Category Archives: ข่าวสารองค์กร

ไป SIAM DISCOVERY เยี่ยมชม KUDOS POP-UP STORE (KUDOS LIVING)

Kudos Pop Up Store Ecotopia Siam Discovery 02

“…เปิดแล้ว KUDOS Pop-Up Store ที่โซน Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery

ไปดูฝักบัวนวัตกรรมสุดล้ำที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ไปสู่อีกขั้นของการอาบน้ำ พร้อมผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ, Eco-Friendly, Universal Design

คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับนานาสินค้าที่ไม่เคยวางจำหน่ายในประเทศไทยมาก่อน …ห้ามพลาด!!!”

KUDOS Skin Care Series

หลัง KUDOS Pop-Up Store ที่โซน Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทางนิตยสาร Me Style Home and Living ก็ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งแรกต้องบอกว่าน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมากกับทุกสินค้า ที่ล้วนแต่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์

โดยเฉพาะฝักบัวคูโดส และนานาสินค้า Universal Design ที่บินตรงมาจากญี่ปุ่น สุดยอดนวัตกรรมการออกแบบสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะในการเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้เราได้ คุณอชิรญา รัชตะวรรณ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ซี.ไอ.ที. จำกัด ให้เกียรติพาชม พร้อมอธิบายถึงประโยชน์และข้อดีของสินค้าแต่ละตัวจะน่าสนใจแค่ไหน …ไปดูกัน งานนี้ต้องบอกเลยว่า สิ่งที่คุณเห็นจะทำให้คุณเปลี่ยนทัศนะเรื่องฝักบัวแบบเก่าๆ ไปเลย แค่ฟังอธิบาย ใครไม่อยากลองใช้ก็บ้าแล้ว!?!

ที่มา ทำไม บริษัท ซี.ไอ.ที. สนใจตลาดฝักบัว?

“จริงๆ ต้องบอกว่าอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำทุกตัว ถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท เราจำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้และพยายามคิดต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ตลอดเวลา โดย “คูโดส” (KUDOS) จะมีกระบวนการในการพัฒนาสินค้าโดยตั้งคำถามตัวเองอยู่เสมอว่า ผลิตภัณฑ์ของเราจะสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างไร ทำให้การสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีประโยชน์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คูโดสสำหรับฝักบัว เรามองว่าเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญ แต่คนส่วนใหญ่ละเลยและมองข้าม คิดว่าเป็นสินค้าที่ไม่มีนวัตกรรมอะไรมาก จริงๆ แล้วฝักบัวในปัจจุบันมีการพัฒนานวัตกรรมไปไกลมาก ทั้งเรื่องการประหยัดน้ำ และการทำความสะอาดชำระล้างร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่าลืมว่าทุกคนต้องอาบน้ำทุกวัน ฝักบัวจึงเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่เราสามารถใส่ไอเดียใหม่ๆ เข้าไปในการออกแบบได้มากมาย ตลอดมาคูโดสได้พยายามมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมฝักบัวที่จะช่วยตอบโจทย์ทั้งในด้านของฟังก์ชั่นการใช้งานและ ในการสร้างความสุขของผู้ใช้ เราเลยอยากเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการอาบน้ำให้แก่ลูกค้า ซึ่งเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองใช้ คูโดสคุณจะเห็นความแตกต่างจากสินค้าฝักบัวทั่วไปอย่างแน่นอน

ที่เห็นๆ ได้ทันทีเลยคือประหยัดน้ำ และการช่วยโลก เพราะทุกวันนี้ทรัพยากรถือเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชีวิตของคนเรา การรักษ์โลกถือเป็นการรักตัวเองไปด้วยพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผลคือเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี เพื่ออนาคตที่ดี ทั้งกับตัวเราเองและคนรอบข้าง คูโดสจึงมองว่าเป็นหน้าที่สำคัญของแบรนด์ที่จำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมที่สร้างคุณค่า การใช้ฝักบัวประหยัดน้ำจึงถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยประหยัดน้ำได้คนละหลายหมื่นลิตรต่อปี ลองนึกภาพขวดน้ำ 1 ลิตร 1 หมื่นขวดว่าจะพอให้เราดื่มได้นานแค่ไหน นี่คือสิ่งที่เราประหยัดได้แค่เปลี่ยนมาใช้ฝักบัวของคูโดส”

สินค้ามีความน่าสนใจ และแตกต่างอย่างไรจากที่มีในตลาด?

“หนึ่งในสินค้าของคูโดสที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ คือ KUDOS Skin Care Series ได้แก่ ฝักบัวกรองคลอรีน รุ่น Purebliss “เพียวบลิส” เป็นนวัตกรรมฝักบัวที่สามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 45% และมาพร้อมไส้กรองที่ช่วยกรองคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ ทำให้สุขภาพของผิวและผมคงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เป็นสินค้าที่ช่วยทั้งในเรื่องรักษ์โลกและรักตัวคุณเอง สำหรับนวัตกรรมล่าสุด คูโดสเราได้เปิดตัวฝักบัวตัวใหม่ในชื่อ MIST “มิสท์” ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งการล้างหน้าเลย เพราะใช้นวัตกรรมละอองน้ำอนุภาคขนาดเล็ก “NanomistTM” ที่แทรกซึมได้ลึกสู่ชั้นผิว บางเบาเหมือนละอองหมอกในภาวะแรงดันน้ำที่เหมาะสม ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างหน้าให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น เชื่อว่าคุณจะได้พบกับสัมผัสที่อ่อนโยนในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อนอย่างแน่นอน แถมฝักบัวตัวนี้ยังมีคุณสมบัติประหยัดน้ำได้ดีมากเช่นเดียวกัน เพราะช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 45%

ต้องอธิบายสักนิดหนึ่งด้วยเทคโนโลยีตัวนี้จะทำให้สายน้ำที่ได้มีลักษณะควงสว่าน เมื่อผสมกับแรงดัน ก็แตกตัวกลายเป็นละอองหมอก ละอองที่ได้จึงมีขนาดเล็ก เล็กมาก แล้วก็มีแรงดันที่พอเหมาะในการเข้าไปทำความสะอาดได้ลึกถึงชั้นผิวด้านใน ทำให้ใบหน้าเราสะอาดหมดจด ไม่มีสิ่งสกปรกตกค้าง ทำให้สิวเสี้ยน ริ้วรอย ไม่เกิดง่าย เรียกว่าเหมาะมากกับเมืองไทยที่มีสภาพฝุ่นควัน และผู้หญิงที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำ อีกอย่างสายน้ำที่เป็นละอองหมอกนี้ เวลาที่เรานำไปใช้กับเครื่องทำน้ำอุ่น ละอองน้ำอนุภาคขนาดเล็ก “NanomistTM” จะทำให้อุณหภูมิลดลง 3 องศา ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเรา มีความอ่อนโยน และจะช่วยทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่น ซึ่งคนไทยชินกับเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ไม่รู้หรอกว่าบางครั้งอุณหภูมิน้ำมันร้อนเกินไปสำหรับผิวหน้าเราที่ทดลองตลาดมา สินค้าตัวนี้ส่วนใหญ่คุณผู้หญิงจะซื้อไป แต่ปรากฏว่าพอคุณผู้ชายได้ใช้แล้วจะชอบกันทุกคน”

ลูกค้าเป็นใคร?

“กลุ่มลูกค้าของแบรนด์คูโดสเรามองว่าคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจในเรื่องของการเลือกซื้อสินค้า ที่ให้คุณค่าทั้งในแง่ของนวัตกรรม ดีไซน์ คุณภาพ รวมถึงใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน”

ช่องทางการจัดจำหน่ายมีที่ไหนบ้าง?

“คูโดส ประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับคู่ค้าโมเดิร์นเทรด เช่น โฮมโปร บุญถาวร ถึงแม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เพียง 6 ปี แต่คูโดสได้จำหน่ายสินค้าไปแล้วกว่า 6 ล้านชิ้น หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,800 ล้านบาท

นอกจากนี้เราพยายามปรับให้ทันช่องทางการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อความสะดวกให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่

  • ผ่านตลาดออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Line และ E-Commerce Platform อย่าง Lazada, Shopee, 11Street
  • ร้านขายยาจากญี่ปุ่น Tsuruha
  • TV Shopping ต่างๆ เช่น Shop Channel, True Select
  • โฮมโปรมาเลเซีย 6 สาขา และร้านค้าที่ได้รับการแต่งตั้งในประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า และเวียดนาม)

สำหรับคนไทย เราอยากให้ลองหาซื้อสินค้าคูโดสมาใช้ดู แล้วจะพบถึงความแตกต่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยอย่างแน่นอน”

Kudos Pop Up Store Ecotopia Siam Discovery
คุณอชิรญา รัชตะวรรณ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท ซี.ไอ.ที. จำกัด

ทำไมต้องมี Shop Kudos Living ที่ Siam Discovery แนวโน้มการขยายสาขา?

“ในปีนี้ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของคูโดสที่เราได้พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายให้ตอบโจทย์ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ถือเป็นโชคดีที่ได้รับการแนะนำจาก รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโซน Ecotopia ชั้น 4 Siam Discovery ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้ามีดีไซน์และนวัตกรรมที่ช่วยรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมการเปิดช็อป Kudos Living ถือเป็นการต่อยอดความตั้งใจของ ‘คูโดส’ ในการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมไทย ซึ่งนอกจากกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในการเลือกสินค้า และรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่เราตั้งเป้าไว้ ตอนนี้เราได้ขยายออกไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะสินค้า Universal Design ที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้โดยตรงโดยที่ Kudos Living แห่งนี้เราได้นำเสนอเรื่อง Universal Design ผ่านนวัตกรรมสินค้าของคูโดส และนำสินค้า Universal Design จากแบรนด์ดังระดับโลกที่ยังไม่มีในเมืองไทยมาจำหน่าย เพื่อให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้เห็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์สินค้าสำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม

สำหรับผลิตภัณฑ์ Universal Design ที่ได้นำมาจัดจำหน่าย ยกตัวอย่างเช่น ฝักบัวกรองคลอรีน รุ่น Purebliss ‘เพียวบลิส’ ประหยัดน้ำ ที่มีน้ำหนักเบาและจับง่ายกระชับมือตามหลักสรียศาสตร์ มีจุดเด่นที่ไส้กรอง ช่วยกรองคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ และฝักบัวตัวใหม่ในชื่อ MIST ‘มิสท์’ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งการล้างหน้าเลย

เพราะใช้นวัตกรรมละอองน้ำอนุภาคขนาดเล็ก NanomistTM’, Casta กรรไกรอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาให้ผู้ทุพพลภาพ เด็ก หรือผู้สูงอายุ ก็สามารถใช้ได้สะดวกและปลอดภัย, Nail กรรไกรตัดเล็บ ใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก เหมาะทุกการใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับเด็ก และผู้สูงอายุที่ข้อมืออ่อนแรง, Line คัตเตอร์อเนกประสงค์มีลักษณะรูปร่างคล้ายเม้าส์ เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่มืออ่อนแรง ใช้งานง่ายเพียงกดปุ่มด้านบน มีอิสระในการลากเส้นสาย ตัดได้ต่อเนื่องแม้เป็นเส้นโค้ง ใบมีดทำจากเซรามิก ปลอดภัยในการใช้งาน วัสดุทนทาน ไม่เป็นสนิม หรือสินค้าในกลุ่ม Bath Accessories ใช้ในห้องน้ำ เช่น ตะขอแขวนฝักบัวอาบน้ำแบบแปะผนัง ทำให้สามารถย้ายตำแหน่งขอแขวนฝักบัวให้ผู้สูงอายุหรือเด็กสามารถยืนอาบหรือนั่งอาบน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมถึง ที่แขวนของ, แขวนผ้าเช็ดตัว, ที่ใส่สบู่, ที่ใส่ทิชชู่, แก้วใส่แปรงสีฟัน ฯลฯ ที่ติดตั้งง่ายแบบแปะผนัง และสามารถย้ายที่ได้อย่างอิสระ ดีไซน์เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ เป็นต้น

อยากให้ลองมาชมกัน เพราะสินค้าหลายตัวคุณอาจไม่เคยเห็น เพราะไม่เคยวางขายในประเทศไทยมาก่อน แล้วคุณจะพบว่าสินค้าที่เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้พิการ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาเหล่านั้นให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีมากมายเหลือเกิน และเราเชื่อว่าคุณจะตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอนการที่ คูโดส เราสามารถมีพื้นที่ในการแสดงสินค้าอย่างไร้ข้อจำกัดด้านการค้า นั่นช่วยให้เราสามารถนำเสนอสินค้าในลักษณะ Design Showcase ได้มากมายไร้ข้อจำกัด ซึ่งเราหวังว่าจะมีส่วนในการช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักออกแบบรุ่นใหม่ของไทยนำไปต่อยอดในการออกแบบเชิง Universal Design ของตนต่อไปได้”

KUDOS

ผลตอบรับเป็นอย่างไร?

“หลังจากที่เปิดตัว Kudos Pop-Up Store มาประมาณ 2 เดือน ผลตอบรับดีมากๆ มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก คูโดสเราจึงตั้งเป้าจะขยายสาขา Pop-Up Store ลักษณะนี้ออกไปตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนวางแผนที่จะเปิด Flagship Store เต็มรูปแบบของคูโดส

ในอนาคตในส่วนของสินค้า เราตั้งใจจะนำเสนอไฮไลท์ใหม่ๆ ทุกปี แน่นอนว่า เรายังคงเน้นในเรื่องของการต่อยอดจากธุรกิจหลักคือห้องน้ำ และห้องครัว แต่ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สังคม หรือรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความต้องการอะไรใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เราต้องรู้ เข้าใจ และตามให้ทัน ดังนั้นเรามีนโยบายเรื่องการออกแบบพัฒนาสินค้าและบริการ ช่องทางการจำหน่าย กิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการผู้บริโภค อย่างเช่น ในปีหน้าจะมีนวัตกรรมสินค้า IoT (The Internet of Things) Smart Lock ที่จะเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าผ่าน Smart Phone ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในบ้านและนอกบ้าน และอำนวยความสะดวกเรื่องความปลอดภัยซึ่งเป็นแผนของเราที่จะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นสู่ไปสู่ Kudos Living ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสำหรับบ้านและที่อยู่อาศัย”

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสของจริง เชิญได้ที่โซน Ecotopia ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

บางทีคุณอาจได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ สำหรับบ้านของคุณ หรือเป็นของขวัญแทนใจสำหรับคนที่คุณรัก ซึ่งน่าจะเข้ากับบรรยากาศปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในการมอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน

สามารถดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.kudos.co.th

ที่มา: นิตยสาร Me Style Home and Living, December 2017

คุยกับ ซาโตชิ คานากาว่า กูรูด้านการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มในสังคม (UNIVERSAL DESIGN)

ซาโตชิ คานากาว่า

ซาโตชิ คานากาว่า ผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบ Tripod Design (ประเทศญี่ปุ่น) ถือเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นแรกๆ ที่ริเริ่มและส่งเสริมแนวคิด Universal Design ให้เป็นที่แพร่หลายในญี่ปุ่นและทวีปเอเชีย เขาเป็นอาจารย์ นักวิจัย นักเขียน วิทยากร และที่ปรึกษาด้านการออกแบบ ‘เพื่อมวลชน’ ให้กับบริษัทชั้นนำทั่วโลก คานากาว่าแวะเวียนมากรุงเทพฯ ครั้งนี้เพื่อเป็นวิทยากรพิเศษให้กับงานสัมมนาของ Kudos (คูโดส) Livingetc จับเข่าคุยกับเขาถึงมุมคิดใหม่ๆ ในวิถีของการออกแบบ

UNIVERSAL DESIGN
UNIVERSAL DESIGN

นิยามของ ‘ดีไซน์ที่ดี’ สำหรับคุณ

“ในชีวิตนักออกแบบผมมักจะมีคำถามเสมอๆ นะว่าดีไซน์ที่ดีคืออะไร ซึ่งคำตอบที่เป็นพื้นฐานที่สุดก็คือมันต้องตอบโจทย์สังคมครับ สามารถสร้างคุณค่าบางอย่างให้กับผู้คนได้ ดังนั้นแนวคิดของคำว่า Good Design ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าให้ผมมองในมุมที่ส่วนตัวหน่อย ดีไซน์ที่ดีก็ควรจะมอบคุณค่าที่สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้ใช้ครับ ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเราทุกคนใช้ชีวิตภายใต้อิทธิพลของงานดีไซน์ในวิถีใดวิถีหนึ่ง ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นวิถีที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ ‘คนส่วนใหญ่’ เหตุผลก็เพราะต้นทุนมันถูกกว่า เป็นเรื่องของการผลิตเชิงพาณิชย์ แต่เราต้องไม่ลืมนะครับว่า ‘คนส่วนใหญ่’ ก็ยังไม่ใช่ ‘คนทั้งหมด’ อยู่ดี …ในสังคมเรายังมีกลุ่มคนส่วนน้อย เช่น คนพิการ คนสูงอายุ ที่ดีไซน์กระแสหลักมักจะลืมนึกถึงไป”

ทำไมถึงคิดว่า Universal Design คือคำตอบ

“แนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกคือเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้คนจำนวนมากขึ้นจะเริ่มมีศักยภาพทางกายที่ด้อยลง โลกอนาคตจะไม่ใช่โลกของคนที่แข็งแรงอีกแล้วครับ ที่ญี่ปุ่นเริ่มเป็นมานานแล้ว ไทยก็กำลังก้าวตามมา ผมมองว่าปรากฏการณ์นี้ช่วยให้แนวคิดเรื่อง Universal Design (หรือ UD) ได้รับความสนใจมากขึ้นมาก เพราะเมื่อคนหนุ่มสาวเริ่มเห็นถึงความลำบากของพ่อแม่ตัวเอง เมื่อนั้นเขาก็จะคิดได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป… Universal Design จริงๆ ก็ไม่ใช่แนวคิดที่ใหม่นะ ผมว่ามันเป็นรากฐานของการออกแบบด้วยซ้ำ นั่นก็คือการยึดที่ตัว ‘ผู้ใช้’ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นคนสูงวัย เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ หรือคนที่มีความพิการบางอย่าง ดีไซเนอร์ไม่ควรมองไปที่คนหนุ่มสาวหรือคนที่แข็งแรงเพียงกลุ่มเดียว ผมยกตัวอย่างเช่นหญิงท้องแก่ ถ้าคุณขอให้เขาเดินลงบันไดสูงๆ เขาต้องใช้ความกล้ามากนะ เพราะนอกจากจะต้วมเตี้ยมไม่คล่องตัวแล้ว เขายังมองไม่เห็นขั้นบันไดตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ และคุณเชื่อผมมั้ยว่าอินทีเรียดีไซเนอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเผื่อเรื่องนี้กันหรอก เพราะเขาอาจจะไม่เคยท้องไง” (หัวเราะ)

แล้วบันไดที่ออกแบบมา ‘เพื่อทุกคน’ ต้องเป็นยังไง

“เรื่องแรกที่ต้องนึกถึงคือความปลอดภัยครับ ความกว้างและความสูงของขั้นบันไดต้องถูกวิเคราะห์กันใหม่ ราวจับยังไงก็ต้องมี อินทีเรียร์สมัยใหม่บางทีชอบสร้างขั้นบันไดแบบไม่มีราว เพราะมันดูคลีน ดูสวย แต่มันไม่เวิร์คน่ะสิ ยิ่งกับคนท้องหรือคนแก่ด้วยแล้วเราควรทำราวจับให้ทั้งสองข้าง ข้างละสองชั้นเลยด้วย เพราะมนุษย์เรามีทั้งที่ถนัดซ้ายและถนัดขวา มีคนตัวสูงและคนตัวเตี้ย และจากการศึกษาพฤติกรรมคนท้องหรือคนแก่ พวกเขาจะชอบเดินชิดกำแพงครับ มันสบายใจกว่า ถ้าพลาดราวบนก็ยังคว้าราวล่างได้ด้วย เป็น Double Safety”

วิธีการไหนที่ช่วยให้ดีไซเนอร์ ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ ได้อย่างแท้จริง

“ง่ายๆ คือคุณต้องลองสมมติตัวเองไปอยู่ในสภาวะข้อจำกัดที่คุณไม่เคยมี (ในชีวิตปกติ) แล้วก็ลองใช้ชีวิตในแบบนั้นดูสักพัก เช่นให้มัดมือมัดนิ้วเป็นเหมือนคนที่เป็นโรคกระดูกหรือคนที่มีนิ้วไม่ครบ ลองดูสิว่าคุณใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารหรือช้อนส้อมปกติได้ลำบากแค่ไหน ซึ่งพอคุณสัมผัสมันด้วยความรู้สึกของตัวเอง คุณก็จะคิดได้ครับว่าคุณควรออกแบบช้อนส้อมแบบไหนให้มีบาลานซ์ที่ดีขึ้น จับง่ายขึ้น คุณจะคิดถึงองศาของขอบจาน คิดถึงฐานจานที่ป้องกันการเลื่อนไถล ฯลฯ นี่คือวิธีการสร้างคุณค่าของ UD”

พูดถึงปากกา U-Wing

“ปากกาด้ามนี้เป็นความภูมิใจของผมเลย ครั้งหนึ่งผมเคยไปทำเวิร์คช็อปที่ไต้หวัน มีผู้ร่วมเวิร์คช็อปคนหนึ่งเดินมาขอบคุณผม เขาบอกว่า U-Wing เป็นปากกาด้ามเดียวในโลกที่เขาใช้ได้ และเขาดีใจเหลือเกิน ปากกา U-Wing นี้ผมทำออกมาตั้งแต่ปี 1994 ตอนนั้นผมได้รับจดหมายจากชายคนหนึ่ง เขาเขียนมาบอกว่าเขาโชคไม่ดี ประสบอุบัติเหตุทำให้กำมือไม่ได้ ส่งผลให้เขาใช้ปากกาทั่วไป ‘เซ็นชื่อ’ ไม่ได้อีกต่อไป และนั่นทำให้เขารู้สึกว่า ‘เขาไม่มีตัวตน’ ในสังคม ผมใช้เวลาหนึ่งปีทำวิจัยเรื่องนี้และออกแบบ U-Wing ให้เป็นปากกาที่ไม่ต้องอาศัยวิธีการจับแบบปกติ เช่นคุณกำมือไม่ได้ก็ยังเขียนหนังสือได้ กระทั่งใช้ปากจับก็ได้ ใช้เท้าจับก็ได้ มันจะเอื้อต่อการใช้งานด้วยวิธีการที่หลากหลายสุดๆ ปรัชญาการออกแบบของผมคือ Never Give Up ครับ ผมไม่อยากให้ใครยอมแพ้กับชีวิต”

บทบาทของนักออกแบบในสังคมผู้สูงอายุ

“ผมขอยกตัวอย่างสังคมผู้สูงอายุที่ญี่ปุ่น ทุกวันนี้เราพบปัญหาสำคัญ 3 ข้อ ข้อแรกคือเรามีสถิติผู้เสียชีวิตในบ้านคนเดียวสูงมาก สาเหตุหลักเกิดจากการทานอาหารแล้วติดคอ… มันเศร้านะครับ เป็นตัวเลขที่สูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ถึง 2 เท่า ข้อที่สองคือการเสียชีวิตในห้องน้ำ และข้อที่สามคือการตกบันได ซึ่งถ้าคุณมองแบบคนนอกคุณก็อาจจะคิดว่าอุบัติเหตุในบ้านเป็นความผิดของเจ้าตัว…คุณจะช่วยอะไรได้ แต่ในฐานะนักออกแบบแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่นะ ส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของเราด้วยที่ไม่เคยออกแบบสภาพแวดล้อมที่ ‘เหมาะสม’ เผื่อไว้ให้ผู้คน ซึ่งจริงๆ เราทำได้นะครับ แค่เปลี่ยนวิธีคิดเพียงนิดเดียว เราก็สามารถจะสร้างสิ่งที่มีคุณค่ามากขึ้นได้ ยิ่งในอนาคตที่เทคโนโลยี Big Data เข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมด้วยแล้ว ผมว่า Universal Design จะไปได้อีกไกลเลย”

“แนวคิดของ Universal Design คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นการคิดแบบเห็นอกเห็นใจ ผมว่าโลกปัจจุบันเราก็ต้องการแค่นี้แหละ” – ซาโตชิ คานากาว่า –

 ที่มา: นิตยสาร Livingetc, August 2016