกระแสต้นไม้ฟอกอากาศ เพราะขณะนี้เรามีเรื่องปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และมลพิษต่าง ๆ พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินทางจากบ้านมาทำงานย่อมหลีกเลี่ยงการสูดดมอากาศเสียจากนอกอาคารไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในออฟฟิศก็ควรหาต้นไม้ที่มีดีทั้งความมงคล ทั้งฟอกอากาศได้ด้วยมาประดับไว้ เรียกได้ว่าได้ทั้งเรียกทรัพย์ ได้ทั้งอากาศบริสุทธิ์
  • ช่วยคลายเครียด : สีเขียว ๆ ของต้นไม้ช่วยลดอาการเครียดได้ ทั้งยังดูแล้วสบายตา จากงานวิจัยของ University of Technology แห่งเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2010 พบว่า 37% ของต้นไม้ที่อยู่ในออฟฟิศช่วยลดความกังวลได้ 58% พบว่า ต้นไม้ช่วยลดความเครียดได้ดี อีก 44% บอกว่าต้นไม้ช่วยลดอารมณ์โกรธเกรี้ยวได้ และ 38% พบว่าช่วยลดความเหนื่อยล้า
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน : จากงานวิจัยของ the University of Exeter เมื่อปี 2014 พบว่าเพียงแค่เพิ่มต้นไม้หนึ่งต้นต่อหนึ่งตารางเมตร จะช่วยเพิ่มความจำ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ได้ดี
  • ลดอัตราการป่วย : การศึกษาจาก the Agricultural University of Norway เมื่อปี 1990 พบว่า ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ ช่วยลดอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น อาการเมื่อยล้า ปัญหาด้านสมาธิ รวมถึงอาการระคายเคืองของตาและจมูก เป็นต้น
  • ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ : จากรายงานของ Human Spaces report เมื่อปี 2015 พบว่าการประดับต้นไม้ในออฟฟิศช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานได้ถึง 15% กันเลยทีเดียว หรือแค่มองรูปต้นไม้ธรรมดา สายตาของเราก็เหมือนได้พักผ่อนซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

9 พันธุ์ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ในออฟฟิศ

  1. ต้นนางกวัก : เมื่อมีการบูชานางกวักแล้ว ก็ต้องมีต้นนางกวัก แน่นอนว่าไม้พันธุ์นี้มีชื่อเป็นสิริมงคล เชื่อว่าจะช่วยเรียกเงิน เรียกทอง รวมถึงโชคดีเข้าบ้านได้ ต้นมีลักษณะเป็นกอ ใบสีเขียวสดใสรูปทรงสวย
  2. กวักมรกต : ต้นไม้มงคลเบอร์ต้น ๆ ที่หลายคนมักนึกถึงหากจะนำไปปลูกในบ้านหรือออฟฟิศ ระดับความมงคลก็ตรงตามชื่อ มรกตเป็นอัญมณีมงคลสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เสริมความมั่งคั่งและโชคลาภ ทั้งยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษได้
  3. ลิ้นมังกร : นี่ก็เป็นอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่สามารถฟอกอากาศได้ยอดฮิตอีกหนึ่งสายพันธุ์ ด้วยชื่อที่มีคำว่ามังกรซึ่งเป็นสัตว์มงคลสำหรับชาวจีน ตามความเชื่อบอกว่าการปลูกต้นไม้ชนิดนี้ในบ้านจะช่วยขจัดปัดเป่าความทุกข์ออกไปได้ นอกจากนี้ลิ้นมังกรยังมีคุณสมบัติช่วยขับสารพิษ ทั้งยังช่วยให้หลับได้ดีเวลากลางคืนเพราะมันจะคายก๊าซออกซิเจนออกมานั่นเอง
  4. เงินไหลมา : แค่ชื่อก็เป็นมงคลแบบที่ไม่ต้องแปลความอะไรเลย เจ้าต้นนี้มีอีกหลายชื่อเรียกที่หลากหลายตามแต่ละสายพันธุ์ เช่น ออมเงิน ออมทอง ตามความเชื่อบอกว่าหากนำต้นไม้นี้มาปลูกในบ้านจะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา มั่งคั่งร่ำรวย
  5. เต่านำโชค : ไม้ล้มลุกหายากที่มีจุดเด่นคือใบออกเป็นแฉกรูปนิ้วมือ มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยเราเอง ความเป็นมงคลของต้นไม้ชนิดนี้ก็คือจะช่วยเรียกโชคลาภ อีกทั้งหากมีต้นนี้อยู่ใกล้ ๆ หรือพกติดตัวเอาไว้จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ได้ด้วย
  6. ไผ่สีสุก : ตามความเชื่อแล้วถือว่าเป็นต้นไม้มงคลที่จะช่วยสร้างความร่มเย็นเป็นสุข สร้างความสดใสในชีวิตให้กับผู้ปลูก ควรปลูกทางทิศตะวันออก ในทางวิทยาศาสตร์ ต้นไผ่สีสุกจะช่วยอำพรางแสงที่ส่องเข้ามาในอาคารไม่ให้ร้อนเกินไป
  7. โกสน : ต้นไม้มงคลโบราณที่นิยมปลูกกันมาตั้งนานแล้วตามความเชื่อของชาวไทย เพราะจะช่วยสร้างบุญกุศล ให้ผู้ปลูกพบแต่ความสุขความเจริญ ลักษณะเด่นคือมีใบที่รูปทรงและสีสันสวยงาม
  8. ว่านหางจระเข้ : นอกจากพืชชนิดนี้จะเป็นพืชมงคลแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาครอบจักรวาลมาก ๆ เพราะวุ้นของว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ช่วยสมานแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ต่าง ๆ ส่วนในเรื่องความเชื่อว่ากันว่าหากปลูกจนออกดอกได้เมื่อไหร่ โชคลาภจะเข้าหาตัวเมื่อนั้น
  9. เดหลี : สำหรับต้นไม้ชนิดสุดท้ายนี้ เรียกได้ว่ามีความสวยงามมาก เพราะมีใบสีเขียวเข้มกับดอกสีขาว นอกจากจะช่วยเสริมโชคลาภ ให้ผู้ปลูกมีอายุมั่นขวัญยืนแล้ว ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศช่วยดูดซับสารพิษ แต่ข้อเสียก็คือเกสรของดอกที่อาจไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้เกสรดอกไม้

ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ ต้องเริ่มต้นอย่างไร ?

แน่นอนว่าการจะนำต้นไม้สักต้นมาปลูกให้สวยงามตลอดรอดฝั่งก็ต้องอาศัยการดูแล การตกแต่ง รวมถึงสภาพแวดล้อมก็ต้องเหมาะสมด้วย

หากจะปลูกต้นไม้ในออฟฟิศต้องทำอย่างไร - 9 ต้นไม้มงคล ปลูกในออฟฟิศ ค้าขายร่ำรวย

  • แสงแดด : ต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านได้ส่วนใหญ่แล้วเป็นสายพันธุ์ที่ต้องการแสงแดดน้อย แต่ก็ควรออกไปรับแสงบ้างเพื่อความสวยงามสมบูรณ์ของต้น ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเจอกับแสงแดดจ้า เพราะอาจทำให้ใบเหี่ยวเฉาได้ ที่เหมาะสมที่สุดคือแสงแดดตรงระเบียงหรือริมหน้าต่าง เป็นต้น
  • การรดน้ำ : ต้นไม้ที่ปลูกในบ้านจะมีการคายน้ำน้อยกว่าต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้กลางแจ้ง ดังนั้นเราจึงไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้รากเหี่ยวเฉาได้ เวลาที่ควรรด ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว
  • เลือกตำแหน่งให้ดี : การปลูกต้นไม้ในออฟฟิศหรือในอาคารอื่น ๆ ไม่ควรนำไปวางใกล้กับจุดที่มีความร้อน เช่น ข้างตู้เย็น เตาแก๊ส หรือไมโครเวฟ เพราะจะทำให้ต้นไม้เฉาได้
  • ทำความสะอาดใบอย่างสม่ำเสมอ : ต้นไม้ตามธรรมชาติจะได้รับน้ำฝนชะล้างฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่ติดตามใบอยู่แล้ว เมื่อนำมาปลูกในบ้านจึงขาดกลไกธรรมชาตินี้ไป เพราะฉะนั้นผู้ปลูกอย่างเราจึงต้องคอยนำผ้าชุบน้ำสะอาดมาเช็ดตามใบให้เงางามอยู่เสมอ
  • การตัดแต่ง : ต้นไม้ถึงแม้จะปลูกในบ้าน หรือออฟฟิศ ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการตัด ตกแต่งกิ่ง ใบ ลำต้น เพื่อให้ฟอร์มต้นสวยงาม ดูแล้วสบายตา ไม่รกรุงรัง โดยการใช้อุปกรณ์ทำสวนคุณภาพสูงเข้ามาช่วย
  • คอยเติมดินเติมปุ๋ย : การปลูกต้นไม้ในออฟฟิศก็ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้นอกอาคาร ดินในกระถางมักจะพร่องลงไป และสารอาหารในดินก็จะลดน้อยลงไปด้วย เราควรหมั่นเติมปุ๋ยคอกเก่า รวมถึงปุ๋ยอาหารเสริมที่เป็นสูตรละลายช้าเข้าไปด้วย 3 เดือนครั้ง
  • เลือกต้นไม้ที่เหมาะกับตัวเอง : บางท่านอาจจะมีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ละอองเกสรต่าง ๆ ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกต้นไม้ที่มีดอกมาปลูกไว้ในบ้าน เช่น เดหลี ควรเลือกต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้ หรือใครอยากมุ่งไปทางมูเตลู ก็สามารถเลือกจากตัวอย่างพันธุ์ไม้ทั้ง 9 ตามข้างต้นได้เลย

ยุคนี้สมัยนี้แค่ปลูกต้นไม้ในบ้านหรือออฟฟิศเฉย ๆ คงธรรมดาไป หากอยากหาสิ่งมาเสริมให้ธุรกิจรุ่งเรืองตามความเชื่อ นอกจากฮวงจุ้ย หรือสิ่งมงคลต่าง ๆ แล้ว ต้องมีต้นไม้มงคลเสริมไปด้วย แต่จะปลูกทั้งที เราก็ต้องรู้วิธีเลือกหรือดูแลรักษาให้ต้นไม้โตได้งามตลอดรอดฝั่งถึงจะมีความรุ่งเรืองแบบครบสูตร

#ต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ #ต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน 

Digital Door Lock ปลอดภัย ไม่ง้อกุญแจ

Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี

ทุกวันนี้ภัยโจรกรรมต่าง ๆ เช่น โจรขึ้นบ้าน นับวันยิ่งรุนแรงและอุกอาจขึ้นเรื่อย ๆ ทำเอาเจ้าบ้านอย่างเราต่างต้องรู้สึกขวัญผวาต้องรีบหาตัวช่วยมาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ที่อยู่อาศัยโดยด่วน และหนึ่งในนั้นก็คือ “Digital Door Lock” หรือกลอนประตูดิจิตอลที่ให้ความปลอดภัยยิ่งกว่ากลอนประตูธรรมดาทั่วไป

ความจริงแล้วกลอนประตูดิจิตอล มีใช้กันมานานแล้วในประเทศไทย หากแต่ที่เราไม่ค่อยพบเห็นว่าใช้กันอย่างแพร่หลาย คงเป็นเพราะภาพจำว่า “ไม่จำเป็น” กุญแจธรรมดา ๆ ก็แน่นหนาดีอยู่แล้ว หรือ “ราคาที่แพง” กว่าเดิมมากจนหลายคนยังไม่กล้าลงทุน แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราเพียงเท่านั้น แต่บางครั้งยังทำให้อาชญากรหรือมิจฉาชีพเข้าถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมมากพอ

นี่จึงเป็นที่มาของกระแส “Smart home” หรือระบบบ้านอัจฉริยะ เป็นการนำเทคโนโลยีมารวมเข้ากับการจัดการดูแลบ้าน ซึ่งจะเน้นในเรื่องของ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความรวดเร็วประหยัดเวลา และการประหยัดพลังงาน

Digital Door Lock ในปัจจุบันมีกี่รูปแบบ ?

กลอนประตูดิจิตอล หรือ Digital Door Lock ก็จัดเป็นอุปกรณ์หนึ่งในระบบบ้านอัจฉริยะเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือกลอนประตูที่เปลี่ยนจากระบบกุญแจปกติ มาเป็นแบบอัตโนมัติ การจะเปิดกลอนประตูดิจิตอลจะต้องใช้การเข้ารหัสหรือการยืนยันตัวตนจากเจ้าของที่พักอาศัย และเมื่อปิดประตู ระบบก็จะสามารถทำการล็อกให้ในทันที จึงมีความปลอดภัยและมีกลไกที่ซับซ้อนกว่าระบบล็อกกุญแจแบบเดิม ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันเหตุอันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันกลอนประตูดิจิตอลแบ่งตามการติดตั้งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

กลอนประตูดิจิตอลแบ่งตามการติดตั้งได้เป็น 2 ประเภท

แบบระบบหลัก (Mortise หรือ Main Lock)

 

แบบระบบหลัก (Mortise หรือ Main Lock) คือการติดตั้งลูกบิดหรือกลอนที่มีอยู่เดิม  พูดง่าย ๆ ก็คือ เราต้องถอดลูกบิดและช่องเสียบกุญแจเดิมออก จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติเข้าไปแทน แต่การติดตั้งรูปแบบนี้จำเป็นต้องวัดขนาดหรือความหนาของประตู รวมถึงดูวัสดุของประตูร่วมด้วย ว่าสามารถติดตั้งได้หรือไม่


Digital Door Lock ในปัจจุบันมีกี่รูปแบบ ?

แบบระบบรอง (Rim Lock)

 

แบบระบบรอง (Rim Lock) คือการติดตั้งระบบกลอนอัตโนมัติเสริมเพิ่มเติมจากระบบกลอนเดิม หากใครเคยเห็นจะเป็นการนำกล่องระบบล็อกอีกตัวมาติดอยู่เหนือลูกบิดประตูที่มีอยู่เดิม ซึ่งแบบนี้จะติดตั้งได้ง่ายกว่า และใช้งบประมาณไม่สูงมาก แต่อาจจะรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่สวยงามเท่ากับระบบ Mortise 

นอกจากนี้ระบบล็อกของกลอนประตูดิจิตอลยังมีให้เลือกหลายรูปแบบตามความสะดวกการใช้งาน

  • ระบบกดรหัส : ระบบพื้นฐานที่ต้องมีในทุกยี่ห้อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งสะดวกสบายมาก เพราะไม่ต้องพกทั้งกุญแจ ไม่ต้องพกทั้งคีย์การ์ด แต่สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือรหัส หากวันดีคืนดีนึกไม่ออกขึ้นมา อาจเข้าบ้านไม่ได้ก็เป็นได้ หรือข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกครั้งที่เราต้องกดรหัส รอยนิ้วมือของเราจะยังหลงเหลืออยู่ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพได้ ดังนั้นจึงอาจต้องเลือกรุ่นที่ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้หรือมีระบบป้องกันเพิ่มเติม เช่นการให้กดสุ่มเลขก่อน/หลังการกดรหัสจริง 
  • ระบบคีย์การ์ด : นี่ก็เป็นอีกระบบที่มีอยู่คู่กลอนประตูอัตโนมัติมานาน สิ่งที่เราต้องพกก็คือคีย์การ์ดซึ่งอาจมีหลายใบสำหรับคนอื่น ๆ ในครอบครัว ถึงเวลาก็แค่นำมาสแกนที่เครื่องได้เลย บางรุ่นอาจมีระบบที่สามารถใช้คีย์การ์ดเข้าคอนโด หรือบัตรรถไฟฟ้า แทนคีย์การ์ดของประตู ทำให้ไม่ต้องพกบัตรหลาย ๆ ใบ 
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ : เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมมาก เนื่องจากคนนอกจะไม่สามารถเข้าบ้านหรือห้องของเราได้ นอกเสียจากคนที่ได้บันทึกรอยนิ้วมือเอาไว้กับเครื่อง 
  • ระบบแอปพลิเคชัน : เป็นระบบสุดไฮเทคที่สามารถสั่งการให้เปิดปิดประตูได้จากระยะไกล ไม่ต้องพกกุญแจ คีย์การ์ด หรือจำรหัส เพียงแค่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่พกติดตัวเอาไว้ ระบบแบบนี้เหมาะสำหรับเวลาที่มีคนมาบ้านแล้วเราอยากให้เขาเข้าไปรอด้านใน เราสามารถกดส่งรหัสชั่วคราวผ่านแอปฯ ส่งไปให้เพื่อนได้เลย
  • ระบบรวมทุกอย่าง : คือกลอนอัตโนมัติที่รวมทุกระบบข้างต้นมาไว้ในเครื่องเดียว นอกจากนี้ยังอาจมีระบบสแกนส่วนต่าง ๆ ในร่างกายมาให้ด้วย เช่น สแกนตา สแกนใบหน้า เป็นต้น รวมถึงระบบกุญแจสำหรับกรณีเครื่องแบตเตอรี่หมด หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ

Digital Door Lock ปลอดภัย ไม่ง้อกุญแจ

แน่นอนว่าไฮเทคขนาดนี้ย่อมมากับข้อดีต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกสบาย หรือความปลอดภัย

  • กลอนประตูอัตโนมัติช่วยป้องกันการโจรกรรม เช่น กรณีโจรขึ้นบ้านได้อย่างดี อย่างที่ทราบกันว่าโจรสมัยนี้สามารถสะเดาะกุญแจได้อย่างช่ำชอง แต่กลอนประตูอัตโนมัตินี้ เนื่องจากต้องใช้รหัสผ่าน หรือการสแกนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นคนที่รู้รหัส หรือบันทึกข้อมูลกับเครื่องเท่านั้นถึงจะเข้ามาภายในบ้านได้ อีกทั้งบางรุ่นยังมีระบบเตือนภัยมาให้ด้วย หากใครพยายามงัดแงะ ก็จะส่งเสียงเตือนทันที
  • กลอนประตูอัตโนมัติช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้นมาก อย่างแรกเลยคือไม่ต้องพกกุญแจบ้านให้หนักกระเป๋าอีกต่อไป อาจมีเพียงแค่คีย์การ์ดหนึ่งใบ หรือสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง หรืออาจไม่ต้องพกอะไรเลย แค่จำรหัสเท่านั้น
  • ประหยัดเงิน เมื่อระบบประตูบ้านของเราปลอดภัย โจร หรืออาชญากรต่าง ๆ ก็ไม่สามารถเข้ามาทำลายข้าวของให้เสียหายได้อีกต่อไป จึงตัดงบซ่อมแซมบ้านกรณีถูกงัด หรือกรณีสูญเสียทรัพย์สินไปได้เลย
  • จัดการระบบภายในบ้านแบบสมาร์ท ๆ เพราะกลอนประตูอัตโนมัตินับเป็นอุปกรณ์ Smart home อย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราควบคุมระบบต่าง ๆ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดประตู หรืออาจเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ใช้แบตเตอรี่ ทำให้ไม่ต้องมีการเดินสายไฟ และยังไม่ต้องกังวลใจเมื่อไฟดับ สามารถเข้าออกบ้านได้อย่างสบายใจ

กลอนประตูดิจิตอล Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนจากระบบกุญแจธรรมดามาเป็นกลอนประตูอัตโนมัติก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเหมือนกัน

  • สำรวจประตู : การจะติดตั้งระบบกลอนอัตโนมัติต้องคำนึงถึงประตูด้วย เพราะแต่ละแบบแต่ละรุ่นจำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป วัสดุของประตูที่เหมาะสมสามารถติดตั้งได้หมดทั้งประตูไม้ ไม้สังเคราะห์ เหล็ก อะลูมิเนียม กระจก ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นบานพับ หรือบานเลื่อน ควรมีความหนา 3.5 เซนติเมตรขึ้นไป ความกว้าง 10 เซนติเมตรขึ้นไป ทั้งนี้กลอนประตูอัตโนมัติแต่ละยี่ห้อก็อาจเข้าได้กับประเภทประตูที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงต้องปรึกษากับผู้จัดจำหน่ายแต่ละเจ้าด้วย
  • คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่น : เชื่อว่าคงมีหลายท่านกำลังมองหากลอนประตูอัตโนมัติสำหรับติดตั้งที่ประตูหน้าบ้านซึ่งต้องเจอทั้งแดด ลม ฝุ่น และที่สำคัญคือฝน หากปล่อยไว้นาน ๆ จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง หากเราเลือกซื้อกลอนประตูอัตโนมัติที่มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนในการดูแลหรือซ่อมบำรุงได้ โดยมาตรฐานที่ควรคำนึงเมื่อเลือกซื้อ ต้องดูว่ามีค่า  IP หรือ International Protection ซึ่งเป็นระบบป้องกันน้ำหรือฝุ่นสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือไม่ สำหรับระดับที่แนะนำและใช้กันแพร่หลายในระบบกลอนอัตโนมัติจะอยู่ที่ IP55 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และหยดน้ำเม็ดใหญ่ ๆ ได้ 
  • เลือกระบบล็อกที่ใช่ : ในเมื่อกลอนประตูอัตโนมัติมีหลายรูปแบบให้เลือก เท่ากับว่าเราสามารถเลือกติดตั้งระบบที่เหมาะกับเราได้ เช่น ใครเป็นคนไม่ชอบจำรหัสผ่าน ก็อาจเลือกเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือใครที่เพื่อนมาบ้านบ่อย ๆ แล้วอยากเปิดประตูให้แขกเข้ามารอในบ้านได้ทันที แนะนำให้เลือกระบบแบบแอปพลิเคชันที่เราสามารถปลดล็อกได้จากระยะไกล
  • แบตเตอรี่ : หากคิดจะเปลี่ยนมาใช้กลอนประตูอัตโนมัติต้องไม่ลืมว่ากลไกของมันใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อใช้ไปนาน ๆ  แต่ไม่ต้องห่วงว่าอยู่ดี ๆ จะหมดแบบไม่บอกไม่กล่าวจนใช้งานไม่ได้นะคะ เพราะระบบเขาจะมีเตือนบอกล่วงหน้าอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาก็แค่นำแบตเตอรี่ใหม่ไปเปลี่ยนเท่านั้น

การติดตั้งกลอนประตูอัตโนมัติ หรือ Digital Door Lock นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่าในการรักษาความปลอดภัยให้กับที่พักอาศัยของเรา แต่การจะเปลี่ยนจากกลอนธรรมดามาเป็นแบบอัตโนมัติจะต้องคำนึงถึงลักษณะของประตูเดิมด้วย และที่สำคัญคือควรคำนึงถึงคุณภาพของตัวเครื่อง เช่น มาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่น เพื่อให้สามารถใช้งานได้นาน ๆ นั่นเอง

Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี ?

Kudos มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และเทคโนโลยี” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางด้านสินค้าที่สำคัญของเรา เราร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี Digital Door Lock ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น igloohome จากประเทศสิงคโปร์ หรือ ALPHA LOCK ผู้นำดิจิตอลล็อคจากประเทศญี่ปุ่น

พันธมิตรทางธุรกิจของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เรามั่นใจว่าที่ Kudos จะช่วยให้คุณตอบคำถามเรื่อง Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี ? ได้เป็นอย่างดี

Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี Digital Door Lock ยี่ห้อไหนดี

เลือกซื้อฝักบัวอย่างไร ให้เจอฝักบัวที่ใช่!

ฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้อไหนดี เลือกซื้อฝักบัวอย่างไร ให้เจอฝักบัวที่ใช่!

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีแพลนที่จะรีโนเวทห้องน้ำ หรืออยู่ในระหว่างการออกแบบห้องน้ำในฝัน ก็อาจให้ความสำคัญและใช้เวลาไปกับการเลือกกระเบื้อง และสุขภัณฑ์ชิ้นใหญ่ ๆ โดยที่อาจจะมองข้ามอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่าง “ฝักบัว” ไป หลาย ๆ คนอาจคิดว่าฝักบัวไม่ได้มีฟังก์ชันการทำงานอะไรมากมาย แค่เลือกฝักบัวที่เข้ากับดีไซน์ห้องน้ำก็น่าจะเพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วในปัจุบันนี้ ฝักบัวได้มีการออกแบบ และ เพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ และ ไลฟสไตล์ของแต่ละบุคคล

ในอดีตคนอาจจะเลือกฝักบัวจากดีไซน์เป็นหลัก ว่าหน้าตา หรือ สี ของฝักบัวเข้ากับห้องน้ำได้ไหม แต่เมื่อได้ใช้งานจริงแล้วมักจะเจอปัญหาหลาย ๆ อย่างเช่น ฝักบัวน้ำไม่แรง, สายน้ำไม่นุ่มนวล หรือวัสดุแตกหักง่ายไม่ทนทาน ทาง Kudos ได้เลือกผลิตภัณฑ์ฝักบัวคุณภาพสูง 3 รุ่นยอดนิยมมา โดยที่ฝักบัวแต่ละรุ่นก็จะมีทั้งดีไซน์ และฟังก์ชันที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหา (Pain Points) ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้มักต้องเผชิญ

  • ฝักบัวน้ำไม่แรง ปัญหาใหญ่ที่มักเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้เจ้าของบ้านต้องปวดหัว ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาแรงดันน้ำในห้องน้ำชั้นบนของบ้าน โดยเฉพาะ บ้านที่เป็นอาคารพาณิชย์ หรือ ทาวน์โฮม การเปลี่ยนปั๊มน้ำให้แรงดันสูงขึ้นก็เป็นตัวเลือกที่ราคาสูง และ มีความเสี่ยงที่ท่อน้ำภายในอาจรับแรงดันไม่ไหว 
  • สายน้ำไม่นุ่มนวล หน้าฝักบัวในฝักบัวบางรุ่น อาจออกแบบให้รูฝักบัวให้มีขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อให้น้ำแรง จนสายน้ำที่ออกมาจากหน้าฝักบัวไม่มีความนุ่มนวล รู้สึกระคายผิว
  • ไม่ทนทาน แตกหักง่าย น้ำรั่วซึม ฝักบัวที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจแตกหักง่ายเมื่อทำหล่น หรือกระแทก นอกจากนี้ยังมักจะมีการรั่วซึมของน้ำออกจากหน้าฝักบัวแม้ในขณะที่ปิดน้ำแล้ว

เปรียบเทียบฝักบัว KUDOS

KUDOS ได้ศึกษา และ วิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ เพื่อที่จะคัดสรรฝักบัวที่ช่วยทั้งตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกันของผู้ใช้แต่ละคน และ ต้องปราศจากปัญหากวนใจที่ผู้ใช้มักพบเจอ 

“ฝักบัวทั้ง 3 รุ่นของ Kudos มีสายน้ำที่ไหลแรง แต่นุ่มนวลไม่บาดผิว และผลิตจากวัสดุเกรดพรีเมี่ยมมีความทนทาน หมดปัญหาเรื่องปั้มน้ำไม่แรง ฝักบัวแตกหักง่าย หรือน้ำรั่วซึมจากหน้าฝักบัว”

KUDOS Purebliss Shower

ฝักบัวกรองคลอรีนจากประเทศญี่ปุ่น KUDOS Purebliss เป็นฝักบัวที่ถูกใจกลุ่มคนที่มีผิวแพ้ง่าย แพ้น้ำประปา และคลอรีน โดยเฉพาะครอบครัวที่มี เด็กแรกเกิด หรือ ผู้สูงอายุ ที่ผิวมีความบอบบาง ไวต่อสารที่กระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น ผิวแห้ง ผื่นแดง แสบคัน ไม่สบายตัว ด้วยนวัตกรรมกรองคลอรีน Water-Pure FilterTM ที่มีแคลเซียมซัลไฟต์ช่วยดูดซึมคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปา ทำให้น้ำที่ไหลออกมาบริสุทธิ์สามารถอาบน้ำได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะมีคลอรีนตกค้างมาทำร้ายผิวและเส้นผม

 

https://www.youtube.com/watch?v=HKMeQhmuqf0


มีการนำเทคโนโลยีการออกแบบองศาการไหลของน้ำและรูฝักบัวให้มีขนาดเล็ก AtomistTM ที่ถึงแม้ว่าหัวฝักบัวของ KUDOS Purebliss จะออกแบบให้มีขนาดเล็ก แต่สายน้ำนั้นยังคงไหลแรง กระจายตัวเป็นวงกว้าง ทำให้อาบได้สะอาดทั่วถึง และ สายน้ำยังคงนุ่มไม่บาดผิว

ในส่วนของการออกแบบ KUDOS Purebliss ก็ได้นำหลักการ Universal Design มาใช้ โดยคำนึกถึงหลักสรีรศาสตร์ในการออกแบบมือจับให้โค้งมน จับง่าย และน้ำหนักเบา ทำให้ผู้สูงอายุและเด็ก ๆ สามารถใช้งานได้สะดวก และปลอดภัยเมื่อใช้งานตามลำพัง

 

KUDOS Mist

ฝักบัวละอองหมอก KUDOS Mist ที่ออกแบบมาเพื่อ สาว ๆ ที่ชื่นชอบการแต่งหน้า และดูแลผิวพรรณโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูง ลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น Micro MistTM ที่น้ำจะถูกบีบอัดผ่านรูขนาดเล็กและมีลักษณะเกลียวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้เกิดละอองน้ำอนุภาคขนาดเล็กคล้ายหมอก ที่นอกจะช่วยทำให้การทำความสะอาดผิวหน้า และรูขุมขนได้อย่างสะอาดล้ำลึก ช่วยลดปัญหาสิวอุดตันต่างๆ และยังช่วยปรับลดอุณหภูมิของน้ำให้เหมาะกับผิวหน้าโดยอัตโนมัติ ป้องกันการเกิดริ้วรอย และผิวหน้าแห้งกร้านจากการล้างหน้าด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป

One Touch Lever ปรับการไหลของน้ำได้ง่าย ๆ แค่ปรับฟังก์ชันที่หัวฝักบัว เมื่ออาบน้ำก็เลือกใช้ Normal Stream สายน้ำไหลแรง แต่ยังนุ่มไม่บาดผิว หรือจะล้างหน้าก็แค่เปลี่ยนเป็น Mist Stream ละอองหมอกช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก นอกจากนี้ยังมีปุ่มเปิด – ปิดน้ำที่ด้ามจับ ทำให้ง่ายต่อการควบคุมสายน้ำ และยังช่วยประหยัดน้ำอีกด้วย


KUDOS X-Stream (Hydro Massage)

ฝักบัวแรงดันสูง KUDOS X-Stream (Hydro Massage) จากประเทศญี่ปุ่น ช่วยคลายความเมื่อยเหนื่อยล้า ด้วยฟังก์ชันการใช้สายน้ำนวดบำบัดเฉพาะจุด โดยสายน้ำถูกออกแบบมาเป็นพิเศษมีแรงดันสูง ทำให้ช่วยลดอาการปวดเมื่อย และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ มีอาการ Office-Syndrome หรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ๆ นอกจากนี้ด้วยสายน้ำที่ไหลแรงเป็นเอกลักษณ์ของ KUDOS X-Stream ทำให้สามารถทำความสะอาดร่างกาย หรือขจัดสิ่งตกค้างและความมันบนหนังศีรษะได้อย่างดีเยี่ยม ในระยะเวลาอันสั้น


KUDOS X-Stream ยังมีฟิลเตอร์สำหรับกรองคลอรีนและสิ่งสกปรก ที่อาจก่อให้เกิดอาการผิวแห้ง อาการแพ้ ระคายเคืองผิวหนัง, หนังศีรษะและเส้นผม 

การออกแบบให้มีก้านปัดบนหน้าฝักบัว ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเป็น Normal Stream สำหรับการชำระล้างร่างกายแบบปกติได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันไหน ๆ สายน้ำก็แรง ไม่บาดผิว ครอบคลุมทั่วทั้งร่างกาย และยังช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าฝักบัวทั่วไปถึง 30 %


ตารางเปรียบเทียบฟังก์ชันของฝักบัว Kudos


ฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้อไหนดี


น้ำไหลแรง ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำ


สายน้ำนุ่มนวล ไม่บาดผิว


รับประกันการรั่วซึม*


กรองคลอรีน


ปรับฟังก์ชันได้


Made in Japan


ประหยัดน้ำ


Kudos Purebliss


Teams: ✔️


Teams: ✔️


2 ปี


Teams: ✔️


24/7 Support:


Teams: ✔️


45%


Kudos Mist


Teams: ✔️


Teams: ✔️


2 ปี


24/7 Support:


Teams: ✔️


Teams: ✔️


45%


Kudos X-Stream


Teams: ✔️


Teams: ✔️


2 ปี


Teams: ✔️


Teams: ✔️


Teams: ✔️


30%


ฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้ออะไรดี


ฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้ออะไรดี

*รับประกันการรั่วซึมเฉพาะบริเวณหัวฝักบัวและหน้าฝักบัว

ฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้อไหนดี!? เลือกอย่างไรให้เจอฝักบัวที่ใช่

หากใครรู้สึกว่าฝักบัวที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ข้อมูลข้างต้นน่าจะช่วยตอบคำถามว่า “ฝักบัวแบบไหนดี!?” หมดคำถามเรื่องฝักบัวแรงดันสูง ยี่ห้ออะไรดี และช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อฝักบัวได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ.

เว็บไซต์ของเรามีการเก็บ cookies ซึ่งเก็บข้อมูลว่าคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราอย่างไรและช่วยให้เราจดจำและแยกแยะรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ของคุณจากผู้ใช้งานอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เรา สามารถพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น