KUDOS เดินหน้าในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งปัจจุบันและอนาคต ด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นำมาสู่ concept “การประหยัดพลังงาน ต้องไม่สร้างภาระเพิ่ม” ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ KUDOS ก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน สามารถใช้เซ็นเซอร์ได้แบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ลดค่าไฟ และช่วยประหยัดน้ำในทุกการใช้งาน
นวัตกรรมนี้ไม่ได้แค่ “ดีต่อโลก” แต่ยัง “ใช้งานได้จริง” จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความตื่นเต้น แบบ “นี่แหละ ใช่เลย! เราอยากได้แบบนี้” ให้กับองค์กรที่มี “หัวใจสีเขียว” อย่าง โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ที่มองเห็นคุณค่าของการ “เริ่มหวงแหน” ทรัพยากรที่เรามี
“หวงแหนว่าลูกหลานของเราจะมีทรัพยากรหรือพลังงานดี ๆ พลังงานสะอาดเอาไว้ใช้ไหม?”
“หวงแหนอากาศบริสุทธิ์ที่จะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน?”
ด้วยวิสัยทัศน์นี้ ทางโรงพยาบาลจึงตั้งมั่น “ลดการใช้พลังงานและลดปริมาณ Carbon Footprint ให้ได้มากที่สุด” ด้วยการเริ่มจากตัวเองแล้วส่งต่อให้ลูกหลานของเราให้ได้ใช้พลังงานที่ดีแบบนี้ต่อไป
จนชนะใจศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ.), สสส. และกรุงเทพมหานคร มอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่น โครงการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone, LEZ) ที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้…
โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เป็น “โรงพยาบาลแรกที่ทำได้จริง”
พิสูจน์ให้เห็นต่อคำสบประมาทที่ว่า “ไม่มีทางทำได้”
เพราะโรงพยาบาลที่เปิด 24 ชั่วโมงจะประหยัดไฟ ปิดไฟ ปิดแอร์ได้ยังไง…??!
ขอบคุณรูปจาก: โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
ขอบคุณรูปจาก: โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
เริ่มต้นจาก Zero Budget ด้วยผลงานโครงการ Save Energy Save Money
จากค่าไฟเดือนละ 5 ล้าน เหลือเพียง 2.6 ล้าน
ในระยะเวลาปีกว่า ๆ กับการบริการของรพ. ที่ยังคงเปิด 24 ชั่วโมง
แต่คำว่าเป็นไปไม่ได้อาจจะใช้ไม่ได้กับ “ดร. สานิตย์ แสงขาม ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนงานบริการ และทีมงาน” ผู้อยู่เบื้องหลังของโรงพยาบาล ที่ทำให้การทำงานของโรงพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ให้การรักษาเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงการเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้การลดใช้พลังงาน ไม่ว่าใครก็ทำได้ แม้แต่สถานที่ที่จำเป็นที่สุด ด้วยการเริ่มงบประมาณที่ 0 บาท ดร.สานิตย์ และทีมงานทำได้อย่างไร?
4 มาตรการ “ทบทวนตัวเอง – เชิญชวน – ลงทุน – ต่อยอด”
มาตรการที่ 1 : “ทบทวนตัวเอง”
ทำไปเท่าไหร่ เก็บข้อมูลทุกอย่าง เช็คปริมาณ Carbon Footprint จนความจริงกระจ่าง… ด้วยตัวเลขที่สูงกว่าในเครือ จึงกลับมาทบทวนและวางมาตรการขึ้นมาด้วย กลยุทธ์ “ทำสลับ”
กับเทคนิค รู้ตัวเองให้ดี ทำให้เห็นผลงานก่อน แล้วจะลงทุนอะไร ทุกคนก็ยิ่งอยากช่วย เพราะถ้าเริ่มด้วยการเขียนโครงการ ของบประมาณสูงๆ ยังไงก็ยากที่จะได้รับอนุมัติ….
ดังนั้น หันมาใช้กำลังคนและมันสมองให้ได้เยอะที่สุด นี่แหละ เคล็ดลับ Zero Budget ทำได้จริง
เก็บข้อมูลแบบ manual 6 เดือน ด้วยการผนึกกำลังของทีมช่างและวิศวกร
‘Air Chiller ทำงานยังไง?’ ‘Cooling Tower ใช้กี่ตัว?’ ‘บรรยากาศข้างนอก/ในเท่าไหร่?’
จดทุกจุด แล้วคำนวณ วันต่อวัน ชั่งโมงต่อชั่วโมง เพื่อให้ได้ DATA มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ จนค้นพบว่าเราใช้พลังงานเยอะตรงจุดไหนบ้าง?
จากห้างสรรพสินค้า
สู่โรงพยาบาลที่ใช้แอร์มาหาศาล
หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ก่อนจะมาเป็นโรงพยาบาล ที่นี่เคยเป็นห้างฯ มาก่อน ทำให้โครงสร้างต่าง ๆ ระบบ และการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างแอร์ บันไดเลื่อน ลิฟต์ ก็จัดเต็มพร้อมรองรับคนใช้บริการของห้างฯ แต่สำหรับโรงพยาบาลอาจจะมากเกินไป จึงทำให้เกิดไอเดียถ้าอยากลดพลังงานไฟฟ้าให้ได้มากที่สุดของสถานที่ 16 ชั้น เปิด 24 ชั่วโมง ต้องเริ่มจาก “แอร์” ก่อน
ทดลองหาอุณหภูมิที่เหมาะสม ปรับทุก ๆ แผนก พร้อมกับบริหารจัดการ Air Chiller, Cooling Tower และระบบต่าง ๆ จนได้จุดสมดุล และค้นพบว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าไฟลดได้เร็วที่สุด
ทำลำพัง ลดค่าไฟได้ 400,000 – 500,000 บาท
แล้วถ้าทั้งรพ. ช่วยกันจะได้เท่าไหร่!?
หลังจากเก็บข้อมูล ทดลอง ดูศักยภาพของตัวเอง และศักยภาพของเครื่องจักรแล้ว
ก็ถึงเวลาชวนคนอื่นมาร่วมด้วย
มาตรการที่ 2 : “เชิญชวน”
“ทะลุเสียงหัวเราะ” ด้วยเทคนิค “ไม่ห้าม”
แน่นอนว่าเสียงตอบรับแรกหลังจากประกาศว่าโรงพยาบาลจะช่วยกันลดพลังงาน ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า “จะเป็นไปได้ยังไง ไม่มีทางทำได้หรอก”
“หลังจากวันนั้น ผมรณรงค์เดินบอกทุกคนทุกชั้นว่าช่วยปิดแอร์หน่อยนะ เพิ่มอุณหภูมิหน่อยนะ เปิด/ปิดแบบนี้หน่อยนะ คือเราไม่ได้ห้าม เราไม่ได้บังคับ ห้ามทำ เทคนิคของผมคือ ห้ามพูดว่าห้าม พอห้ามเมื่อไหร่จะต่อต้านทันที” – ดร. สานิตย์ แสงขาม
และเสนอความแฟร์โดยให้ข้อมูลวิธีการประหยัดพลังงาน และให้ทุกคนได้เป็นคนเลือกเอง เช่น ตอนออกไปกินข้าวอาจจะปิดคอมฯ ไว้ 1 ชั่วโมง จะช่วยประหยัดได้เท่านี้ หรือถ้าปิดแค่หน้าจอไว้ตอนไม่ใช้ จะช่วยประหยัดได้เท่านี้ เก็บหอมรอมริบการประหยัดเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ ทำแบบไหนก็ได้ที่ ไม่กระทบต่องานบริการของทุกคน ทำให้เป้าหมายที่โรงพยาบาลจะ save ค่าไฟให้ได้ 1,000,000 บาท ในเดือนมีนาคม ครบหนึ่งเดือนเราได้ 900,000 กว่าบาท
ท้าทายเมษายน เดือนแห่งความร้อนระอุ
ด้วยเป้าหมาย save ค่าไฟให้ได้ 1,200,000 บาท
แต่ทะลุกราฟ save ไปกว่า 1,300,000 บาท!!
เดือนที่ร้อนที่สุด แต่ตั้งเป้า challenge กว่าเดิม คุณหมอทำ พยาบาลทำ ไปจนถึงระดับอาจารย์หมอ ทุกคนร่วมมือกันทำ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือผลงานของทุกคนที่ทำมากันทั้งเดือน จนเกิด “ความภาคภูมิใจ” หลังจากนั้นเราก็เริ่มเห็นการเดินไปปิดไฟ ปิดแอร์ที่ไม่ใช้ ช่วยกันตรวจ ช่วยกันเตือน เป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลนี้กันเลย
มาตรการที่ 3 : “ลงทุน”
เมื่อมั่นใจว่า DATA มีมากพอ และสิ่งที่ทำได้ด้วยตัวเองผลลัพธ์เริ่มคงที่ ก็ถึงเวลาของตัวช่วยอย่าง AI ที่ลงทุนให้เข้ามาช่วยการจัดการ Air Chiller, Cooling Tower ควบคุมให้แบบ Real Time ทำให้ประหยัดลงไปเรื่อย ๆ แถมสะดวกมากขึ้น พร้อมกับแจกโจทย์ให้ทุกคนว่า
“เจอพลังงานตรงไหน เก็บใส่กระเป๋าไว้” แล้วเรามาคุยกันว่าเราจะ “เปลี่ยน” ตรงไหนได้บ้าง
เจอพลังงานอะไรบ้าง?
บันไดเลื่อน 10 ชุด : ที่กินไฟมาหาศาลก็ “เปลี่ยน” ให้มี Start & Stop ทำให้ลดการใช้พลังงานลงไปได้อีก
ลิฟต์ที่มากเกินผู้ใช้ : ปิดลิฟต์ที่ไม่ใช้ แต่ไม่กระทบต่อการบริการโดยการเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม
และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ใช่แล้ว…ใครจะเชื่อว่าก๊อกน้ำจะช่วยลดค่าไฟได้….
ปกติแล้วในโรงพยาบาลจำเป็นที่ต้องใช้ก๊อกเซ็นเซอร์ เนื่องจากความสะอาดของการใช้บริการ และยังช่วยประหยัดน้ำด้วย แต่ก็ก๊อกเซ็นเซอร์นี่แหละ ที่ต้องมีการเสียบปลั๊ก เดินไฟ จนเรามาฉุกคิดว่า “เราจะประหยัดน้ำ แต่เราเสียบปลั๊กไฟ ก็เปลืองไฟเพิ่มไปอีก” จนได้
“เจอกับ KUDOS ผมก็แบบ เห้ย! นี่มันใช่เลยเราอยากได้แบบนี้!!”
การประหยัดน้ำในโรงพยาบาลเป็นเรื่องใหญ่มาก!
พอประหยัดน้ำ ความสะอาดก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องไปคู่กันด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์แทน
“Product ของคุณต้องทำได้จริง”
นี่คือโจทย์ก่อนที่เราจะ “เลือก” คู่หู “หัวใจสีเขียว”
✅ ตอบโจทย์ : ใช้เซ็นเซอร์ได้เลย ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ประหยัดไฟ
ติ๊กถูกตั้งแต่ข้อแรกกับ KUDOS Zero Electric Sensor Faucet ก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน ของ KUDOS ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กก็สามารถใช้เซ็นเซอร์เปิด-ปิดได้ถึง 500,000 ครั้ง ช่างที่เข้าไปเปลี่ยนก็ไม่ต้องเดินระบบไฟ ใช้แค่สายน้ำดีเส้นเดียว ก็ใช้งานได้เลย ง่ายมาก
หลังจากได้ทดลองใช้ในชั้น 1 ที่เป็นห้องน้ำสาธารณะที่มีการใช้สม่ำเสมอ
“ไม่น่าเชื่อไม่เคยเสีย! แต่ตัวอื่นที่เป็นแบบเสียบปลั๊กเนี่ยเริ่มทยอยเสียแล้ว..เดี๋ยวต้องเปลี่ยนเพิ่ม”
และยังเป็น ก๊อกที่ทำให้เราประหยัดไฟ 100% เพราะไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเลย “ทำให้เรารู้สึกไม่ต้องเป็นกังวลว่าก๊อกนี้จะใช้ไฟไปเท่าไหร่”
✅ ตอบโจทย์ : ประหยัดน้ำ ช่วยลด Carbon Footprint
ตีโจทย์แตก! แน่นอนว่านอกจากเรื่องลดต้นทุนแล้ว ศักยภาพ KUDOS Zero Elecrtric Sensor Faucet ก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน ยังโดนใจ ช่วยโรงพยาบาลรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการประหยัดน้ำได้จริง ช่วยลด Carbon Footprint ได้ดีด้วยเทคโนโลยีที่มีในตัว คำนวณแล้วประหยัดเห็นภาพชัดเจน!!
โจทย์ : คำนวณเปรียบเทียบว่า ปล่อยน้ำ 1 ชั่วโมงเท่ากัน KUDOS สามารถช่วยลดการปล่อย Carbon Footprint ไปเท่าไหร่?
คำนวณจาก : ใช้น้ำ 60 นาที/วัน ตลอด 1 ปี และค่าเฉลี่ย Carbon Footprint ของน้ำประปาอยู่ที่ 0.4 กรัม CO₂ ต่อ 1 ลิตร
เปรียบเทียบการลด CO₂ กับกิจกรรมอื่น ๆ
ลองเปรียบเทียบกับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยลด CO₂ จะเท่ากับกิจกรรมอะไร และเท่าไหร่ (เปรียบเทียบกับก๊อกทั่วไป)
แล้วถ้าติดตั้ง KUDOS ก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน ใช้ในโรงพยาบาล
เป็นจำนวน 100 ตัว, 200 ตัว จะเกิดอะไรขึ้น!?
จะเห็นได้ว่าก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน KUDOS ช่วยลด Carbon Footprint ได้ในระดับที่ชัดเจน เป็นหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยโลกได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาก และการติดตั้ง KUDOS ก๊อกเซ็นเซอร์ประหยัดพลังงาน ในโรงพยาบาล 100 – 200 ตัว จะช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้มากถึง 5.52 – 7.36 ตันต่อปี เทียบเท่าการลด CO₂ จากการขับรถยนต์ระยะทาง 36,800 กม. กันเลย!! ส่งผลดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ แถมยังช่วยให้โรงพยาบาลเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นอีกด้วย
นี่แหละ คู่หูที่โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง “เลือกแล้ว”
“ผมเสนอก๊อกอันนี้กับทางกทม. ในวันที่เขาเข้ามาตรวจ เราเปลี่ยนก๊อกนี้ในพื้นที่สาธารณะ ทางกรรมการอึ้งมาก แล้วก็รู้สึกว่าเนี่ยความจริงมันควรเป็นอย่างนี้ ว่าการประหยัดน้ำจะต้องไม่สร้างค่าไฟเพิ่ม หรือสิ่งต่าง ๆ ที่กระทบเพิ่ม” – ดร. สานิตย์ แสงขาม
ยังมีอีกหนึ่ง Product ของ KUDOS
ที่เข้ามาช่วยเรา นั่นคือ “ฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU”
“ฝักบัวของ KUDOS ประหยัดน้ำค่อนข้างเยอะ แต่การอาบน้ำเหมือนเดิม และอีกอย่างหนึ่งที่เราเลือกใช้ เพราะว่าน้ำนุ่ม เราเลือกใช้ฝักบัว KUDOS TUBU อยู่ในห้อง VIP ทั้งหมดที่อยู่ในโซนผู้ป่วยเบาหวาน เพราะเขาจะมีแผลบางส่วนที่อาจจะโดนน้ำไม่ได้ หรือได้นิดหน่อย ซึ่งพอโดนน้ำเขาก็จะเจ็บแสบ แต่สายน้ำของ KUDOS TUBU พอโดนแล้วไม่เป็นอะไร แล้วเราก็เอาไปติดตั้งไว้ในห้องอาบน้ำที่แผนกเด็กด้วย ซึ่งผิวเด็กจะบอบบางมาก ฝักบัว KUDOS TUBU ก็ยังช่วยกรองคลอรีนได้ ถือว่าเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่สำหรับโรงพยาบาลมาก” – ดร. สานิตย์ แสงขาม
เมื่อหาคู่หูมาช่วยแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาลุยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น!
มาตรการที่ 4 : “ต่อยอด”
ขั้นต่อไปคือการวางแผนหา “พลังงานทดแทน” เข้ามาช่วยในโรงพยาบาล เช่น Solar cell เพื่อเปิดไฟในลานจอดรถในตอนกลางวัน และใช้ Water turbine เข้ามาช่วยผลิตพลังงานในตอนกลางคืน ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ แต่เชื่อว่าถ้าทำสำเร็จจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้ลดการใช้พลังงานได้ดียิ่งกว่าเดิม
เริ่มต้นจากแอนตี้ สู่การยอมรับและทำเอง
“ด้วยการพิสูจน์แบบที่ผมบอกว่า ถ้าเราวางแผนดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนก่อนเสมอ แต่พิสูจน์ตัวเองก่อนว่าคุณทำได้ หลังจากนั้นไม่ว่าจะลงทุนอะไรเขาจะยอมรับ เพราะเขารู้แล้วว่าสามารถทำได้จริง” – ดร. สานิตย์ แสงขาม
และนี่คือแนวคิดของนโยบายที่หลายคนสบประมาท แต่วันนี้กลับเป็นไอเดียที่หลาย ๆ องค์กร เริ่มกระตือรือร้นที่จะนำไปปรับใช้ เหมือนดั่งความตั้งใจของ ดร. สานิตย์ แสงขาม ที่ตั้งเป้าว่า “ที่นี่จะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงานให้ได้” เพราะนโยบายลดโลกร้อน และ ESG (Environmental, Social, Governance) ยังไงก็เป็นเรื่องที่ทุกองค์กรก็ต้องใส่ใจกันให้มากขึ้น
ฝากถึงองค์กรอื่น ๆ ที่มี “หัวใจสีเขียว” เช่นกัน
“เริ่มต้นจากตรงนี้ก่อนว่าวันนี้เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ เราใช้อย่างสิ้นเปลือง โดยเรามุ่งแค่การเจริญเติบโตของประเทศเท่านั้น เราไม่ได้มองกลับไปเลยว่าลูกหลานของเรา จะมีทรัพยากรหรือพลังงานดี ๆ พลังงานสะอาดเอาไว้ใช้ไหม ถ้าวันนี้เราไม่เริ่ม องค์กรต่าง ๆ ไม่เริ่ม บอกว่าไม่เกี่ยวกับเรา ไม่ได้! นี่คือเกี่ยวกับชีวิตทุกชีวิต เราเริ่มกันคนละนิดคนละหน่อยไม่ว่าจะเริ่มจากที่บ้าน เริ่มจากรถของตัวเอง เริ่มจากการใช้พลังงานหมุนเวียน ได้เริ่มจากตัวเองแล้วส่งต่อให้ลูกหลานของเรา ได้ใช้พลังที่ดีแบบนี้ต่อไปกันครับ” – ดร. สานิตย์ แสงขาม
ถ้าใครมี “หัวใจสีเขียว” เช่นเดียวกัน
เรา KUDOS พร้อมเป็นคู่หูให้คุณ! Go green ไปด้วยกัน หาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมติดต่อ KUDOS ได้เลย
สามารถรับชมบทสัมภาษณ์เต็ม ของ ดร. สานิตย์ แสงขาม ผู้อำนวยการฝ่ายงานสนับสนุนงานบริการ ผู้ริเริ่มโครงการ Save Energy Save Money โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ได้ที่นี่



















