เคล็ดลับ “ความเป๊ะ” อยู่ตรงนี้!
เชื่อว่าสาว ๆ หรือหนุ่มๆ เองก็ตาม มี Routine ในการดูแลผิว แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว ซึ่งหลัก ๆ Core Routine จำเป็นก็จะมี Cleanser, Moisturizer และห้ามลืมเด็ดขาด คือ ครีมกันแดด ในตอนเช้า หรือเพิ่มเติมเข้าไปอีกก็ Toner, Pre- serum, Essence, Serums, Eye Cream, Emulsion ฯลฯ บางทีก็มี Sleeping Mask อีก! นับไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว
แต่เดี๋ยวก่อน ลงทุนกับครีมแพง ๆ มากมาย
เพื่อเอามาช่วยดูแลผิวขนาดนี้ แล้วแอบลืมอะไรกันไปหรือเปล่า?!
Skincare routine ที่ดี ควรเริ่มใส่ใจ
ให้ความสำคัญตั้งแต่ “คุณภาพน้ำ” ที่ใช้ล้างหน้าและอาบน้ำ
ซึ่งถือเป็นการขั้นตอนแรกสุดของการ “เตรียมผิว” ให้พร้อมรับการบำรุง ยิ่งไปกว่านั้น หากเราล้างหน้าไม่สะอาด หรือใช้น้ำที่คุณภาพไม่เหมาะสมมาล้างหน้าอาบน้ำ ตรงนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวได้
ดังนั้นการหันมาใส่ใจ “คุณภาพน้ำที่ดี” ก็เป็นการเริ่มต้นสุขภาพดีได้ง่าย ๆ
มา “ลดจุดเริ่มต้นของทุกปัญหาผิว” เริ่มใส่ใจตั้งแต่ “การอาบน้ำ” กัน
-
ในน้ำมีอะไร? ทำไมเราต้องใส่ใจคุณภาพน้ำ
“ผิวแห้ง เป็นสิวไม่หายสักที หรืออาบน้ำทุกวันแต่มีผื่นคัน”
ถ้าคุณเจอกับอาการเหล่านี้อยู่ รู้ไหมว่าสาเหตุอาจมาจากสิ่งที่เราคาดไม่ถึง เพราะอยู่ใกล้ตัวเราทุกวัน แล้วมันคืออะไรกันแน่! มาเจาะลึกกัน
1) ในน้ำประปาที่เราอาบมี “คลอรีน”
- คลอรีน (Chlorine) คืออะไร?
คือ สารที่ใช้ลดปริมาณเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา สามารถใส่ลงในน้ำเพื่อทำให้น้ำสะอาด
- คลอรีนอิสระคงเหลือ (Free Residual Chlorine) คืออะไร?
คือ คลอรีนที่เป็นอิสระยังไม่ได้รวมกับโมเลกุลของน้ำ เหลืออยู่ในน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเติบโตในน้ำปะปาระหว่างไปสู่ผู้ใช้น้ำ
ซึ่งหมายความว่าน้ำนี้ปราศจากจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย
2) คลอรีนคงเหลือในน้ำ ทำให้เรา….?
คลอรีนมีประโยชน์ทำให้น้ำสะอาด มีคุณสมบัติกำจัดเชื้อโรคสูง
แต่ในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถส่งผลกระทบด้านลบได้เช่นกัน เช่น
- ทำลายโปรตีนในผิวหนังและเส้นผม
-
เกราะป้องกันผิวและผมถูกทำลาย
-
ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ไม่ได้ ผิวแห้ง รวมถึงผมแห้งแตกปลาย
“ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย” บางคนผิวแห้ง จนเกิดเป็นผิวมัน และถ้าลองสังเกต ทำไมเราถึงเป็นสิวไม่หายสักที หรืออยู่ดี ๆ ก็มีผื่นคัน สาเหตุอาจจะเกิดจากเจ้าตัวการอย่าง
“คลอรีนคงเหลือในน้ำ” ที่เราอาบทุกวันนี่เอง
3) คลอรีนตกค้างในน้ำทำให้เกิดปัญหาผิวและผม!
แน่นอนว่าคลอรีนนั้นมีประโยชน์ สามารถฆ่าเชื้อโรค ทำให้น้ำสะอาด แต่เมื่อฆ่าเชื้อโรคได้ก็สามารถทำร้ายผิวเราได้เช่นกัน
หากมี “คลอรีนตกค้าง” ใน “น้ำประปา” มากเกินไป
คลอรีนก็สามารถทำลายโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันผิว” ของเราได้ทำให้ “ผิวอ่อนแอ ผิวแห้ง เป็นสิว ผิวมัน”
“ฝุ่น สิ่งสกปรก เชื้อโรค” ก็เข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังได้ง่ายขึ้น แล้วยิ่งเราต้องอาบน้ำทุกวัน ผิวก็จะยิ่งอ่อนแอ ปัญหาผิวต่าง ๆ ก็ไม่หายสักที!
ดังนั้นถ้าอยากให้ผิวสุขภาพดี ดูเฟรชอยู่ตลอด ก็ต้องหาตัวช่วยให้ผิวเรา “เจอกับคลอรีนให้ได้น้อยที่สุด”
-
ต้องทำยังไงให้น้ำที่เราอาบมี ‘คลอรีนตกค้างน้อยที่สุด’?
เพื่อน ๆ คงรู้กันแล้วใช่ไหมว่า ถ้ามีคลอรีนในน้ำมากไปจนเหลือตกค้างส่งผลต่อผิวเรายังไง!
ดังนั้นใครอยากปกป้องผิว เรียก “ตัวช่วย” ด่วน!!
ซึ่งตอนนี้ก็มีตัวช่วยที่เป็นนวัตกรรมการกรองคลอรีนให้เราเลือกมากมาย แต่สงสัยกันไหมว่าสารต่างๆ ที่เเต่ละเเบรนด์เลือกใช้ คุณสมบัติแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันยังไง มีประสิทธิภาพเเค่ไหน เเล้วจะเลือกใช้ตัวไหนถึงจะเหมาะที่สุด
วันนี้เราลองมาเปรียบเทียบกันดีกว่าว่าตัวไหนจะเหมาะในการนำมากรองคลอรีนเพื่อใช้ในการอาบน้ำ?
เรียกได้ว่าตัวช่วยแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติกรองคลอรีนที่เก่งมาก ๆ และมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป
เพื่อน ๆ สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการของเราได้เลย!
ถ้าถามว่าแล้วตัวไหนกันล่ะ? ที่มี “ประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด” ในการกรองน้ำชำระร่างกาย
จากการเปรียบเทียบจะเห็นว่า “แคลเซียมซัลไฟต์” (CaSO3) นั้นมี “ประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด” ในการกรองน้ำชำระร่างกาย เพราะสามารถใช้ได้กับทั้งน้ำร้อน น้ำอุ่น น้ำเย็น ซึ่งถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่คนไทยเราชอบอาบน้ำอุ่นกัน เลยไม่ต้องกังวลว่าจะสูญเสียประสิทธิภาพในการกรองคลอรีนไป
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ “ดึงคลอรีนออกจากน้ำได้เร็วที่สุด” โดยไม่ต้องรอ หรือใช้เวลาในการกรอง จึงเหมาะมาก ๆ ในการมาอยู่ในฝักบัว เพราะจะทำให้น้ำที่ไหลผ่านการกรอง “สะอาดเร็วที่สุด”
ขอแนะนำตัวช่วยให้คุณ สุขภาพดีขึ้นได้ง่าย ๆ อาบน้ำได้สะอาด มั่นใจ
เริ่ม Routine ของวันด้วย ฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU
ที่จะเข้ามาช่วยให้ “คุณภาพน้ำดีขึ้น”
ด้วยเทคโนโลยี Water-Pure Filter™ ที่มีแคลเซียมซัลไฟต์ (CaSO3) กรองคลอรีนที่ตกค้างในน้ำประปาให้ “เหลือน้อยที่สุด”
เมื่อได้ “Calcium Sulfite” มากรองคลอรีนที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เกราะป้องกันผิวก็ไม่โดนทำร้าย ทำให้สุขภาพผิวและผมของเราดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในร่างกายเราผ่านทางผิวหนังด้วยนะ
สนใจ “ดูแลผิวตั้งแต่ขั้นตอนแรก” กันแล้ว ก็มาช้อปฝักบัวกรองคลอรีน KUDOS TUBU เข้าบ้านกัน!
คลิ๊กเลยเป๊ะกันต่อ! ดูแลต่อเนื่องยังไงก็เฟรช
นอกจากใส่ใจคุณภาพน้ำ เรายังมีเคล็ดลับที่ดีกับร่างกายมาฝากด้วยนะ บอกเลยว่าทำตามง่าย ได้สุขภาพผิวที่ถูกใจแน่นอน!
1. น้ำต้องคู่กาย
ง่ายที่สุดและดีที่สุด ห้ามขาดเลย
น้ำเปล่าจะช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ ให้ระบบในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ
ควรดื่ม 1.5-2 ลิตร หรือจำง่าย ๆ ก็ “จิบระหว่างวัน 1 ขวดใหญ่” และ “กลางวัน 1 ขวดเล็ก”
แต่ถ้าใครอยากได้แบบเป๊ะ ๆ ก็นี่เลย เรามีสูตรคำนวณปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมให้เพียงพอตามน้ำหนักตัวมาฝาก
สูตรคือ น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย 2
คูณด้วย 2.2 คูณด้วย 30
จะได้เป็นปริมาณน้ำเป็น มิลลิลิตร ที่เราควรดื่มใน 1 วัน
ยกตัวอย่าง เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม
50/2 x 2.2 x 30 = 1,650 มิลลิลิตร
= 1.65 ลิตร หรือน้ำประมาณ 8 แก้ว
* 1,000 มิลลิลิตร = 1 ลิตร
** 200 มิลลิลิตร = น้ำ 1 แก้ว
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ นอกจากจะทำให้สดชื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้ผิวของเราชุ่มชื้นดูสุขภาพดีได้อีกด้วย
2. ถึงเวลาอาหารมีประโยชน์
หมูกรอบ ลูกชิ้นทอด ของมัน ๆ ทั้งหลาย อาจจะต้องทานให้น้อยลง หรือห่างกันสักพักก่อน
เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญยิ่งทำงานได้น้อยลง
- เลี่ยงได้เลี่ยง คือ อาหารเนื้อแดง เพราะมีไขมันสูง ทำให้ย่อยยาก ส่งผลให้มีโอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น กรดไหลย้อน ลำไส้ มะเร็ง
- แนะนำให้ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ถั่ว ผักผลไม้หลากสี ชาเขียวและดาร์คช็อคโกแลต
เพราะจะเป็นการช่วยเติมเต็มสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายเราสูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น และเป็นการชะลอความชราให้เซลล์ในร่างกายเราได้อีกด้วย
3. พักให้เป็นนอนให้พอ
สำคัญมากๆ ห้ามละเลย การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนต่าง ๆ ให้กลับมาแข็งแรง
และนี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้การนอนหลับดีขึ้น
- วางโทรศัพท์ก่อนนอน 30 นาที
- งดดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงบ่าย
- นอนห่างจากมื้อเย็นอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
พยายามรักษา “Golden Time” นอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่ดีของเรากัน
4. บำรุงถูกจุดผิวก็ยิ่งเริ่ด
แนะนำเลือกสกินแคร์ที่ช่วยเติมความชุ่นชื้นให้ผิวเราได้ ยิ่งมีคอลลาเจนด้วยยิ่งดี และอย่าลืมครีมกันแดดสำคัญที่สุด ปกป้องผิวจากศัตรูทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัยด้วยนะ
ง่ายไหมคะเคล็ดลับ ไม่ว่าวัยไหนก็เอาไปใช้ได้เลยนะ
เพราะไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนการดูแลตัวเองให้มี “สุขภาพดีจากทั้งภายในและภายนอก” ก็ดีที่สุด

