Category Archives: ไลฟ์สไตล์

สาเหตุทำลายเกราะป้องกันผิว ให้ผิวอ่อนแอลง อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ดูแลแก้ไขยังไงดี?

zeblanc22 1 -

เป็นเหมือนกันไหม? อาบน้ำทำเหมือนเดิมทุกวัน แต่ทำไมช่วงนี้ มีสิวขึ้น ผื่นขึ้น คัน ๆ หน้า ถ้า Routine ของเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นี่อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราอยู่ในช่วง “เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ!”

ก่อนจะไปดูว่าอะไรที่ทำร้ายเกราะป้องกันผิวของเรา เรามาทำทำความรู้จักกับ “เกราะป้องกันผิว” กันก่อนว่าคืออะไร

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier)

เกราะป้องกันผิว คือ ด่านเเรกที่ปกป้องผิวจากสิ่งรบกวน สิ่งสกปรกต่าง ๆ จากภายนอก และยังทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวไม่เเห้งตึง ซึ่งเกราะป้องกันผิวจะเป็น “เซลล์ผิวที่เรียงต่อกันเหมือนกำแพง”

โดยมี “ลิปิด” ที่ประกอบด้วยเซราไมด์, กรดไขมัน และสารให้ความชุ่มชื้น Natural Moisturizing Factor (NMF) ซึ่ง 3 ตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับ “ปูน” ที่ยึดกำเเพง หรือเซลล์ผิวแต่ละเซลล์ไว้ด้วยกัน

ดังนั้นเมื่อเกราะป้องกันผิวเราเเข็งเเรง ก็เหมือนเรามีกำเเพงคอยปกป้องผิวที่เเข็งเเรง ทำให้ผิวเเข็งเเละทำให้ลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ได้นั่นเอง

หน้าที่ของ เกราะป้องกันผิว 

เกราะป้องกันผิว ,กำแพงผิว ,เกราะผิว ,ปราการผิว ถึงจะมีหลายชื่อ แต่ทำหน้าที่เหมือนกัน หลักๆ คือ

  • คอยปกป้อง ไม่ให้สิ่งสกปรก มลพิษ ฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมภายนอกเข้ามาในชั้นผิวเราได้
  • กักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นของผิว ให้มีสมดุลความชุ่มชื้นที่ดีและอิ่มน้ำ
  • ขนส่งสารอาหาร ที่สำคัญไปยังเซลล์ผิว ให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

มีอาการแบบนี้ ผิวอาจจะพยายามบอกคุณว่า มีอะไรบางอย่างกำลัง “ทำร้ายผิว” เราอยู่!

เมื่อเกราะป้องกันผิวเราอ่อนแอ ก็จะทำให้ผิวของเราก็จะอ่อนแอ และเกิดปัญหาผิวได้ง่ายมากขึ้น

  • ผิวแพ้ง่าย ผื่นแดง เพราะผิวอ่อนแอลง ก็จะไวต่อความร้อน ความเย็น อากาศแห้งมากข้ึ้น
  • ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย ผิวแตก คัน จากการดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือมีภาวะขาดน้ำ ทำให้เสียสมดุลความชุ่มชื้นผิว
  • ผิวบางลงและไวต่อผิวไหม้แดด เพราะไม่ทาครีมกันแดด รังสียูวีจะทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหาย
  • มีริ้วรอยแห่งวัย อายุมากขึ้น ผิวชั้นนอกจะบางลง เพราะผิวสูญเสียน้ำมากขึ้น และมีการแตกตัวของคอลลาเจน
closeup portrait gorgeous asian woman looking mirror worry about pimple 1 -

แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สุขภาพดี ทากันแดดเป็นประจำ ดื่มน้ำครบ 8 แก้ว ออกกำลังกาย ทานอาหารมีประโยชน์ นอนหลับเพียงพอ ไม่เครียด หรือเครียดน้อย แต่ยังมีปัญหาผิว หรืออยู่ ๆ ผิวก็อ่อนแอลง แพ้ง่าย เป็นสิว ลองหันมาสังเกตสิ่งใกล้ตัวดู ว่ามีอะไรรึเปล่าที่กำลังทำลายเกราะป้องกันผิวเราอยู่แบบไม่รู้ตัว….?

สังเกต อะไรที่อยู่ใกล้ผิวเราทุกวัน?

เวลาที่เราอยู่ ๆ เกิดอาการผิวแพ้ เป็นสิว ผื่นขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เรามักนึกถึงเรื่อง การแพ้อาหาร แพ้สกินเเคร์ หรือไม่ก็จะพยายามนึกว่าช่วงนี้ได้มีใช้ผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ๆ ที่แปลกไปจากเดิมหรือไม่ เเต่ สาเหตุอย่างนึงที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ หรือมองข้ามไป ก็คือ 

“น้ำที่อาบ” นี่แหละที่อาจทำร้ายผิวเราอยู่ทุกวัน! น้ำหากมีคุณภาพไม่เหมาะสม ก็สามารถทำร้ายผิวเราได้นะ เช่น มลพิษทางน้ำ สารปนเปื้อนต่าง ๆ 

1 1 -

ซึ่งอีกหนึ่งตัวการที่อยู่ในน้ำประปาที่เราอาบทุกวันก็คือ “คลอรีน” ที่ถึงมีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคทำให้น้ำประปาสะอาดก็จริง แต่ถ้ามีปริมาณตกค้างเยอะไป ก็สามารถทำร้ายผิวและเส้นผมเราได้ แล้วยิ่งเราใช้น้ำประปาอาบน้ำล้างหน้าทุกวัน ผิวก็โดนทำร้ายซ้ำ ๆ อยู่ทุกวัน ทำให้ปัญหาผิวไม่หายซักที!?

2 1 -

คลอรีนคงเหลือตกค้างในน้ำประปาทำให้เกิดปัญหาผิวและผม

เพราะคลอรีนคงเหลือตกค้างในน้ำประปาสามารถ “ทำลายโปรตีน” ที่ทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันผิวและผม” ของเราได้ และพอผิวเก็บกักน้ำไม่ได้ ความชุ่มชื้นก็หายไป ผิว เส้นผมก็อ่อนแอตาม ทำให้สุขภาพผิวและผมแย่ลง มีอาการ เช่น ผิวแห้ง เป็นสิว ผิวมัน ผมแห้งแตกปลาย ผมแห้ง ผมร่วงง่าย

สุขภาพผิวดีเกราะป้องกันผิวเเข็งเเรง เริ่มต้นจาก “คุณภาพน้ำ” ที่อาบ

เพื่อเกราะป้องกันผิวแข็งแรง การใส่ใจคุณภาพน้ำที่เราอาบให้มี “คลอรีนตกค้างน้อยที่สุด” เพื่อป้องกันไม่ให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย ถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นของการมีผิวสุขภาพดี

เพื่อ “คุณภาพน้ำดีขึ้น” กรองคลอรีนที่ตกค้างในน้ำประปาให้ “เหลือน้อยที่สุด”
ฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU

ที่มีเทคโนโลยี Water-Pure Filter™ ด้วยแคลเซียมซัลไฟต์(CaSo3) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะที่สุดในการกรองน้ำชำระร่างกาย ให้น้ำมีคุณภาพเหมาะสม ปกป้องเกราะป้องกันผิวก็ไม่โดนทำลาย ทำให้สุขภาพผิวและผมดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในร่างกายผ่านทางผิวหนัง เพิ่มเติมด้วยการออกแบบองศาและความเเรงของสายน้ำ ให้น้ำแรงฉ่ำ แต่สัมผัสนุ่ม ละมุนผิว

tubu for web 01 optimized 1 -
tubu for web 02 optimized 1 -

อยากมีผิวแข็งแรงแบบไม่มีอะไรมากั้น ต้องมีฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU เป็นตัวช่วยที่บ้าน จัดเลย!

KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีน

เคล็ดลับดูแลผิวให้ยิ่งเป๊ะ เริ่มต้นจากใส่ใจคุณภาพน้ำ

young beautiful woman taking shower bathroom -

เคล็ดลับ “ความเป๊ะ” อยู่ตรงนี้!

เชื่อว่าสาว ๆ หรือหนุ่มๆ เองก็ตาม มี Routine ในการดูแลผิว แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว ซึ่งหลัก ๆ Core Routine จำเป็นก็จะมี Cleanser, Moisturizer และห้ามลืมเด็ดขาด คือ ครีมกันแดด ในตอนเช้า หรือเพิ่มเติมเข้าไปอีกก็ Toner, Pre- serum, Essence, Serums, Eye Cream, Emulsion ฯลฯ บางทีก็มี Sleeping Mask อีก! นับไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

แต่เดี๋ยวก่อน ลงทุนกับครีมแพง ๆ มากมาย
เพื่อเอามาช่วยดูแลผิวขนาดนี้ แล้วแอบลืมอะไรกันไปหรือเปล่า?!

Skincare routine ที่ดี ควรเริ่มใส่ใจ
ให้ความสำคัญตั้งแต่ “คุณภาพน้ำ” ที่ใช้ล้างหน้าและอาบน้ำ

ซึ่งถือเป็นการขั้นตอนแรกสุดของการ “เตรียมผิว” ให้พร้อมรับการบำรุง ยิ่งไปกว่านั้น หากเราล้างหน้าไม่สะอาด หรือใช้น้ำที่คุณภาพไม่เหมาะสมมาล้างหน้าอาบน้ำ ตรงนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวได้

ดังนั้นการหันมาใส่ใจ “คุณภาพน้ำที่ดี” ก็เป็นการเริ่มต้นสุขภาพดีได้ง่าย ๆ
มา “ลดจุดเริ่มต้นของทุกปัญหาผิว” เริ่มใส่ใจตั้งแต่ “การอาบน้ำ” กัน

  • ในน้ำมีอะไร? ทำไมเราต้องใส่ใจคุณภาพน้ำ

“ผิวแห้ง เป็นสิวไม่หายสักที หรืออาบน้ำทุกวันแต่มีผื่นคัน”
ถ้าคุณเจอกับอาการเหล่านี้อยู่ รู้ไหมว่าสาเหตุอาจมาจากสิ่งที่เราคาดไม่ถึง เพราะอยู่ใกล้ตัวเราทุกวัน แล้วมันคืออะไรกันแน่! มาเจาะลึกกัน

1) ในน้ำประปาที่เราอาบมี “คลอรีน”

Knowledge1 -
  • คลอรีน (Chlorine) คืออะไร?

คือ สารที่ใช้ลดปริมาณเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา สามารถใส่ลงในน้ำเพื่อทำให้น้ำสะอาด

  • คลอรีนอิสระคงเหลือ (Free Residual Chlorine) คืออะไร?

คือ คลอรีนที่เป็นอิสระยังไม่ได้รวมกับโมเลกุลของน้ำ เหลืออยู่ในน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเติบโตในน้ำปะปาระหว่างไปสู่ผู้ใช้น้ำ
ซึ่งหมายความว่าน้ำนี้ปราศจากจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย

2) คลอรีนคงเหลือในน้ำ ทำให้เรา….?

คลอรีนมีประโยชน์ทำให้น้ำสะอาด มีคุณสมบัติกำจัดเชื้อโรคสูง
แต่ในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถส่งผลกระทบด้านลบได้เช่นกัน   เช่น
  • ทำลายโปรตีนในผิวหนังและเส้นผม
  • เกราะป้องกันผิวและผมถูกทำลาย 

  • ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ไม่ได้ ผิวแห้ง รวมถึงผมแห้งแตกปลาย

“ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย” บางคนผิวแห้ง จนเกิดเป็นผิวมัน และถ้าลองสังเกต ทำไมเราถึงเป็นสิวไม่หายสักที หรืออยู่ดี ๆ ก็มีผื่นคัน สาเหตุอาจจะเกิดจากเจ้าตัวการอย่าง
“คลอรีนคงเหลือในน้ำ” ที่เราอาบทุกวันนี่เอง

Knowledge2 -

3) คลอรีนตกค้างในน้ำทำให้เกิดปัญหาผิวและผม!

Knowledge3 -

แน่นอนว่าคลอรีนนั้นมีประโยชน์ สามารถฆ่าเชื้อโรค ทำให้น้ำสะอาด แต่เมื่อฆ่าเชื้อโรคได้ก็สามารถทำร้ายผิวเราได้เช่นกัน

หากมี “คลอรีนตกค้าง” ใน “น้ำประปา” มากเกินไป
คลอรีนก็สามารถทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันผิว” ของเราได้ทำให้ “ผิวอ่อนแอ ผิวแห้ง เป็นสิว ผิวมัน” 
“ฝุ่น สิ่งสกปรก เชื้อโรค” ก็เข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังได้ง่ายขึ้น แล้วยิ่งเราต้องอาบน้ำทุกวัน ผิวก็จะยิ่งอ่อนแอ ปัญหาผิวต่าง ๆ ก็ไม่หายสักที!

ดังนั้นถ้าอยากให้ผิวสุขภาพดี ดูเฟรชอยู่ตลอด ก็ต้องหาตัวช่วยให้ผิวเรา “เจอกับคลอรีนให้ได้น้อยที่สุด”

  • ต้องทำยังไงให้น้ำที่เราอาบมี ‘คลอรีนตกค้างน้อยที่สุด’?

เพื่อน ๆ คงรู้กันแล้วใช่ไหมว่า ถ้ามีคลอรีนในน้ำมากไปจนเหลือตกค้างส่งผลต่อผิวเรายังไง!
ดังนั้นใครอยากปกป้องผิว เรียก “ตัวช่วย” ด่วน!! 

ซึ่งตอนนี้ก็มีตัวช่วยที่เป็นนวัตกรรมการกรองคลอรีนให้เราเลือกมากมาย แต่สงสัยกันไหมว่าสารต่างๆ ที่เเต่ละเเบรนด์เลือกใช้ คุณสมบัติแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันยังไง มีประสิทธิภาพเเค่ไหน เเล้วจะเลือกใช้ตัวไหนถึงจะเหมาะที่สุด

วันนี้เราลองมาเปรียบเทียบกันดีกว่าว่าตัวไหนจะเหมาะในการนำมากรองคลอรีนเพื่อใช้ในการอาบน้ำ?

1709632679575 -
 

ระยะเวลาในการทำปฏิกิริยาเพื่อกรองคลอรีน

 การทนต่อความร้อน

ผลต่อความแรงของน้ำที่ออกจากก็อก

ราคา

เหมาะสำหรับ

Activated Carbon

ใช้เวลานานในการทำปฏิกิริยาเพื่อลดคลอรีน

ไม่เหมาะใช้กับน้ำร้อน เพิ่มโอกาสที่คลอรีน หรือสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆ หลุดปะปนออกไปกับน้ำ

กีดขวางทางเดินน้ำ
ทำให้น้ำไหลเบา

ราคาสูงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ

นิยมกรองน้ำเพื่อดื่ม

Vitamin C

 ทำปฏิกิริยารวดเร็ว
ลดคลอรีนได้เร็ว

ไม่ทนต่อความร้อนสูญเสียประสิทธิภาพได้ง่าย

ไม่ส่งผลต่อ
แรงดันน้ำมากนัก

ราคาสูงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ

เป็นทางเลือก

Kinetic Degradation Fluxion (KDF)

 ทำปฏิกิริยารวดเร็ว
ลดคลอรีนได้เร็ว

ทนต่อความร้อน กรองน้ำอุ่นได้โดยไม่สูญเสียประสิทธิภาพ

ไม่ส่งผลต่อ
แรงดันน้ำมากนัก

ราคาสูงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ

กรองน้ำดื่ม หรือ อาบ แล้วเเต่ชนิด ของ KDF

Calcium Sulfite

 ทำปฏิกิริยารวดเร็ว
ลดคลอรีนได้เร็ว

ทนต่อความร้อน กรองน้ำอุ่นได้
ไม่สูญเสียประสิทธิภาพ

น้ำไหลแรง แต่นุ่มจากการออกแบบรูหน้าฝักบัวพิเศษ

ราคาเหมาะสมที่สุดเทียบกับประสิทธิภาพ

เหมาะสมในการกรองน้ำอาบ

1709632679575 -

เรียกได้ว่าตัวช่วยแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติกรองคลอรีนที่เก่งมาก ๆ และมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป
เพื่อน ๆ สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการของเราได้เลย!

ถ้าถามว่าแล้วตัวไหนกันล่ะ? ที่มี “ประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด” ในการกรองน้ำชำระร่างกาย

จากการเปรียบเทียบจะเห็นว่า “แคลเซียมซัลไฟต์” (CaSO3) นั้นมี “ประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด” ในการกรองน้ำชำระร่างกาย เพราะสามารถใช้ได้กับทั้งน้ำร้อน น้ำอุ่น น้ำเย็น ซึ่งถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่คนไทยเราชอบอาบน้ำอุ่นกัน เลยไม่ต้องกังวลว่าจะสูญเสียประสิทธิภาพในการกรองคลอรีนไป

อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ “ดึงคลอรีนออกจากน้ำได้เร็วที่สุด” โดยไม่ต้องรอ หรือใช้เวลาในการกรอง จึงเหมาะมาก ๆ ในการมาอยู่ในฝักบัว เพราะจะทำให้น้ำที่ไหลผ่านการกรอง “สะอาดเร็วที่สุด” 

ขอแนะนำตัวช่วยให้คุณ สุขภาพดีขึ้นได้ง่าย ๆ อาบน้ำได้สะอาด มั่นใจ 
เริ่ม Routine ของวันด้วย ฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU
ที่จะเข้ามาช่วยให้ “คุณภาพน้ำดีขึ้น”

ด้วยเทคโนโลยี Water-Pure Filter™ ที่มีแคลเซียมซัลไฟต์ (CaSO3) กรองคลอรีนที่ตกค้างในน้ำประปาให้ “เหลือน้อยที่สุด”

เมื่อได้ “Calcium Sulfite” มากรองคลอรีนที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เกราะป้องกันผิวก็ไม่โดนทำร้าย ทำให้สุขภาพผิวและผมของเราดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในร่างกายเราผ่านทางผิวหนังด้วยนะ

สนใจ “ดูแลผิวตั้งแต่ขั้นตอนแรก” กันแล้ว ก็มาช้อปฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU เข้าบ้านกัน!

คลิ๊กเลย

เป๊ะกันต่อ! ดูแลต่อเนื่องยังไงก็เฟรช

นอกจากใส่ใจคุณภาพน้ำ เรายังมีเคล็ดลับที่ดีกับร่างกายมาฝากด้วยนะ บอกเลยว่าทำตามง่าย ได้สุขภาพผิวที่ถูกใจแน่นอน!

1. น้ำต้องคู่กาย 

ง่ายที่สุดและดีที่สุด ห้ามขาดเลย
น้ำเปล่าจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ ให้ระบบในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ 
ควรดื่ม 1.5-2 ลิตร หรือจำง่าย ๆ ก็ “จิบระหว่างวัน 1 ขวดใหญ่” และ “กลางวัน 1 ขวดเล็ก” 

แต่ถ้าใครอยากได้แบบเป๊ะ ๆ ก็นี่เลย เรามีสูตรคำนวณปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมให้เพียงพอตามน้ำหนักตัวมาฝาก

S 103104572 -

สูตรคือ น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย 2
คูณด้วย 2.2 คูณด้วย 30
จะได้เป็นปริมาณน้ำเป็น มิลลิลิตร ที่เราควรดื่มใน 1 วัน

ยกตัวอย่าง เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม
50/2 x 2.2 x 30 = 1,650 มิลลิลิตร
= 1.65 ลิตร หรือน้ำประมาณ 8 แก้ว

* 1,000 มิลลิลิตร = 1 ลิตร
** 200 มิลลิลิตร = น้ำ 1 แก้ว

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ นอกจากจะทำให้สดชื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้ผิวของเราชุ่มชื้นดูสุขภาพดีได้อีกด้วย

2. ถึงเวลาอาหารมีประโยชน์ 

หมูกรอบ ลูกชิ้นทอด ของมัน ๆ ทั้งหลาย อาจจะต้องทานให้น้อยลง หรือห่างกันสักพักก่อน
เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญยิ่งทำงานได้น้อยลง

  • เลี่ยงได้เลี่ยง คือ อาหารเนื้อแดง เพราะมีไขมันสูง ทำให้ย่อยยาก ส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น กรดไหลย้อน ลำไส้ มะเร็ง 
  • แนะนำให้ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ถั่ว ผักผลไม้หลากสี ชาเขียวและดาร์คช็อคโกแลต
    เพราะจะเป็นการช่วยเติมเต็มสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายเราสูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น และเป็นการชะลอความชราให้เซลล์ในร่างกายเราได้อีกด้วย

 

3. พักให้เป็นนอนให้พอ

สำคัญมากๆ ห้ามละเลย การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนต่าง ๆ ให้กลับมาแข็งแรง
และนี่คือ
เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้การนอนหลับดีขึ้น 

  • วางโทรศัพท์ก่อนนอน 30 นาที
  • งดดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงบ่าย
  • นอนห่างจากมื้อเย็นอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง

พยายามรักษา “Golden Time” นอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่ดีของเรากัน

sleeping young woman lies bed near phone 0 -
attractive freshness asian woman clean face fresh water with care look mirror bathroom home background -

4. บำรุงถูกจุดผิวก็ยิ่งเริ่ด

แนะนำเลือกสกินแคร์ที่ช่วยเติมความชุ่นชื้นให้ผิวเราได้ ยิ่งมีคอลลาเจนด้วยยิ่งดี และอย่าลืมครีมกันแดดสำคัญที่สุด ปกป้องผิวจากศัตรูทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัยด้วยนะ

ง่ายไหมคะเคล็ดลับ ไม่ว่าวัยไหนก็เอาไปใช้ได้เลยนะ

เพราะไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนการดูแลตัวเองให้มี “สุขภาพดีจากทั้งภายในและภายนอก” ก็ดีที่สุด

แชร์ทริค! เลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

แชร์ทริค! เลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

“ฝักบัวอาบน้ำ” องค์ประกอบสำคัญสำหรับห้องน้ำที่ขาดไม่ได้ แต่เวลาเลือกซื้อหลายคนมักจะเลือกแบบไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนักเพราะคิดว่าแบบไหนก็ใช้ได้เหมือน ๆ กัน แต่ใครจะรู้บ้างว่าการเลือกฝักบัวให้เหมาะกับการใช้งาน และได้ประสิทธิภาพนั้นย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ บทความนี้จะพาทุกคนไปดูเทคนิคดี ๆ ที่ช่วยให้คุณได้ฝักบัวอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดน้ำแถมคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่งเทคนิคที่ว่าจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

ประเภทของฝักบัว

ก่อนจะเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เราก็ต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าฝักบัวแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ข้อดี-ข้อเสียเป็นอย่างไรบ้าง

ฝักบัวอาบน้ำชนิดนี้ ตัวด้ามของฝักบัวจะถูกติดตั้งติดกับผนังของห้องน้ำโดยต่อเข้ากับท่อประปาโดยตรง ไม่สามารถหยิบออกมาถือได้ ข้อดีก็คือได้องศาการไหลของน้ำที่สม่ำเสมอ น้ำแรงมากกว่าฝักบัวถืออาบทั่วไป และไม่ต้องห่วงเรื่องสายสายระโยงระยางที่ดูรกตา ข้อเสียก็คือ หากองศาที่ติดตั้งไว้ไม่เหมาะกับเราเราอาจจะไม่สามารถปรับองศาของฝักบัวไปตามที่ต้องการได้ หรืออาจจะปรับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฝักบัวอาบน้ำชนิดนี้ไม่ว่าใครก็คงรู้จัก เพราะนิยมติดตั้งในบ้านมากที่สุด มีสายฝักบัวทำให้สามารถถือฝักบัวอาบได้ตามจุดที่ต้องการ ข้อดีก็คือติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย และที่หลายคนติดใจก็คือใช้งานได้อย่างอิสระ ข้อเสียก็คือฝักบัวประเภทนี้มีขายตามท้องตลาดเยอะมาก จึงมีหลายเกรดหลายราคา มีทั้งมีคุณภาพสูง และคุณภาพต่ำ ดังนั้นควรเลือกให้ดี

ฝักบัวอาบน้ำแบบนี้อาจไม่ค่อยเห็นใช้กันแพร่หลายเท่าไรนัก มีลักษณะเป็นฝักบัวที่ติดตั้งกับผนังในระดับความสูงที่พอดีกับร่างกาย มักติดหลายอันเพื่อให้น้ำกระจายเข้าหาตัวได้แบบทั่วทิศทาง ข้อดีก็คือ เราจะได้ประสบการณ์อาบน้ำที่แปลกใหม่ ไม่ต้องใช้มือจับฝักบัว ก็อาบน้ำได้สะอาดแบบทุกซอกทุกมุม ขณะที่ข้อเสียก็คือ ฝักบัวแบบนี้จะใช้ปริมาณน้ำที่เยอะ อาจทำให้เปลืองน้ำได้

ฝักบัวเพดานจะคล้ายกับฝักบัวอาบน้ำชนิดก้านแข็ง แต่ต่างกันตรงที่ด้ามของฝักบัวจะถูกติดอยู่บนเพดาน และหน้าของฝักบัวจะอยู่เหนือหัวของเรา ข้อดีของฝักบัวชนิดนี้คือ หน้าฝักบัวใหญ่ และกระแสน้ำจะไหลลงมาในแนวดิ่ง ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเหมือนกำลังอาบสายฝน แต่ข้อเสียก็คงไม่เหมาะกับวันที่เร่งรีบ อย่างเช่นวันที่ไม่ได้ต้องการจะให้ศีรษะเปียกน้ำ

เลือกซื้อฝักบัวทั้งที ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

เลือกซื้อฝักบัวทั้งที ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

 

ในเมื่อทำความรู้จักฝักบัวแต่ละประเภทกันไปแล้ว หลายคนคงพอจะรู้กันแล้วว่าตัวเองเหมาะกับฝักบัวแบบไหนบ้าง และเพื่อให้เราได้ฝักบัวอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราควรพิจารณาตามข้อต่อไปนี้ก่อนการตัดสินใจซื้อด้วย

ฝักบัวตามท้องตลาดที่เราเห็นกันอยู่นั้น นอกจากจะมีหลายประเภทแล้ว ยังมีวัสดุที่หลากหลาย ทำให้มีราคาให้เราเลือกซื้อตามความเหมาะสมได้พอสมควร แต่ข้อนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึกถึงมากที่สุด เพราะหากเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำที่ถูกเกินไป เราอาจได้วัสดุที่ไม่คงทน ใช้ไม่นานก็พัง หรืออาจเกิดอันตรายได้ วัสดุของฝักบัวที่เราเห็นขายกันอยู่ แบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • สแตนเลส : นับว่าเป็นวัสดุที่มีความทนทานมาก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ข้อดีคือให้ความรู้สึกดูดี มีราคา แต่ก็มาพร้อมน้ำหนักที่มากกว่า
  • ทองเหลือง : แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าให้ความรู้สึกที่สวยหรู และที่สำคัญคือทนทานมาก ไม่เป็นสนิมได้ง่าย แต่ก็อย่าลืมว่าพื้นผิวของทองเหลือง เมื่อนานวันเข้าก็สามารถหลุดลอกออกได้
  • พลาสติก : ข้อดีคือราคาถูก น้ำหนักเบา หาซื้อได้ง่าย แต่ข้อเสียก็คือมีความคงทนน้อยกว่าแบบอื่น และผิววัสดุดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไรนัก

ห้องน้ำของเรามีสไตล์เป็นแบบไหน ก็ควรเลือกฝักบัวอาบน้ำที่มีดีไซน์ให้เข้ากัน เช่น หากห้องน้ำเป็นสไตล์มินิมอล อาจเลือกสีและดีไซน์ของฝักบัวที่เรียบ ๆ เช่น สีเงิน สีดำ หรือเลือกแบบที่ไม่มีสายระโยงระยางมากนัก ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นอาจเลือกหัวฝักบัวดีไซน์สี่เหลี่ยม เป็นต้น

เรื่องแรงดันน้ำก็สำคัญ เพราะเราจะอาบน้ำได้สะอาดหรือไม่ ก็อยู่ที่ฝักบัวนี่แหละ บางบ้านก็เจอสายน้ำไหลออกมาเบา หรือแรงดันน้ำไหลออกมาไม่สม่ำเสมอกัน ทำให้บังคับทิศทางเวลาอาบได้ยาก ดังนั้นเราควรดูด้วยว่า ฝักบัวอาบน้ำที่ซื้อมานั้นให้แรงดันน้ำมากแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรไหลแรงเกินจนน้ำทำร้ายผิว อย่างเช่น KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีน นับว่าตอบโจทย์มาก ๆ

  • เทคโนโลยี Atomist™ ทำให้สายน้ำไหลแรง ชุ่มฉ่ำ แต่ยังช่วยประหยัดน้ำ อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่ดีในการอาบน้ำ
  • มั่นใจคุณภาพน้ำด้วยเทคโนโลยี Water-Pure Filter™ ที่ช่วยกรองสารคลอรีนตกค้างคงเหลือในน้ำประปา ลดความเสี่ยงอาการผิวแพ้ ผิวแห้ง ผมเสีย และลดการทำร้ายเกราะป้องกันผิว
  • ดีไซน์เรียบง่าย มินิมอล ทันสมัย ยกระดับความสวยงามของห้องน้ำ
  • การันตีด้วยสองรางวัล Japan Good Design Award 2022 และ รางวัล iF Design Award 2023
  • สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายเพียงหมุนหน้าฝักบัวด้วยมือ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าฝักบัวอาบน้ำเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา มีตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน ทางที่ดีเราควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตประจำวันของเรา และความคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด หากใครที่ชื่นชอบการอาบน้ำอย่างผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกที่มากกว่าแค่ฝักบัว ก็อาจเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำแบบติดตั้งกับเพดาน แต่จะมีราคาที่สูงมาก หรือใครมีงบประหยัด ก็อาจเลือกฝักบัวแบบถืออาบก็เพียงพอแล้ว เพราะราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงพัน อีกทั้งยังมีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

หากเป็นครอบครัวใหญ่ การออกแบบพื้นที่อาบน้ำให้ใช้ได้ทั้งครอบครัวนับเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานฝักบัวอาบน้ำได้อย่างปลอดภัยคือที่แขวนฝักบัว อาจเลือกแบบที่สามารถปรับระดับได้ตามความสูงของผู้ใช้ และสามารถปรับตัวฝักบัวได้แบบ 360 องศา

ข้อนี้ก็นับว่าสำคัญในการเลือกฝักบัวอาบน้ำ เพราะหากเลือกฝักบัวที่มีราคาคุ้มค่ามาแล้ว แต่ไม่มีประสิทธิภาพช่วยประหยัดน้ำ เราคงต้องเสียเงินไปจ่ายค่าน้ำแพง ๆ แน่ ทางที่ดีเราควรเลือกฝักบัวที่ให้น้ำไหลออกมาไม่เกิน 9 ลิตรต่อ 1 นาที ที่แรงดันน้ำ 1 บาร์ อย่าง KUDOS TUBU ฝักบัวกรองคลอรีนนี้ แม้จะให้สายน้ำที่ไหลแรง แต่ก็ช่วยประหยัดน้ำได้ดีมาก โดยให้น้ำไหลที่ 6.1 ลิตรต่อ 1 นาทีเลยทีเดียว

เพียงเท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้หลักการและไอเดียในการเลือกซื้อฝักบัวอาบน้ำกันแล้ว เราควรเลือกฝักบัวอาบน้ำที่ตอบโจทย์กับเรามากที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรคำนึงถึงวัสดุที่แข็งแรงเพื่อให้ใช้งานได้ไปยาว ๆ ที่สำคัญเลยคือต้องตอบโจทย์การอาบน้ำ สายน้ำควรไหลแรง แต่ก็อ่อนโยน และช่วยประหยัดน้ำด้วย

4 เทคนิคขจัดปัญหาเชื้อราในห้องน้ำที่คอยกวนใจ

4 เทคนิคขจัดปัญหาเชื้อราในห้องน้ำที่คอยกวนใจ

เชื่อว่าแม่บ้าน พ่อบ้านหลายคนคงจะต้องปวดหัวกับปัญหาเชื้อราในห้องน้ำเวลาต้องทำความสะอาดห้องน้ำกันอยู่บ่อยครั้ง แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นของที่มาคู่กัน แม้ว่าเราอาจจะป้องกันไม่ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถขจัดมันออกไป รวมถึงลดการเกิดเชื้อราในห้องน้ำ ทำให้กลับมาสะอาดและน่าใช้ขึ้นอีกครั้ง ใครอยากรู้ ติดตามอ่านบทความนี้ให้ดี เรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากกัน

สาเหตุและบริเวณที่เชื้อราเจริญเติบโตในห้องน้ำ

คิดว่าหลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ที่ไหนมีความชื้นและสกปรกมาก ๆ ที่นั่นย่อมมีเชื้อราเจริญเติบโต โดยเฉพาะเชื้อราในห้องน้ำ เพราะเป็นบริเวณที่เราต้องใช้น้ำในการชำระล้างร่างกาย หรือทำธุระส่วนตัวเป็นประจำ บางครั้งก็มีน้ำขัง ไหนจะคราบสบู่ คราบแชมพูต่าง ๆ ที่หมักหมมกัน จึงก่อให้เกิดเชื้อราในห้องน้ำขึ้นมา ซึ่งเชื้อราที่ว่าจะมีลักษณะเป็นสีดำ หากปล่อยไว้นานวันเข้าจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ อาการระคายเคืองที่ดวงตาหรือจมูก รวมถึงอาการตาแดง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น ทั้งนี้อาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำทำให้เสื่อมสภาพไวอีกด้วย ซึ่งเชื้อราในห้องน้ำสามารถพบได้บ่อย ๆ ในบริเวณดังต่อไปนี้

  • พื้นหรือผนังห้องน้ำ : เพราะเป็นบริเวณที่ต้องเปียกอยู่ตลอดเวลา และอาจมีน้ำขัง จนเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา หากปล่อยเอาไว้นานวันเข้า อาจทำให้ยาแนวระหว่างกระเบื้องเสื่อมสภาพเร็วจนต้องเสียเงินเปลี่ยนกันยกใหญ่
  • ฝักบัวและอ่างอาบน้ำ : ฝักบัวเป็นบริเวณที่ต้องมีน้ำไหลผ่านตลอด ลองคิดดูว่าหากเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นโดยที่อาบน้ำในทุก ๆ วัน สิ่งสกปรกจะสัมผัสกับร่างกายของเรามากแค่ไหน ไหนจะยิ่งทำให้ฝักบัวเสื่อมสภาพเร็วอีก อีกจุดหนึ่งก็คือบริเวณอ่างอาบน้ำที่อาจมีน้ำขัง ยิ่งเป็นห้องน้ำที่มีความชื้นมาก จุดนี้ก็นับเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี
  • สุขภัณฑ์ : บริเวณนี้ก็จำเป็นต้องสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา ยิ่งต้องมาเจอกับสิ่งสกปรกเวลาที่เราทำธุระส่วนตัวอีก ทั้งเชื้อรา และเชื้อโรคก็ยิ่งแพร่กระจายเข้าไปใหญ่ หนำซ้ำ หากปล่อยหมักหมมไว้นาน ๆ ยังเป็นการทำลายความสวยงามและประสิทธิภาพของสุขภัณฑ์ลงได้

รวม 4 เทคนิคขจัดเชื้อราในห้องน้ำ

รวม 4 เทคนิคขจัดเชื้อราในห้องน้ำ

 

การทำความสะอาดเชื้อราตั้งแต่เนิ่น ๆ นับเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดการหมักหมมเป็นเชื้อโรคแล้ว ยังทำความสะอาดได้ง่ายกว่าปล่อยให้เป็นคราบฝังแน่น คราวนี้เรามาดูเทคนิคในการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำกันบ้างดีกว่า อุปกรณ์ก็ไม่ใช่ของอื่นของไกล เป็นของที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้านเราทั้งนั้น

วิธีนี้เหมาะสำหรับคราบเชื้อราที่เพิ่งเกิด หรือยังไม่ขยายเป็นบริเวณกว้าง วิธีการคือ ใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่มีเชื้อราออก

น้ำส้มสายชูนับเป็นอุปกรณ์ครอบจักรวาลในงานบ้าน วิธีในการกำจัดเชื้อราในห้องน้ำก็ง่าย ๆ แนะนำให้นำน้ำส้มสายชูมาฉีดพ่นสเปรย์ลงบริเวณที่มีเชื้อรา ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก

วิธีกำจัดเชื้อราในห้องน้ำด้วยเบกกิ้งโซดาทำได้ง่าย ๆ โดยนำไปผสมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วเขย่าจนละลายไปกับน้ำ และฉีดพ่นบริเวณที่มีเชื้อราทิ้งไว้ ไม่ต้องล้างออก

นำผงซักฟอกไปละลายกับน้ำอุ่น จากนั้นใช้ผ้าชุบแล้วนำไปเช็ดบริเวณที่มีเชื้อรา

วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

วิธีป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ

 

วิธีที่จะลดหรือป้องกันเชื้อราในห้องน้ำ ก็คือเราต้องหมั่นสังเกตและทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายไป นอกจากนั้นก็ควรหาทางลดความชื้นในห้องน้ำให้ได้มากที่สุด วิธีการก็ง่าย ๆ ดังนี้

พัดลมดูดอากาศจะช่วยขจัดความชื้นออกไปได้ เราควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการเกิดเชื้อราในห้องน้ำ ทั้งนี้ควรเลือกให้มีขนาดที่พอดีกับขนาดห้อง โดยเลือกจากความสามารถในการระบายอากาศที่มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (CMH) หรือ ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM) หลังจากใช้ห้องน้ำเสร็จแล้ว แนะนำให้เปิดพัดลมดูดอากาศเอาไว้สักพักประมาณครึ่งชั่วโมง ที่สำคัญเมื่อติดตั้งและใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมดูแลเรื่องความสะอาดของพัดลมกันด้วย

สิ่งที่ตามมาหลังจากเราใช้งานสุขภัณฑ์หรืออุปกรณ์อาบน้ำไปสักพัก ก็คืออาจมีจุดน้ำรั่วเกิดขึ้น แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เกิดความชื้น จนกลายเป็นเชื้อราในห้องน้ำได้ ดังนั้นเมื่อเจอจุดรั่ว ก็ควรรีบซ่อมทันที

น้ำที่เกาะอยู่ตามอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ ก็นับเป็นแหล่งสะสมความชื้นจนเพาะเชื้อราในห้องน้ำขึ้นมาได้ ทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำเสร็จ เราควรเช็ดหรือเป่าอุปกรณ์เหล่านี้ให้แห้งอยู่เสมอ แม้จะดูเป็นวิธีที่ยุ่งยากสักหน่อย แต่การทำแบบนี้ เราจะไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดบ่อย ๆ และไม่ต้องเหนื่อยมาขัดถูเชื้อราที่จะเกาะฝังแน่น

อุปกรณ์ในการทำความสะอาดน้ำที่เกาะอยู่ตามกำแพงหรือกระจกที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ ก็คือไม้รีดน้ำ การใช้ไม้รีดน้ำเช็ดน้ำออกหลังใช้ห้องน้ำอยู่เสมอ ช่วยลดความชื้นในห้องน้ำได้ถึง 3 ใน 4 เลยทีเดียว

หากเป็นห้องน้ำใหญ่ และมีความชื้นสูงมาก อาจใช้วิธีเปิดหน้าต่างเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท และมีแสงแดดสาดส่องเข้ามาช่วยลดความชื้นลงไป เท่านี้เราก็ไม่ต้องอยู่กับห้องน้ำที่เปียกชื้น และเชื้อราก็จะไม่ถามหา

และอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดเชื้อราในห้องน้ำได้ในระยะยาวก็คือ การตัดอุปกรณ์ที่จะทำให้เกิดน้ำรั่วออกไป อย่างเช่นสายฉีดชำระโดยเปลี่ยนเป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติแทน อย่าง KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสะอาด สะดวกสบาย และความปลอดภัยโดยเฉพาะ

  • มาพร้อมระบบอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกสบาย ได้ทั้งความสวยงาม และหมดห่วงเรื่องน้ำรั่วซึมจากสายฉีดชำระ เพราะมีทั้งระบบปล่อยน้ำทำความสะอาดอัตโนมัติ ก้านฉีดชำระอัตโนมัติในตัวสามารถปรับความแรงของน้ำได้ 5 ระดับ และอุณหภูมิ 6 ระดับ รวมถึงยังปรับตำแหน่งทำความสะอาดได้อีก 5 ระดับ นอกจากนี้ยังมีโหมดให้เลือกใช้งาน นั่นคือ โหมดทำความสะอาดปกติ หรือโหมดทำความสะอาดพร้อมนวดผ่อนคลาย
  • หัวฉีดชำระและที่นั่งทำจากวัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียหรือเชื้อโรคได้มากถึง 99.9% ลดความถี่ที่ต้องใช้น้ำในการทำความสะอาด
  • มีอุปกรณ์ทำให้แห้ง (Drying Device) มีระบบเป่าลมร้อน
  • มีระบบประหยัดน้ำ ช่วยให้เราควบคุมปริมาณการใช้น้ำในการชำระล้าง หรือทำความสะอาดได้
  • มีรีโมทควบคุมที่ระยะ 5 เมตร รองรับกับทุกขนาดของห้องน้ำ

ปัญหาเชื้อราในห้องน้ำแก้ได้ง่าย ๆ หากเรารู้จักรักษาความสะอาดในห้องน้ำให้ปลอดความชื้น ไม่หมักหมมสิ่งสกปรก หากมีเชื้อราเกิดขึ้นก็ควรหาทางทำความสะอาดในทันที หมั่นตรวจสอบดูจุดรั่วซึมของน้ำ หรือแก้ปัญหาได้โดยใช้สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชันทำความสะอาดในตัว เท่านี้ ห้องน้ำของเราก็จะดูสวยงาม น่าใช้งาน ปัญหาเชื้อราก็ไม่ถามหาแล้ว

รู้จัก ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ สุขภัณฑ์แห่งอนาคตตอบโจทย์กับทุกบ้าน

รู้จัก ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ สุขภัณฑ์แห่งอนาคตตอบโจทย์กับทุกบ้าน

บอกลาปัญหาลืมปิดน้ำจนบิลพุ่งหรือสร้างหายนะจนน้ำท่วมบ้าน ด้วย ‘ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์’ สุขภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับทุกบ้าน !

แต่ก่อนจะเลือกซื้อก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มาติดที่ห้องน้ำของตัวเองนั้น มีรายละเอียดมากมายที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจในสุขภัณฑ์แห่งอนาคตตัวนี้เสียก่อน ในบทความนี้เราจะพูดถึงก๊อกน้ำเซ็นเซอร์อย่างละเอียดให้ฟังกัน

​​ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์คืออะไร

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ คือก๊อกน้ำที่ใช้การเปิดและปิดน้ำอัตโนมัติด้วยเซ็นเซอร์อินฟาเรด แทนวาล์วอนาล็อกแบบที่เราคุ้นเคยกัน เมื่อต้องการใช้งาน เพียงยื่นมือเข้าไปในรัศมีให้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของวัตถุที่อยู่ตรงบริเวณปลายของก๊อก (โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 มิลลิเมตร เรียกว่าเป็น Detection Zone) น้ำก็จะไหลออกมาทันที และจะปิดเองเมื่อไร้วัตถุใด ๆ อยู่ตรงนั้น

ทำความรู้จักแหล่งพลังงานของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ทำงานโดยอาศัยไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงาน โดยจะมีแหล่งจ่ายไฟให้เลือกหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน

1. ระบบแบตเตอรี่ : แหล่งพลังงานที่หลาย ๆ บ้านนิยมใช้ เพราะการทำงานที่ยอดเยี่ยม ถึงขนาดว่าแม้ไฟฟ้าในบ้านจะดับแต่ตัวก๊อกน้ำก็ยังจะทำงานได้อยู่ แถมไม่มีปัญหาเสี่ยง ๆ อย่างการโดนไฟดูดแน่นอน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นแบตเตอรี่เมื่อใช้นาน ๆ ก็มีเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

2. ระบบไฟฟ้า : ถือเป็นระบบที่ง่าย สะดวกสบายมาก เพียงเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้าน และติดตั้งครั้งเดียวก็ไม่ต้องมาเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรอีกเลย ทว่าก็มาพร้อมความเสี่ยงถ้าหากเราติดตั้งระบบสายไฟได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เกิดการรั่วช็อตได้ เพราะฉะนั้นการเดินระบบและเลือกตำแหน่งของปลั๊กเป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

3. ระบบสร้างพลังงานในตัวเอง : แหล่งพลังงานสุดประหยัด ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากการไหลเวียนของน้ำตอนเราใช้ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ถือเป็นระบบที่ดี ถึงแม้จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงหน่อยก็ตาม แต่หักลบค่าไฟที่ถูกกว่าก็ถือว่าคุ้มค่า

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มีอะไรบ้าง

 

ประเภทของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ก็มีให้เลือกเหมือนกับก๊อกน้ำแบบปกติเลย สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงคือ เราต้องการเอาอ่างล้างหน้าไว้ตรงไหน ?

  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดผนัง : การติดตั้งแบบนี้จะช่วยให้เราประหยัดพื้นที่ตรงส่วนของโซนล้างหน้าไปได้เยอะมาก ๆ เพราะว่าก๊อกน้ำเซ็นเซอร์จะลอยอยู่เหนืออ่างเลย แต่ปัญหาก็คือเมื่อไหร่ที่ก๊อกน้ำมีปัญหา นั่นหมายความว่าเราก็ต้องให้ช่างมารื้อเอาก๊อกออกจากผนังเพื่อตรวจสอบ เป็นงานใหญ่เหมือนกัน
  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดเคาน์เตอร์ : เป็นการติดตั้งก๊อกน้ำแบบสุดโมเดิร์นคือ ติดก๊อกอยู่บนเคาน์เตอร์ตรงที่มีแอ่งน้ำอยู่ด้านบน ให้การดีไซน์ที่แปลกตาออกไป สำหรับก๊อกน้ำประเภทนี้มีข้อดีอยู่ตรงที่เป็นก๊อกน้ำที่เหมาะสมกับอ่างล่างหน้าทั้งแบบวางและแบบฝังติดเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นการโชวดีไซน์ให้ห้องน้ำสวยงาม ข้อควรระวังคือก่อนติดตั้งจะต้องเผื่อพื้นที่ของเคาน์เตอร์ให้ดีก่อน เพราะทั้งก๊อกและอ่างต่างใช้พื้นที่ส่วนนี้ร่วมกัน และระวังเรื่องความสูงของก๊อกน้ำที่พอดี ไม่อย่างนั้นจะเกิดข้อเสียน้ำกระเซ็นอย่างไม่เหมาะสมตอนเปิดใช้งาน
  • ก๊อกเซ็นเซอร์ติดอ่างล้างหน้า : เป็น Normal Style ของก๊อกน้ำล้างหน้าทั่วไป ที่ใช้งานได้สะดวกที่สุดเพราะว่าตัวก๊อกอยู่ติดอยู่กับอ่างล้างหน้าเลย ทั้งติดตั้งง่าย และการบำรุงรักษาก็ง่ายอีก สำหรับข้อเสียของก๊อกน้ำประเภทนี้อาจเกิดจากการพฤติกรรมในการใช้งานของแต่ละบุคคล หากคุณเป็นคนที่ชอบก้มหน้าลงอ่างแบบลึก ๆ เพื่อล้างหน้าหรือบ้วนปาก ด้วยตำแหน่งของก๊อกน้ำประเภทนี้ที่ส่วนยื่นของก๊อกอยู่ใกล้กับอ่างล้างหน้าค่อนข้างมาก อาจทำให้เกิดอันตรายจากการกระแทกเข้ากับศีรษะหรือใบหน้าได้

ประโยชน์ดี ๆ ของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

ประโยชน์ดี ๆ ของก๊อกน้ำเซ็นเซอร์

 

เป็นนวัตกรรมสุขภัณฑ์แห่งอนาคตทั้งที ก็เรียกว่าถูกพัฒนาจนมีข้อดีเยอะแยะไปหมด ตั้งแต่ประหยัดน้ำจนไปจนถึงสุขภัณฑ์ตกแต่งให้ห้องน้ำน่าใช้ขึ้นไปอีกระดับ

หมดกังวลกับปัญหาการหมุนวาล์วไม่ถูก หรือกำลังหมุนที่ไม่มากพอจนน้ำไม่ไหลออกมา เพราะก๊อกแบบเซ็นเซอร์ใช้วิธีเปิด-ปิดน้ำแบบสากลเดียวกัน เพียงยื่นมือเข้าหาเซ็นเซอร์อินฟาเรดของก๊อก แล้วเอามือออกเมื่อใช้งานเสร็จ จบ

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ไม่มีวาล์วเปิด-ปิดน้ำที่คนในบ้านต้องใช้จับผ่านมือร่วมกันตลอด จึงทำให้ขจัดปัญหาการส่งต่อเชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ สร้างสุขอนามัยที่ดีกว่ามาก ๆ เลยทีเดียว

เข้าใจว่าทุกคนจะมีวันเบลอ ๆ จากการทำหลายสิ่งหลายอย่างจนเผลอเปิดก๊อกน้ำแล้วลืมปิด ! เช็กบิลค่าน้ำปลายเดือนทีลมแทบจับ ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์จะเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ในจุดนั้นแบบ 100% ทั้งยังช่วยให้ประหยัดค่าน้ำขึ้นไปอีกขั้นด้วยการจ่ายปริมาณที่พอดีในแต่ละครั้งอีกด้วย

นอกจากจะติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ก็ดูแลรักษาง่ายกว่าก๊อกปกติทั่วไป ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ หากอยากให้ก๊อกดูใหม่ เพียงแค่ใช้ผ้านุ่ม ๆ หมั่นเช็ดเบา ๆ อยู่เสมอ และพยายามอย่าให้สัมผัสกับของเหลวที่มีความเป็นกรดเท่านั้นก็พอ

ขึ้นชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำแห่งอนาคต ทำให้ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์มาด้วยรูปทรงเก๋ ๆ ไม่ต่างกับเป็นของแต่งห้องน้ำชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้งานได้จริง แค่ไม่มีส่วนที่เป็นวาล์วน้ำยื่นออกมาก็เรียกว่าโมเดิร์นมาก ๆ แล้ว

ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ไม่ได้แค่ตอบโจทย์กับการใช้งานของผู้คนในยุคนี้ที่ต้องระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ แต่ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ช่วยให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้นมากจริง ๆ เพราะฉะนั้นหากใครก็ตามที่กำลังเลอยู่ว่าจะซื้อก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ตัวไหนดี ลองดู ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ของ KUDOS กันดีกว่า 

KUDOS ก็อกน้ำเซ็นเซอร์ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ด้วยพลังงานธรรมชาติ ก๊อกน้ำที่ติดตั้งง่ายไม่ต้องเดินสายไฟกับคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ยุ่งยาก เพราะก๊อกน้ำตัวนี้สร้างกระแสไฟฟ้าด้วยตัวเองผ่านพลังงานของน้ำ มาพร้อมด้วยเซ็นเซอร์เปิด-ปิดน้ำอัตโนมัติจากพลังงานธรรมชาติที่เรียกว่า New Energy Resources Integrate Sensor Tap ซึ่งได้มาตรฐานระดับสากลด้วยการทดสอบจากแล็บที่ประเทศสิงคโปร์ เรียกว่าเป็นทางเลือกของสายประหยัด

1. ประหยัดน้ำ-ด้วยอัตราการปล่อยน้ำ (Flow Rate) ที่ 1.8 ลิตร/นาที

2. ประหยัดไฟ-เพราะไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ และแน่นอนว่านี่คือก๊อกน้ำของคนที่ต้องการติดตั้งทีเดียวแล้วใช้งานคงทนยาว ๆ เพราะก๊อกน้ำของ KUDOS ตัวนี้สามารถใช้ได้ยาวนานกว่า 500,000 ครั้ง⁣เลยทีเดียว 

หากมีก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ของ KUDOS ติดบ้านไว้ล่ะก็ การใช้ชีวิตจะสะดวกสบายและง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

6 วิธีแก้ไขปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

6 วิธีแก้ไขปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

หนึ่งในปัญหาโลกแตกของห้องน้ำทุกบ้านคือปัญหา ‘ส้วมตัน’ ฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งนี้ได้ถ้าหากรู้ว่าระบบสุขภัณฑ์ของเราทำงานอย่างไร แถมเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถวิเคราะห์และหาสาเหตุเบื้องต้นด้วยตัวเอง พร้อมแก้ให้ถูกจุดได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดส้วมตัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดส้วมตัน

ปัญหายอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่มักทำให้ส้วมที่บ้านตันเสมอเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ท่อระบายอากาศ’ สิ่งนี้คือตัวช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาของอากาศไหลย้อนเวลากดชักโครก แถมยังเป็นตัวช่วยระบายน้ำและปฏิกูลต่าง ๆ ให้ไหลลงไปได้ง่าย ๆ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปตัว T อยู่ต่อจากท่อน้ำทิ้งสุขภัณฑ์และถังบำบัดน้ำเสีย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ถ้ามีอะไรไปอุดไว้ที่ส่วนของปลายท่อ หรือเราต่อท่ออากาศต่ำจนเกินไป ท่ออากาศก็จะไม่สามารถระบายและทำให้เกิดการส้วมตันได้ในที่สุด

วิธีแก้ปัญหา : อย่างแรกเลยให้ติดตั้งท่อระบายอากาศใหม่ในระดับที่สูงกว่า 1.50 เมตร หรือสูงเกินหลังคาบ้านขึ้นไปจะดีที่สุด และเมื่อไหร่ที่ท่อระบายอากาศอุดตันด้วยขยะ ดิน หรืออื่น ๆ ให้งัดเอาสิ่งเหล่านั้นออกทันที แล้วก็หาตาข่ายมาหุ้มที่ปลายท่อไม่ให้มีอะไรเข้าไปได้อีก

ปัญหาส้วมตันที่เกิดจากบ่อเกรอะ อันเป็นส่วนรองรับน้ำจากสุขภัณฑ์นั้นมีหลายอย่าง เช่น ระดับท่อระบายน้ำจากบ่อเกรอะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าท่อระบายน้ำสาธารณะ ส่งผลให้เมื่อไหร่ที่ระดับน้ำในท่อสาธารณะสูงขึ้น บ่อเกรอะก็จะระบายได้ช้าลง ไม่เท่านั้นยังมีปัญหาจากแรงดันน้ำต้านกลับจนน้ำไหลย้อนเข้าสู่บ่อเกรอะ ทำให้แรงดูดของชักโครกลดต่ำจนไม่สามารถชำระล้างโถสุขภัณฑ์ได้ดีเหมือนเดิม หรือยังมีเหตุการณ์อย่างสภาพอากาศไม่เป็นใจ ฝนตกหนักสร้างน้ำท่วมขัง จนน้ำค้างในท่อระบายของบ่อเกรอะอีก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าท่อน้ำทิ้งคือสิ่งที่รองรับน้ำมาจากโถสุขภัณฑ์โดยตรงก่อนที่จะส่งต่อไปยังบ่อเกรอะเพื่อระบายสู่พื้นดินหรือแหล่งน้ำสาธารณะต่อไป สิ่งที่ทำให้ท่อน้ำทิ้งเป็นปัญหาสำหรับการส้วมตันคือ พฤติกรรมการใช้งานของคนในบ้าน เช่น ทิ้งทิชชู่ ผ้าอนามัย กระจุกม้วนผม หรืออื่น ๆ ลงในชักโครกก็จะส่งผลให้ท่อน้ำไม่สามารถระบายได้ แถมยังทำให้ชักโครกกดไม่ลงอีกต่างหาก

การเลือกสุขภัณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจและลงรายละเอียดเสมอ ไม่อย่างนั้นจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ไม่มีสุขกลับมาได้ ง่าย ๆ เลย เราควรเลือกชักโครกที่ได้มาตรฐาน ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เข้ากับสรีระของร่างกาย และออกแบบการไหลเวียนของน้ำไปจนถึงสร้างปริมาณน้ำในการกดชำระแต่ละครั้งได้อย่างเหมาะสม และก็ต้องทำมาจากวัสดุที่แข็งแรงไม่ผุกร่อนหรือขึ้นสนิมได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สุขภัณฑ์ที่ดีก็ช่วยแก้ปัญหาส้วมตันในเบื้องต้นได้แล้ว

6 วิธีแก้ปัญหาส้วมตันง่าย ๆ แบบไม่ง้อช่าง

วิธีแก้ปัญหาส้วมตัน

 

เมื่อส้วมตันเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเรียกช่างเสมอไป เพราะวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นนั้นง่ายแสนง่าย ด้วยของใช้ที่สามารถหาได้ในบ้าน

เพียงต้มน้ำให้ร้อนแล้วจัดการเทลงชักโครกเป็นปริมาณ 1-2 ลิตร (หรือบางสูตรก็ 10 – 12 ถ้วยตวง) และให้เว้นช่วงในแต่ละครั้งประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้น้ำร้อนเข้าไปขจัดคราบไขมันที่เกาะติดอยู่ตามท่อระบายน้ำ จากนั้นจึงกดชักโครกตามปกติ แต่ข้อควรระวังคืออย่าต้มน้ำจนถึงขั้นจุดเดือดร้อนจัด ๆ เพราะจะทำให้ชักโครกชำรุดและแตกร้าวได้ในที่สุด

วิธีใช้น้ำยาล้างจานเพื่อขจัดปัญหาส้วมตันทำได้โดยบีบน้ำยาประมาณ 1 ฝา ลงในชักโครก แล้วรอเวลา 15-20 นาที จากนั้นราดน้ำร้อนตามลงไปเพื่อให้สามารถทำลายคราบไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เท่านี้น้ำยาล้างจานก็จะเข้าไปจับกับคราบไขมันรอบท่อที่อุดตันอยู่ ให้ระบายออกไปได้อย่างง่ายดายในที่สุด

เมื่อส้วมของคุณตันเพราะมีสิ่งไม่พึงประสงค์เข้าไปอุดตัน ไม่ว่าจะทิชชู่ ผ้านามัย หรืออะไรก็ตาม ไม้แขวนเสื้อนี่ล่ะที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด หยิบไม้แขวนเสื้อขึ้นมาดัดให้มีมุมประมาณ 90 องศาจนลักษณะเหมือนตะขอ แล้วสอดเข้าไปในชักโครกเพื่อเกี่ยวสิ่งที่อุดตันส้วมเหล่านั้นออกมา

อุปกรณ์ยอดฮิตติดห้องน้ำของชาวส้วมตัน ที่หาซื้อได้ง่ายทั่วไป วิธีการใช้เพียงนำลูกยางปั๊มลมกดเข้าไปที่ท่อของชักโครก แล้วออกแรงปั๊มขึ้นลงหลาย ๆ ครั้ง ความยืดหยุ่นของยางจะเพิ่มแรงดันอากาศให้ลูกยางจนสามารถดึงและดันอะไรก็ตามที่กำลังอุดตันชักโครกให้หลุดออกไปได้ แล้วน้ำก็กลับมาระบายปกติอีกครั้ง

อีกวิธียอดฮิตของการขจัดปัญหาส้วมตันของพ่อบ้านและแม่บ้านคือการใช้ ‘น้ำส้มสายชู’ คู่กับ ‘เบกกิ้งโซดา’ โดยเริ่มจากเทเบกกิ้งโซดาลงไปก่อน แล้วจึงราดน้ำส้มสายชูตามอีกประมาณ 8 ช้อนโต๊ะ (หรือครึ่งถ้วยตวง) รอประมาณ 15 นาที แล้วจึงกดชักโครก จากนั้นจัดการเอาน้ำร้อนราดลงไปอีกที รอประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงกดชักโครกซ้ำลงไปอีกที ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยขจัดคราบฝังแน่นพร้อมกับทำให้สิ่งปฏิกูลหลุดออกไป จึงทำให้ทั้ง 2 อุปกรณ์นี้ถูกนำมาใช้ในการขจัดปัญหาส้วมตันเสมอ

วิธีสุดท้ายคือการเลือกผลิตภัณฑ์ขจัดปัญหาท่อตันโดยตรงไปเลย ทั้งสะดวก ง่าย ประหยัดเวลา อเนกประสงค์ และได้ผลจริงอย่างแน่นอน วิธีการใช้หลัก ๆ ก็แค่เพียงเทน้ำยาลงชักโครกทิ้งเอาไว้ประมาณ 30-40 นาที ก่อนที่สุดท้ายจะกดชักโครกเพื่อให้น้ำยาทำหน้าที่ขจัดสิ่งที่อุดตันออกไปตามท่อ แต่น้ำยาเหล่านี้ค่อนข้างเป็นสารเคมีอันตราย เวลาใช้อย่าลืมสวมถุงมือและระวังอย่าให้โดนผิวหนังด้วยล่ะ

สุขภัณฑ์ถือเป็นสิ่งหนึ่งในห้องน้ำที่ต้องให้ความใส่ใจในการเลือก และให้เวลาในการดูแลรักษาเสมอ เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นมามันจะไม่ใช่แค่เรื่องของส้วมตันจนส่งให้เกิดภาพไม่พึงประสงค์ต่อห้องน้ำ แต่ยังหมายถึงระบบท่อน้ำทิ้งและอื่น ๆ มีปัญหาด้วย

การเลือกสุขภัณฑ์ที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยไมให้ปัญหากวนใจเกิดขึ้น อย่างเช่น  KUDOS Intelligent Toilet สุขภัณฑ์อัตโนมัติ สุขภัณฑ์คุณภาพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในบ้าน 

  • เริ่มต้นกันที่ก้านฉีดอัตโนมัติปรับระดับน้ำได้หลายระดับ พร้อมประสิทธิภาพในการชำระล้างสูง
  • แล้วตัวหัวฉีดทาง Kudos ใช้วัสดุที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค ป้องกันเชื้อโรคได้มากถึง 99.9% ไม่เท่านั้น มีระบบเป่าลมแห้งให้ไม่ต้องเปลืองกระดาษชำระกันอีกต่อไป
  • นอกจากนั้นยังเสริมความรีแลกซ์ และรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้นั่งด้วยระบบ Instant Heating ให้ฝารองอุ่นสบาย ใครที่มีปัญหานั่งแล้วสะดุ้ง นั่งทำธุระเเล้วหนาว บอกเลยว่าตอบโจทย์

และหลาย ๆ คนอาจจะกังวลกับโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หายห่วง เพราะ KUDOS Intelligent Toilet มีระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วที่เราสามารถเลือกตำแหน่งติดตั้งได้เอง เป็นระบบป้องกันไฟรั่วความยาว 1.5 เมตร พร้อมสวิตช์ป้องกันไฟรั่ว 10 มิลลิแอมป์ พร้อมฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมายที่ให้ชีวิตในห้องน้ำง่ายขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะระบบขจัดกลิ่น หรือ ระบบประหยัดน้ำ เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับวิธีแก้ปัญหาส้วมตันที่เรานำมาฝาก ทำตามกันได้ง่าย ๆ เลยใช่ไหมทุกคน ท้ายที่สุดปัญหาส้วนตันนั้นสามารถป้องกันได้ง่าย ๆ โดยการปรับพฤติกรรมในการใช้ห้องน้ำ ไม่ทิ้งเศษขยะลงในโถสุขภัณฑ์ เพื่อเลี่ยงปัญหาการอุดตัน เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาส้วมตันมาคอยกวนใจอีกต่อไป

มัดรวม 5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ตรงใจ ใช้งานได้จริง

มัดรวม 5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ตรงใจ ใช้งานได้จริง

ปฎิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับห้องน้ำ และเราใช้กันมากที่สุดคือ ‘ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า’ ตื่นเช้ามาแปรงฟันก็ต้องใช้ ออกไปข้างนอกกลับมาก็ต้องใช้ หรือแม้กระทั่งเข้าครัวทำอาหารก็ยังต้องใช้เช่นกัน

สิ่งที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อนคือ ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้ามีวิธีการเลือกอยู่หลายแบบ และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของผู้ใช้งาน บทความนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับการเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าให้ถูกใจทุกคนในบ้านกัน

ทำความรู้จักกับประเภทของก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

ประเภทของก๊อกน้ำสำหรับใช้ล้างหน้านั้นจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน โดยแบ่งประเภทตามฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกันออกไปตามนี้

  • ก๊อกน้ำเดี่ยว : ก๊อกน้ำที่มีทางเข้าทางเดียวสำหรับเปิดใช้น้ำอุณหภูมิปกติเพียงเท่านั้น
  • ก๊อกน้ำเดี่ยวผสม : ก๊อกน้ำที่อัพเกรดฟังก์ชันให้สามารถใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นในก๊อกเดียวกัน และนั่นหมายความว่าวาล์วสำหรับเปิด-ปิดน้ำก็มีแค่อันเดียวเหมือนกัน (เรียกง่าย ๆ ว่าหน้าตาเหมือนก๊อกน้ำเดี่ยวทุกประการ) โดยจะใช้วิธีสวิตช์อุณหภูมิของน้ำโดยการโยกวาล์วเปิด-ปิดน้ำไปทางซ้ายกับขวาเพื่อเลือกใช้น้ำร้อน , น้ำเย็นหรือผสมกันเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ นั่นทำให้ก๊อกชนิดนี้ต้องใช้เครื่องทำน้ำร้อนเดินท่อน้ำร้อนมาที่ส่วนหัวของก๊อก
  • ก๊อกน้ำคู่ผสม : ก๊อกน้ำที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นเหมือนกัน แต่ที่ต่างออกไปคือ ก๊อกน้ำรูปแบบนี้มีทางเข้าน้ำ 2 ทาง จากวาล์วน้ำ 2 ตัว ที่แบ่งน้ำร้อนกับน้ำเย็นแยกจากกันไปเลย

ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

 

หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาจดเช็กลิสต์ให้ดี เพราะหัวข้อนี้คือคุณสมบัติของก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

  • ต้องเคลือบด้วยโครเมียม หรือ ทำมาจากทองเหลือง : เพราะก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่โดนน้ำแทบจะตลอดเวลา อย่างแรกสุดที่ผู้ใช้ควรต้องคำนึงถึงคือ วัสดุอะไรที่จะสามารถชะลอการเกิดสนิมและผุกร่อนจากน้ำได้ ซึ่งก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่ดีควรทำมาจากการเคลือบโครเมียม นอกจากความหรูหราแล้ว ยังทนต่อการผุกร่อนและสนิมมาก ๆ หรือเลือกใช้แบบทองเหลืองที่ไม่เป็นสนิม ทั้งยังทนต่อสภาพอากาศ แถมทนทานได้ยิ่งดี
  • เช็กว่ามีซีลยางเสมอ : หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทุกคนไม่อยากเจอกับก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าที่บ้านของตัวเองคือ ‘น้ำรั่ว’ และสาเหตุที่น้ำมีการรั่วซึมนั้นเป็นเพราะซีลยางในตัวก๊อกน้ำไม่ได้คุณภาพจนเกิดการขาดเมื่อใช้งานมาในระยะเวลาหนึ่ง นอกจากจะต้องเช็กว่ามีซีลยางอยู่ในก๊อกมั้ย ต้องเลือกแบบที่มีคุณภาพใส่เข้าไปด้วย
  • เลือกก๊อกน้ำแบบที่มีระบบเปิด-ปิด รอบเดียว : เพื่อช่วยให้ประหยัดบิลค่าน้ำในแต่ละเดือน แนะนำให้เลือกก๊อกน้ำที่เป็นระบบเปิด-ปิดแบบรอบเดียว

5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

5 วิธีเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงเมื่อรู้แล้วว่าเราอยากได้ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าแบบไหนในบ้าน ก็คือ อ่างล้างหน้าที่เราเลือกซัพพอร์ตกับการติดตั้งแบบไหน ซึ่งหลัก ๆ แล้วการติดตั้งก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ

1. ก๊อกน้ำแบบติดฝังผนัง : เหมาะสำหรับอ่างล้างหน้าประเภทที่ไม่ได้วางอยู่บนเคาน์เตอร์และไม่มีรูก๊อกน้ำ ทำให้เราสามารถติดตั้งก๊อกฝังเข้าผนังเลือกตำแหน่งได้ค่อนข้างอิสระกว่าแบบอื่น แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าเมื่อไหร่ที่ชำรุดขึ้นมา ก็อาจถึงขั้นต้องรื้อกระเบื้องออกมาทั้งยวงเลยทีเดียว

2. ก๊อกน้ำแบบติดตั้งบนเคาน์เตอร์ : ในกรณีที่อ่างล้างหน้าวางอยู่บนเคาน์เตอร์ การติดตั้งก๊อกน้ำที่เหมาะสมก็คือ วางหรือฝังอยู่บนเคาน์เตอร์ โดยให้เลือกก๊อกน้ำที่เป็นทรงสูงเพราะสรีระของก๊อกน้ำชนิดนี้จะใช้งานได้ตอบโจทย์กับอ่างล้างหน้าพอดี

3. ก๊อกน้ำแบบติดตั้งบนอ่างล้างหน้า : ก๊อกน้ำในข้อนี้จะเหมาะกับอ่างน้ำที่มีรูสำหรับต่อก๊อกน้ำได้ และนิยมใช้เป็นก๊อกน้ำเดี่ยว

อย่างที่เราบอกไปในข้อก่อนหน้าว่าก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นสิ่งที่ต้องทำงานกับน้ำทุกวัน เพราะฉะนั้นวิธีการเลือกวัสดุของก๊อกน้ำก็มีหลักการคิดเพียงอย่างเดียวคือ ต้องทนทาน ผุกร่อนช้า และไม่เป็นสนิม หลัก ๆ ก๊อกน้ำจะมีวัสดุให้เลือกอยู่ 3 ชนิดเหมือนกัน คือ ‘พลาสติก’ ที่ราคาถูกที่สุดแต่ก็ต้องอาศัยการดูแลเป็นอย่างมากเพื่อให้สามารถใช้ได้นาน ‘สแตนเลส’ ก๊อกน้ำที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนความร้อนจัดและเย็นจัดของก๊อกน้ำแบบผสมได้ดี แต่ที่ดีที่สุดคือ ‘ทองเหลืองเคลือบโครเมียม’ ที่นอกจากจะให้ความหรูหรามากที่สุดแล้ว ยังป้องกันสนิมได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

เพราะห้องน้ำถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้เราได้ผ่อนคลายมากที่สุดของบ้าน การเลือกก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าโดยผ่านกระบวนการดีไซน์ตกแต่งห้องน้ำให้สวยงาม เข้าธีม ก็ช่วยเพิ่มความสบายใจในการเข้าห้องน้ำมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ถ้าเราเลือกแต่งห้องน้ำสไตล์มินิมอล คลีน ๆ เรียบ ๆ ก็อาจจะเลือกก๊อกน้ำที่ไม่มีส่วนยื่นออกมาเยอะ ก๊อกน้ำเดี่ยวก็ดูจะเหมาะสมที่สุด หรือหากตกแต่งที่สไตล์ที่หรูหรา ก็ลองเลือกก๊อกน้ำที่ชุบโครเมียมมีความแวววาว เปล่งประกายทำให้ตัวห้องน้ำเฉิดฉายดูก็ดูน่าสนใจ ที่สำคัญอย่าลืมว่าฟังก์ชันต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้าสวยแต่ใช้งานไม่ได้จริงก็ไม่มีประโยชน์อะไร

การเลือกก๊อกน้ำจากระบบเปิด-ปิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าแต่ละคนมีความถนัดในการใช้ไม่เหมือนกัน และก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันแทบทุกวันอยู่แล้ว ยิ่งในยุคที่ต้องล้างมือบ่อยแบบนี้ ไปทำความรู้จักกันดีกว่าว่ามีระบบแบบไหนบ้าง

1. ระบบหมุนวาล์ว : ระบบดั้งเดิมที่หลัง ๆ ไม่น่ามีบ้านไหนใช้เท่าไหร่แล้ว นอกจากข้อดีที่ว่าราคาถูก ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องใช้แรงในการหมุนเปิด-ปิดวาล์วทำให้ชีวิตไม่ค่อยสะดวกนัก 

2. ระบบก้านโยก : เป็นระบบที่ตอนนี้ใครก็ใช้ เพราะประหยัดแรงไปได้เยอะ เพียงโยกวาล์วขึ้นลงเบา ๆ ก็สามารถเปิด-ปิดน้ำได้อย่างง่ายดาย

3. ระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ : ก๊อกน้ำแห่งอนาคตที่มือของเราไม่ต้องสัมผัสกับวาล์วอีกต่อไป เพียงแค่ยื่นมือไปตรงบริเวณหัวก๊อกน้ำก็จะไหลออกมาอัตโนมัติ ป้องกันการสะสมของเชื้อโรคผ่านวาล์วน้ำได้แบบ 100% เลยด้วย

ในข้อสุดท้ายให้ถามหรือสังเกตพฤติกรรมของคนในบ้าน ว่าทุกคนชอบล้างมือ ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือว่าน้ำอุณหภูมิปกติก็เพียงพอแล้ว นั่นจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าจะเลือก ‘ก๊อกเดี่ยว’ ที่มีเพียวน้ำอุณหภูมิปกติ หรือว่า ‘ก๊อกผสม’ ที่สามารถเลือกได้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็น

วิธีดูแลรักษาก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

วิธีดูแลรักษาก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า

 

ไม่ว่าจะก๊อกน้ำที่ทำจากวัสดุอย่างดีหรือเป็นแบบประหยัดงบ อย่างไรก็ต้องได้รับการดูแลรักษาจากผู้ใช้เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามอายุขัย ทั้งป้องกันรอยขีดข่วนให้ดูใหม่เสมอ ไปจนถึงป้องกันการผุกร่อน

สิ่งที่คนใช้ก๊อกทองเหลืองจะเจอเหมือนกันคือเมื่อใช้สักระยะเวลาหนึ่งจะเกิดความหมองที่ไม่ได้แวววาวเหมือนวันแรก ๆ แถมยังเกิดคราบเขียวเหมือนตะไคร้เมื่อสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานาน ๆ อีกด้วย วิธีรีเฟรชก๊อกชนิดนี้ก็ไม่ยาก และมีให้เลือกด้วยกันถึง 2 วิธี

1. หัวหอม : เพียงเราเอาหัวหอมไปต้มในน้ำเดือด ปล่อยให้น้ำกลับสู่อุณหภูมิปกติ แล้วเอาน้ำต้มหัวหอมชุบผ้าเช็ดก็ช่วยทำให้กลับมาวาวอีกครั้ง

2. มะขามเปียก : เรียกว่าเป็นภูมิปัญญาโบราณของไทยที่ใช้มะขามเปียกขัดถูเครื่องเรือนที่ทำมาจากทองเหลืองในอดีต  เพราะว่ามะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ สามารถขจัดคราบสนิมโดยไม่ทำลายเนื้อผิว วิธีการเพียงแค่เราเอามะขามเปียกชโลมให้ทั่วตัวก๊อก หมักทิ้งไว้สักพัก แล้วนำฟองน้ำเช็ดออกจนสะอาด

ก๊อกน้ำที่ทำมาจากโลหะพอใช้นาน ๆ เข้าจะเกิดคราบขาวขุ่นมัวหมองอันเป็นผลมาจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เราสามารถดูแลให้ก๊อกน้ำประเภทนี้กลับมาใสเหมือนใหม่ได้ด้วยวัตถุดิบ 2 แบบ

1. น้ำส้มสายชู : นวัตกรรมสุดเรียบง่ายที่จะไม่ทำให้ก๊อกของทุกคนเป็นรอย เพียงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเช็ดให้ทั่ว คราบขุ่นมัวที่ว่าก็จะหายไปเลย

2. มะนาวและเกลือ : วิธีการนี้จะช่วยคลีนคราบที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เพียงฝานมะนาวออกเป็นซีก แล้วเอาไปจุ่มกับเกลือแบบละเอียดถูให้ทั่วก๊อกน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะได้ก๊อกน้ำสแตนเลสที่เหมือนใหม่คืนมา 

จะเห็นว่าก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าเป็นอุปกรณ์สุขภัณฑ์ที่จำเป็นต้องได้รับการใส่ใจมาก ยิ่งเราอยู่ในยุคที่ต้องล้างมือกันแทบจะตลอดเวลาแบบนี้ การเลือกก๊อกน้ำจึงไม่ใช่แค่เลือกตามความชอบอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องสามารถใช้งานได้จริงด้วย และถ้าใครกำลังมองหาก๊อกเดี่ยวดี ๆ ติดตั้งที่บ้านสักตัวล่ะก็ KUDOS ก๊อกเดี่ยวน้ำเย็นอ่างล้างหน้าก้านโยก รุ่น FB104 (สีโครเมียม) ก็เป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ ไม่ใช่แค่วัสดุคุณภาพสูงที่ให้เราใช้งานได้แบบยาว ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหมองเพราะรอยขีดข่วนอย่างรวดเร็ว ยังมาพร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดน้ำอันยอดเยี่ยม การไหลของน้ำอยู่ที่ 6 ลิตร/นาที นอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำแล้ว ยังยืดการใช้งานให้นานกว่าอีกด้วย

ขี้ลืม แก้ยังไงดี บทความนี้มีคำตอบ

ขี้ลืม แก้ยังไงดี บทความนี้มีคำตอบ

ในเช้าวันเร่งรีบ กำลังจะออกจากบ้านอยู่แล้ว แต่ดันลืมกุญแจรถไว้ในบ้านที่เผลอล็อกไปแล้ว หรือว่าไปถึงหน้าออฟฟิศแล้ว แต่ลืมบัตรพนักงานไว้ที่รถ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่เคยเจอกับอาการขี้หลงขึ้ลืมแบบนี้ บางทีก็สร้างความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตมากจนบางครั้งอาจถูกล้อว่า ‘ขี้ลืมขนาดนี้ เป็นอัลไซเมอร์เหรอ’


แต่เดี๋ยวก่อน อาการขี้ลืม กับ โรคอัลไซเมอร์ ไม่เหมือนกัน เพราะอาการขี้ลืมเกิดจากการที่เราไม่ได้โฟกัสกับสิ่งนั้นมากพอ ถ้าจะให้นึกก็พอนึกออก ขณะที่โรคอัลไซเมอร์จะมาจากความผิดปกติของสมอง มีความรุนแรง 4 ระดับ อาการคือ มีอารมณ์แปรปรวน จำเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ถามถึงสิ่งเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งโรคนี้จำเป็นต้องพบแพทย์ สรุปง่าย ๆ อาการที่ลืมสิ่งของ ลืมว่าทำบางอย่างไปหรือยัง ยังคงเป็นแค่อาการขี้ลืมปกติที่ใคร ๆ ก็เป็นกันได้ เกิดได้ทุกช่วงวัย

สาเหตุของอาการขี้ลืม เกิดขึ้นได้จากอะไร

สาเหตุของอาการขี้ลืม เกิดขึ้นได้จากอะไร

 

อาการขี้ลืม โดยปกติสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่ก่อนหน้านั้นเราจะต้องรู้สาเหตุก่อนว่าต้นตอของความขี้ลืมมาจากอะไรบ้าง

  • ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน : ยุคนี้สมัยนี้เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด เราจำเป็นต้องทำหลายอย่างในเวลาพร้อมกันจนไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากพอ และสมองของเราก็ยังไม่ทันได้จดจำสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยซ้ำ คำถามที่มักตามมาคือ “เอ๊ะ เมื่อกี้เราทำอะไรไปนะ” หรือ “เอ๊ะ เมื่อกี้เราทำอันนี้แล้วหรือยังนะ”
  • ความเครียด : ความเครียดรวมถึงความรู้สึกด้านลบทำให้สมองของเราทำงานหนักจนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าได้ดีเท่าที่ควร สมองที่ขาดประสิทธิภาพ นอกจากจะทำให้มีอาการขี้ลืมแล้ว บางครั้งก็ส่งผลให้เราเกิดอาการนอนไม่หลับอีกด้วย
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป : เคยไหมเวลาที่เราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป พอสร่าง เรากลับจดจำช่วงเวลาตอนที่กำลังมึนเมาไม่ได้ นั่นเป็นเพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ทำให้จดจำเรื่องในระยะสั้น ๆ ไม่ได้
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : เวลาที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองของเราจะทำงานหนักเกินไปจนไม่มีสมาธิ มึนเบลอ จดจำเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ดี การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ นอกจากจะมาจากการนอนหลับที่น้อยเกินไป ยังอาจมาจากการที่เราเครียด หรือร่างกายเหนื่อยสะสมด้วย
  • การกินยาบางชนิด : ยาบางชนิด เช่น ยาระงับประสาท ยาลดไขมันในเลือด ยาโรคภูมิแพ้ ยาโรคหัวใจ จัดเป็นยาในกลุ่มแอนตี้โคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) ซึ่งจะมีผลกระทบเข้าไปขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทด้านความทรงจำ

วิธีแก้ไขอาการขี้ลืม

วิธีแก้ไขอาการขี้ลืม

 

ในเมื่อรู้ถึงสาเหตุของอาการขี้ลืมกันแล้ว ต่อมาก็ต้องมาหาแนวทางแก้ไขให้ถูกต้องกันดีกว่า

แม้ทุกวันนี้เราจะหันมาใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตที่สะดวกในการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยปลายนิ้วมากขึ้นจนการจดบันทึกบนกระดาษมีบทบาทน้อยลงไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่เราได้จดถือเป็นการย้ำเตือนความทรงจำได้ดี หากฝึกจดสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ เท่านี้ก็คงพอช่วยลดความผิดพลาดจากอาการขี้ลืมลงได้แล้ว

จากสาเหตุข้างต้น ทำให้เราทราบกันแล้วว่า การทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันเป็นต้นตอของอาการขี้ลืม ดังนั้นหากเราเป็นคนขี้ลืมมาก ๆ อยากให้ทุกคนลองใช้ชีวิตที่ช้าลงอีกสักนิด ให้สมองของเราได้จดจ่อกับอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเต็มที่ แม้จะช้าลงหน่อย แต่ก็ดีกว่าทำให้เราลืมจนพลาดเรื่องสำคัญ

เพื่อให้สมองได้มีโอกาสพักจากการใช้งานหนัก วิธีที่เราทำได้ง่าย ๆ คือหันมาใส่ใจสุขภาพให้ร่างกายมีเวลาปิดสวิตช์กันบ้าง ทางที่ดีเราควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง แต่หากใครมีปัญหานอนไม่หลับ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างตรงจุด 

อาการลืมสิ่งของมักเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับคนขี้ลืม ทางแก้ก็คือจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ จัดให้เป็นหมวดหมู่ เท่านี้ เวลาที่เราต้องหาของก็จะได้รู้ว่าควรไปหาจากตรงไหน เช่น กุญแจบ้าน หรือกุญแจรถ ที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ อาจหาตะกร้าใบเล็กมาใส่ แล้ววางไว้ในที่ที่เราสังเกตเห็นได้ง่าย


หรือจะลองอีกวิธีหนึ่งสำหรับคนที่อยากตัดปัญหาการลืมกุญแจบ้าน หากุญแจบ้านไม่เจอ จะเข้าจะออกทีก็แสนจะวุ่นวาย ยิ่งเวลารีบ ๆ เนี่ยแหละ ชอบหาไม่เจอนักเชียว อาจลองเปลี่ยนมาใช้ประตูดิจิตอลล็อคของ KUDOS รุ่น Alpha Digital Lock – Rim Lock αR1 Model ดู ช่วยตัดปัญหาการลืมกุญแจจนเข้าบ้านไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความปลอดภัยได้อีกด้วย

  • Alpha Digital Lock – Rim Lock αR1 Model ผลิตจากญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพสูง
  • รองรับการปลดล็อคด้วย 4 ระบบ คือ ลายนิ้วมือ / รหัส Password / IC Card / บลูทูธ ไม่ต้องใช้กุญแจก็เข้าบ้านได้
  • รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้ 100 ลายนิ้วมือ / รองรับรหัส Password ได้ 10 รหัสผู้ใช้ ( 10 user Pincode, 1 one-time PIN, 1 Master PIN) / รองรับ IC Card ได้ 100 ใบ สามารถดำเนินการได้ผ่านแอปพลิเคชัน
  • มาพร้อมโหมดเพิ่มความปลอดภัย : Auto Lock Mode ล็อคอัตโนมัติทันทีที่ประตูปิด, Privacy Mode ป้องกันการปลดล็อคจากภายนอก เพื่อลดการรบกวนในช่วงเวลาที่ต้องการ, Away Mode ป้องกันการปลดล็อคจากภายนอก ในกรณีที่สมาชิกในครอบครัวไม่อยู่บ้านพร้อมกัน และมีสัญญาณเตือนยาว 1 นาที เมื่อมีการเปิดจากภายใน, Shutdown Mode อุปกรณ์ล็อคจะปิดระบบนาน 5 นาทีทันทีที่มีการใส่รหัสผิด หรือใช้การ์ดที่ไม่ได้ลงทะเบียนปลดล็อคครบ 10 ครั้ง
  • อุ่นใจยิ่งขึ้น โดยสามารถตรวจสอบบันทึกประวัติการเข้า-ออก และการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน
  • มีระบบป้องกันการแอบดูรหัส โดยสามารถกดรหัสหลอกก่อน หรือหลังการกดรหัสจริง
  • มีสัญญาณเตือนในกรณีที่ดิจิตอลล็อคทำงานผิดปกติ หรือมีการงัดแงะ
  • สามารถกระตุ้นแบตเตอรี่กรณีแบตเตอรี่หมด ผ่านช่อง Micro USB
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Z-Wave และ Zigbee
  • ติดตั้งง่ายไม่ต้องเดินสายไฟ ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AA Alkaline จำนวน 4 ก้อน สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ปี

แม้การดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลทำให้มีอาการลืมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดื่มไม่ได้เลย ปริมาณที่แนะนำว่าไม่ควรเกินต่อวันแบบที่ไม่มากเกินไป คือ ผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้ว ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 1 แก้ว หรือในปริมาณ 1.5 ออนซ์ของเหล้า 80 proof (40% alcohol) ไวน์ไม่ควรเกิน 5 ออนซ์ และเบียร์ไม่ควรเกิน 12 ออนซ์ต่อวัน

อาการขี้หลงขี้ลืมตามปกติไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และเรายังแก้ไขมันได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่มากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าแบบนี้ เราอาจหาตัวช่วยมาแก้ปัญหาการขี้ลืมได้ เช่น หากลืมกุญแจบ้านบ่อย ๆ ก็แค่เปลี่ยนมาใช้ประตูดิจิตอลล็อค เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาตามหากุญแจอีกต่อไป

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก มีพื้นที่จำกัดก็ทำได้สบาย

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็ก มีพื้นที่จำกัดก็ทำได้สบาย

ยุคนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตในบ้านกันมากขึ้น เพราะเป็นเหมือนเซฟโซน เหนื่อยมาเมื่อไหร่ แค่กลับบ้านมาก็ผ่อนคลาย โดยเฉพาะการได้ใช้เวลาดูแลตัวเองในห้องน้ำ หากได้อาบน้ำอย่างสดชื่นแล้ว ความอ่อนล้าแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง 

แต่ปัญหาหลัก ๆ ก็อยู่ตรงที่ ห้องน้ำขนาดเล็กหรือมีพื้นที่จำกัด รวมถึงของใช้ที่วางไม่เป็นระเบียบ ดูไม่น่ามอง กลับทำให้เกิดความรู้สึกลบมากกว่าเก่า วันนี้เราจึงมีไอเดียดี ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนห้องน้ำขนาดเล็กให้กลายเป็นพื้นที่ผ่อนคลายมาฝากทุกคนกัน

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กยังไงให้ไม่อึดอัด น่าใช้งาน

รวม 9 ไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กยังไงให้ไม่อึดอัด น่าใช้งาน

ห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดแก้ได้ด้วยการหากระจกเงาบานใหญ่มาติดไว้บริเวณอ่างล้างหน้า เพราะเงาจากกระจกจะช่วยสะท้อนภาพภายในห้องน้ำให้ดูมีบริเวณกว้างขึ้นได้

หากห้องน้ำของเรามีพื้นที่น้อย ก็ควรจะใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบทุกซอกทุกมุม ควรเลือกสุขภัณฑ์ที่พอดีกับมุมของห้อง เปลี่ยนขนาดให้เล็กลง เช่น อ่างอาบน้ำที่ดูใหญ่เทอะทะ ก็เปลี่ยนเป็นตู้อาบน้ำที่เข้ามุมได้ดีกว่า ทีนี้เราก็จะเหลือพื้นที่เอาไว้ใช้สอยอื่น ๆ ได้แล้ว

การแบ่งโซนห้องน้ำให้เป็นสัดเป็นส่วนจะช่วยให้ภายในห้องเป็นระเบียบและดูกว้างขวางมากขึ้น สำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด แนะนำให้แบ่งโซนอาบน้ำด้วยม่านกั้นพลาสติกที่ในปัจจุบันออกแบบได้สวยงามและทนทาน แถมราคาไม่แพง นับเป็นไอเดียแต่งห้องที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ห้องน้ำของเราได้ นอกจากนั้น การใช้ตู้อาบน้ำแบบกระจกใสยังให้ความรู้สึกโปร่งมากกว่าแบบทึบ

หัวใจสำคัญสำหรับการแต่งห้องน้ำขนาดเล็กคือ ควรตกแต่งด้วยสีที่สว่างเข้าไว้ อย่างสีผนัง แนะนำให้เลือกเป็นสีสว่างเพราะจะให้ความรู้สึกที่โปร่งและดูโล่งมากกว่า เช่น สีโทนพาสเทล อย่างชมพูอ่อน เหลืองอ่อน ม่วงอ่อน เป็นต้น หรือใครสายมินิมอล ชอบสีขาวกับสีครีม ก็ยิ่งดีใหญ่ ไม่ควรเลือกสีเข้มเพราะจะทำให้ห้องน้ำดูทึบ น่าอึดอัดมากกว่าเดิมและไม่ควรเลือกใช้สีหลายสีสลับกันเพราะจะยิ่งทำให้ดูแคบ แต่หากต้องการเพิ่มลูกเล่น อย่างมากสุดอาจเลือกใช้เป็นสองโทนสี เช่นขาวกับดำ เพราะจะช่วยเพิ่มมิติให้ห้องน้ำดูเป็นสัดเป็นส่วนขึ้น

การเลือกกระเบื้องก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ห้องน้ำขนาดเล็กดูกว้างขึ้น เราควรเลือกลายกระเบื้องที่มีขนาดเล็ก เช่น มีลายยาแนวถี่ ๆ เพราะทำให้ดูมีลายละเอียด ให้ความรู้สึกว่าห้องน้ำดูใหญ่ขึ้นมาได้ หรือใครอยากเพิ่มสีสันให้กับพื้นห้องน้ำ อาจเลือกใช้กระเบื้องสองสีแบบโมโนโทนมาวางสร้างเป็นลายเล็ก ๆ สลับกันไปก็นับเป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กที่ดี

เราอาจหาพรมเช็ดเท้าที่มีสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีครีม สีพาสเทลมาวางในห้องน้ำขนาดเล็ก เพราะพรมช่วยสร้างมิติของพื้นห้องน้ำ อีกทั้งสีอ่อนยังสร้างความสบายตา ไม่ดูน่าอึดอัด

แน่นอนว่าความสว่างเป็นหัวใจสำคัญสำหรับไอเดียแต่งห้องน้ำขนาดเล็กให้ดูกว้างขวางขึ้น นอกจากแสงสว่างที่เพียงพอจะช่วยเรื่องความปลอดภัย ลดการสะดุดหรือลื่นล้มได้ดีแล้ว ยังทำให้ห้องน้ำเล็ก ๆ ไม่ดูน่าอึดอัดจนเกินไป นอกจากนี้ การเลือกติดตั้งให้ไฟสะท้อนกับกระจกยังช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นได้

ในเมื่อพื้นที่น้อย เราก็ต้องใช้สอยให้คุ้มค่า การติดตั้งชั้นอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เช่น ตู้เก็บของที่มีบานเปิดเป็นกระจกเงา ตู้วางอ่างล้างหน้าที่มีช่องให้เก็บของได้ เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่าจะเก็บของจำเป็นไว้ที่ไหนดี

นอกจากไอเดียแต่งห้องน้ำตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งข้อสำคัญในการสร้างห้องน้ำให้ดูกว้างขวางขึ้นคือ การจัดของใช้ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ห้องดูไม่รก และสะอาดตา ไม่อึดอัด ทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย ซึ่งไอเดียจัดเก็บของใช้ในห้องน้ำอาจทำได้ประมาณนี้

  • ใช้ที่วางของสำหรับจัดระเบียบ : อย่างที่วางของ รุ่น MOG จาก Kudos ที่ออกแบบมาในดีไซน์เรียบง่าย สามารถติดกับกระจกหรือพนัง หรือจะวางบนชั้นต่าง ๆ ก็ได้
  • ใช้ที่วางสบู่ : สบู่ถือเป็นของใช้ที่ต้องหาที่วางให้เรียบร้อย อย่างที่ใส่สบู่ Basupo ของ Kudos ก็ออกแบบมาในสีสันและรูปทรงสบายตาดูมินิมอล อีกทั้งยังสามารถติดกับผนังได้โดยไม่ต้องเจาะ ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีมาก
  • ติดที่ใส่แปรงสีฟัน : ห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดอาจไม่เหลือพื้นที่สำหรับวางแปรงสีฟันบนอ่างล้างหน้า ดังนั้นลองหันมาใช้ที่ใส่แปรงสีฟัน MOG ของ Kudos ที่สามารถติดผนังโดยไม่ต้องเจาะไปติดตามจุดที่ต้องการ ดีไซน์มินิมอลทำให้ดูสะอาดตา ไม่อึดอัด
  • แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน : ผลิตภัณฑ์แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน Basupo จาก Kudos  รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นแก้วน้ำสำหรับแปรงฟันที่เก็บโดยติดกับผนังได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ ให้การจัดเก็บดูเป็นระเบียบ หยิบใช้ได้ง่าย และติดตั้งได้โดยไม่ต้องเจาะผนัง
ไอเดียแต่งห้อง

 

หากนำไอเดียแต่งห้องที่เรานำเสนอมาในบทความนี้ไปลองปรับใช้ รับรองได้เลยว่าจากห้องน้ำที่ดูคับแคบจะเปลี่ยนเป็นห้องน้ำที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ไม่อึดอัด สิ่งสำคัญคือ แม้จะตกแต่งห้องน้ำดูสวยเพียงใด แต่หากปล่อยให้มีของวางระเกะระกะก็คงไม่ช่วยอะไร ดังนั้นเราต้องหมั่นดูแลความเรียบร้อยและจัดของให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

มลพิษทางอากาศ ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

มลพิษทางอากาศ ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ หลายคนคงสังเกตเห็นแล้วว่า ปัญหาด้านสภาพแวดล้อมที่มาทักทายชาวไทยทุก ๆ ปี ก็คือปัญหาเรื่องมลพิษ โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 ใกล้ช่วงปลายปีทีไร เราจะต้องเห็นประกาศเฝ้าระวังเรื่องนี้กันจนแทบจะชินชากันไปแล้ว แต่ทุกคนจะมองว่าเป็นเรื่องปกติไปไม่ได้เลยนะคะ เพราะมลภาวะต่าง ๆ เหล่านี้ หากเราได้รับไปในระยะยาว จะทำให้เราป่วยได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีผลสำรวจจากทั่วโลกยืนยันมาแล้วว่า “มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรสูงกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก”


และสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษเหล่านี้ ส่วนมากแล้วจะเกิดมาจากใครกันถ้าไม่ใช่มนุษย์เราเอง ไม่ว่าจะการทิ้งขยะลงแม่น้ำ การก่อสร้างที่ทำให้เกิดมลพิษทางเสียง หรือที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่ทุกปีก็คือ มลพิษทางกาศ อย่าง PM 2.5 ก็มาจากยานพาหนะบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น การปล่อยก๊าซพิษจากโรงงาน เป็นต้น

มลพิษทางอากาศ ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิด

มลพิษทางอากาศ

 

หากไม่มีอากาศ มนุษย์เราคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ และแม้จะเป็นอากาศเสีย จะให้กลั้นหายใจไปตลอดก็ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ทำให้เราจำต้องสูดดมมลพิษเหล่านั้นเข้าไป อาการที่อาจแสดงออกมาในระยะสั้นเมื่อเราสูดดมมลพิษคือ แสบตา คัดจมูก เจ็บคอ วิงเวียนศีรษะ แต่หากสูดเข้าไปเป็นระยะเวลานาน รู้ตัวอีกทีเราอาจป่วยเป็นโรคเรื้อรังเสียแล้ว บางรายถึงขั้นเสียชีวิตไปเลยก็มี

  • อันตรายต่อปอดและทางเดินหายใจ : แน่นอนว่าอวัยวะในร่างกายที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ “ปอด” และ “ระบบทางเดินหายใจ” โดยมลพิษ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ส่งกระทบได้ทั้งระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบหายใจต่ำลง อาจแสดงมาในรูปแบบ โรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมไปถึงมะเร็งปอด
  • อันตรายต่อสมอง : มลพิษทางอากาศอันตรายกว่าที่คิด เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นศึกษาแล้วพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างเช่น PM 2.5 นั้นมีผลต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก ๆ ทำให้มีพัฒนาการช้า สมาธิสั้น หรืออาจทำให้เกิดภาวะออทิซึม (Autism) ขณะเดียวกัน มลพิษทางอากาศยังกระตุ้นให้อาการปวดหัวไมเกรนกำเริบได้ในผู้ใหญ่ และยังอาจได้รับผลกระทบเป็นโรคที่รุนแรง งานวิจัยยังพบว่าฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมได้มากขึ้นถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง การอยู่ท่ามกลางมลพิษเป็นเวลานาน อาจเป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดหนืดมากขึ้น
  • ระบบไหลเวียนเลือด : มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในระบบไหลเวียนโลหิต เพราะอาจทำให้เกิดการทำงานของหัวใจผิดปกติ สภาวะหลอดเลือดแข็งซึ่งจะเป็นสาเหตุของโรคที่รุนแรงและอันตรายต่อชีวิตต่อไป เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย อาจทำให้เกิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน  

วิธีป้องกันมลพิษทางอากาศเบื้องต้น

วิธีป้องกันมลพิษทางอากาศเบื้องต้น

 

มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากหากเราทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือป้องกันด้วยตัวเอง โดยมีวิธีทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

ก่อนออกไปทำงาน หรือออกไปทำกิจกรรมข้างนอก เราควรเช็กสภาพอากาศก่อนทุกครั้งว่าสภาพอากาศเหมาะหรืออันตรายกับการใช้ชีวิตเพียงใด โชคยังดีที่สมัยนี้แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเราก็สามารถตรวจสอบระดับมลพิษได้แล้ว โดยส่วนใหญ่ เรามักจะดูจากค่า AQI หากมีค่าเกินกว่า 100 ขึ้นไปเมื่อไร นั่นหมายความว่าอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

อีกหนึ่งตัวช่วยที่พวกเราก็คงได้ใช้ชีวิตจนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือ หน้ากากอนามัย แต่หน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นจะต่างจากหน้ากากทางการแพทย์ธรรมดา ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดคือหน้ากากชนิด N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับ 0.1-0.3 ไมครอนได้ถึง 95% นอกจากนี้ยังมีหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นได้เพราะมีแผ่นกรองหลายชั้น

นอกจาก 2 ข้อข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว เพื่อให้เราป้องกันปัญหามลพิษได้ทั้งในและนอกบ้าน เราควรมีเครื่องวัดคุณภาพอากาศติดบ้านไว้สักเครื่อง ปัจจุบันตามท้องตลาดมีให้เห็นกันหลายรุ่นเลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่าการเลือกซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศที่มีคุณภาพ จะให้เราทราบคุณภาพอากาศได้อย่างแม่นยำมากกว่า เช่น KUDOS uHoo Advance Air Sensor

  • สามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์ นาทีต่อนาที
  • วัดค่าอากาศครอบคลุมมากกว่า ได้ถึง 9 ค่า ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น PM 2.5 คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ สารอินทรีย์ระเหย (VOC) โอโซน และความดันอากาศ
  • มีระบบแจ้งเตือน Notification ผ่านแอปพลิเคชัน เมื่อคุณภาพอากาศที่ไม่ดี
  • แชร์ข้อมูลอากาศให้เพื่อน และคนในครอบครัวได้อย่างไม่จำกัด
  • นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Virus Index ช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของไวรัส  ตรวจสอบสภาพอากาศว่าเหมาะสมต่อการเติบโตของไวรัสหรือไม่
  • สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ smart home เช่น  Google Assistant และ Amazon Alexa
  • สามารถสั่งงาน Smart Device เช่น เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะ เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่มีระบบ IFTTT ให้ทำงานได้อัตโนมัติ เพื่อคงอากาศที่ดีอยู่เสมอ
  • ใช้งานได้หลากหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เป็นต้น

วิธีลดมลพิษทางอากาศที่เราสามารถทำได้

การลดมลพิษทางอากาศจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ได้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ประชาชนอย่างเราก็มีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ หากหลายคนช่วยกันอากาศที่ดีก็จะกลับมาหาเราได้เร็วขึ้น โดยมีวิธีที่ทำได้ง่าย ดังนี้

เพราะถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งนั้นสร้างมลพิษให้อากาศตั้งแต่วิธีการผลิตจนถึงขั้นตอนการกำจัดกันเลยทีเดียว เนื่องถุงพลาสติกจะไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นการกำจัดก็คือการเผาซึ่งสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู้อากาศ ยิ่งใช้เยอะก็ยิ่งต้องเผาเยอะ ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกจึงช่วยลดวงจรนี้ลงไปได้อย่างมาก

การลดการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือใช้เท่าที่จำเป็นนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยลดมลพิษ รู้หรือไม่ว่ากว่าที่ไฟฟ้าจะส่งมาถึงบ้านเรานั้น ต้องผ่านการเผาฟอสซิลที่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปัจจุบันโลกของเรากำลังสร้างก๊าซนี้ปีละกว่า 100 ล้านตัน โดยมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศและตู้เย็นมากที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ สารทำความเย็นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ หรือสาร CFCs (Chlorofluorocarbons) ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

การปลูกต้นไม้ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เช่นเดียวกัน เพราะต้นไม้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เปลี่ยนอากาศเสียเป็นอากาศที่ดี แถมยังช่วยให้ร่มเงา รวมถึงความร่มรื่นได้อีกด้วย

หากเราแยกขยะอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ปัญหาขยะ หรือการจะต้องนำขยะไปทำลายนั้นลดลงได้ การทำลายขยะที่มาจากครัวเรือนต่าง ๆ ซึ่งมีปริมาณมากนั้นจะต้องใช้พลังงาน เช่น การเผาไหม้ที่จะทำให้เกิดมลพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ อีกทั้งการแยกขยะยังนำไปสู่การแยกของกลับไปรีไซเคิลเพื่อลดการผลิตซ้ำ เช่น ขวดหรือถุงพลาสติก

มลพิษทางอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และอาจก่อให้เกิดผลร้ายทางสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นหากพอจะมีวิธีช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากอันตรายเหล่านี้ได้ ก็ควรทำอย่างเร่งด่วน เราสามารถปกป้องตัวเราเองได้ง่าย ๆ เช่น การตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกข้างนอก สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย อย่างเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่จะทำให้เราดูแลร่างกายของตัวเองและคนที่รักได้อย่างทันท่วงที