ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ว่าความสะอาดสะอ้านของบ้าน มีส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้อาศัย บางคนอาจมีนิสัยชอบจัดแจงความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่จะจัดแจงแต่งเติมอย่างไร ให้ข้าวของเครื่องใช้ไม่กลับมาเกะกะเหมือนเก่า เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ หากบ้านที่จัดระเบียบไว้อย่างดี จะมีข้าวของมาเพิ่มให้รกรุงรังครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างที่ทุกคนทราบดี มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้บ้านนั้นไม่เป็นระเบียบแบบวันแรก ๆ ที่เข้าอยู่อาศัย อาจเป็นเพราะการที่ต้องทำงานหนักของเหล่ามนุษย์เงินเดือน จนทำให้ไม่มีเวลามาจัดแจงของใหม่ ๆ ให้เป็นที่เป็นทางเช่นเดิม ตลอดจนการมีลักษณะนิสัยชอบซื้อของเข้าบ้านเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่ได้มีวิธีจัดการกับของเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ในทางการแพทย์แล้ว การที่บ้านของเรารกไปไม่น่ามอง สามารถส่งผลโดยตรงต่อสภาวะทางอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อย จนถึงขั้นที่นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘พื้นที่โดยรอบ สามารถส่งผลต่อตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้’ ฉะนั้น การจัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย จะช่วยเพิ่มความสุขทั้งทางกายและทางใจไปควบคู่กัน วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปตรวจเช็กอุปสรรคสำหรับผู้อาศัย ว่าทำไมถึงจัดระเบียบบ้านไม่ได้สักที รวมถึงเราจะมีวิธีอย่างไรในการจัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่

5 อุปสรรคที่มักเจอ ทำให้การจัดบ้านล่มไม่เป็นท่า

  1. ไม่มีแรงจูงใจ : อาการท้อแท้ในการจัดระเบียบสิ่งของ เป็นความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นบ่อยจนทำให้เราขาดแรงจูงใจ ไม่รู้สึกอยากจะจัดระเบียบมากพอ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องมุ่งมั่นและมีภาพระเบียบบ้านในจินตนาการเสียก่อน วาดฝันไว้ว่าเมื่อเราทำสำเร็จมันจะออกมาดีแค่ไหน และไม่ลืมที่จะกำหนดเป้าหมายเป็นขั้นตอน
  2. ไม่มีเวลา : อุปสรรคยอดฮิตที่หลายคนประสบปัญหา ‘ไม่มีเวลาเพียงพอ’ มักทำให้แพลนจัดบ้านล่มแล้วล่มอีก แต่หากอุปสรรคข้อนี้ไม่ถูกแก้ไขหรือขจัดออกไป การจัดระเบียบคงจะไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
  3. ผัดวันประกันพรุ่ง : อุปสรรคข้อนี้อาจสืบเนื่องมาจากลักษณะนิสัยรายบุคคล แต่เหตุผลเรื่องงานบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง มักมาทำให้เราเกิดผัดวันประกันพรุ่งได้อยู่บ่อย ๆ
  4. โดนรบกวนด้วยสิ่งรอบข้าง : ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะ สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ แจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ คนในครอบครัว ล้วนแต่มีส่วนทำให้การจัดบ้านของเราชะงักไปและขาดตอนไม่สำเร็จลุล่วงจนได้
  5. สิ่งของก่อนจัด เยอะเกินไป : ข้าวของกองพะเนิน มองผิวเผินยิ่งทำให้เราไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดี จนส่งผลให้เราล้มเลิกความตั้งใจการจัดระเบียบบ้านไปในที่สุด
ทริกดีมีสาระ : จัดระเบียบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เพิ่มความสุขกายสบายจิต

6 เคล็ดลับการจัดระเบียบบ้าน ทำอย่างไร ‘ให้บ้านเป็นระเบียบน่าอยู่อาศัย… ไม่กลับมารกอีก’

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการจัดระเบียบบ้านที่มักเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน นั่นก็คือ เราจะเริ่มต้นจัดระเบียบบ้านอย่างไรดี ต้องเริ่มจากจุดไหน และควรมีลำดับขั้นตอนอย่างไรให้ได้บ้านน่าอยู่กลับคืนมา

1. รื้อของออกมาเป็นสัดส่วน ก่อนจัดใหม่

วิธีเริ่มต้นนี้อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำ นั่นก็คือ การนำข้าวของที่รกรุงรังนั้นออกมาให้หมดเสียก่อน จะทำให้เราเห็นภาพรวมว่า ข้าวของที่มีเยอะมากแค่ไหนและเราควรจัดอะไรเป็นสิ่งแรก ถึงอย่างนั้น การรื้อของออกมาทั้งหมดในคราวเดียว อาจเพิ่มเวลาและงานให้เราว้าวุ่นมากขึ้น ทางที่ดี เราควรมีการแบ่งสัดส่วนการรื้อของก่อนจัดเก็บใหม่ แทนที่จะรื้อไปเลยในทีเดียว นอกจากนี้ องค์ประกอบแต่ละห้องของบ้าน ก็ควรมีการรื้อของเป็นสัดส่วนเหมือน ๆ กัน

  • ห้องครัว : ควรแบ่งการจัดระเบียบเป็นส่วนๆ ด้วยการเริ่มจาก ตู้เย็น ตู้เก็บของ ไปจนถึงโซนเก็บจานชาม
  • ห้องนอน : ควรเริ่มจากสัดส่วนที่ใช้บ่อยเป็นลำดับ เช่น เตียงนอน โต๊ะข้างเตียง ตู้เสื้อผ้า
  • ห้องน้ำ : การจัดส่วนตามการใช้งาน เช่น โซนวางแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู ผ้าเช็ดตัว และสุขภัณฑ์

2. ตัดสินใจในการคัดเลือกสิ่งของอย่างเด็ดขาด

“อันนั้นก็น่าเก็บเอาไว้ อันนี้ก็น่าจะได้ใช้ในอนาคต” ลักษณะนิสัยที่ชอบเสียดายของก็เป็นหนึ่งในปัญหาระดับนานาชาติที่เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านมักพบเจอ ส่งผลให้ของทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นปะปนกันอยู่จนรกเกินไป ฉะนั้น สิ่งที่คนจัดบ้านจำเป็นต้องมี คือการตัดสินใจที่เด็ดขาดและเฉียบขาด เลิกเป็นคนเสียดายของทุกสิ่ง เพราะความเป็นจริง สิ่งของหลายอย่างอาจไม่จำเป็นกับเราในอนาคต ให้เราตัดใจขจัดทิ้งไป นำไปบริจาค หรือขายต่อก็ยังสามารถสร้างรายได้เล็กน้อยเพิ่ม

แต่หากเราเกิดสับสนและลังเลว่าสิ่งไหนควรทิ้งไป หรือ สิ่งไหนควรเก็บ การหยิบใช้แนวคิด ‘Spark Joy’ จากทฤษฎี KonMari ของนักจัดบ้านผู้เชี่ยวชาญ คนโด มาริเอะ ก็อาจมาช่วยให้เราจัดบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทฤษฎีนี้จะทำให้เราเข้าใจและเห็นถึงแก่นแท้ของความหมายในสิ่งของแต่ละชิ้นภายในบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3. จัดหมวดหมู่สิ่งของ

เมื่อเราสามารถแยกสิ่งของที่ต้องการจะจัดเก็บได้แล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือการ จัดหมวดหมู่ให้กับสิ่งของเหล่านั้น ด้วยการแยกประเภทตามสัดส่วนที่เราจัดแจงเอาไว้ เช่น หากวางแผนจะจัดห้องทำงาน เราจำเป็นที่จะต้องแยกหมวดหมู่สิ่งของในนั้นทั้งหมดให้ไม่ปะปนกัน เช่น จัดหมวดหมู่ของหนังสือ จัดหมวดหมู่ของเอกสาร หรือ แม้แต่สิ่งของที่มีคุณค่าสำคัญ ก่อนจะหยิบใส่กล่องที่จะช่วยให้หมวดหมู่เหล่านั้นอยู่อย่างเป็นระเบียบ

แต่หากใครที่ลองจัดตามหมวดหมู่ทั่ว ๆไป การจัดบ้านก็ยังกลับมารกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ลองหยิบเอาวิธีของคนโด มาริเอะ มาใช้อาจช่วยคุณได้ไม่น้อย ตามทฤษฎีดังกล่าว คุณจำเป็นต้องเรียงลำดับการจัดสิ่งของตามหมวดหมู่ทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ หมวดเสื้อผ้า หมวดหนังสือ หมวดเอกสาร หมวดของใช้ทั่วไป และหมวดของที่มีคุณค่าทางใจ

 4. นำป้ายหรือฉลากเข้ามาเสริมการจัดระเบียบ

ป้าย หรือ ฉลาก (Label) เป็นอีกตัวช่วยที่จะมาเสริมการจัดระเบียบให้ดูเข้าใจและเข้าถึงง่าย จากป้ายชื่อหรือคำอธิบาย แค่มองแว๊บเดียว เราก็สามารถเข้าใจได้ว่าของที่อยู่ในกล่อง หรือ ลิ้นชักเหล่านั้นเป็นหมวดหมู่อะไร และง่ายต่อการค้นหาในอนาคต ไม่เพียงแต่จะช่วยการค้นหาให้รวดเร็วกว่าเดิม จะยังช่วยเพิ่มเติมเสริมแต่งความสวยงามให้กับห้องนั้น ๆ ได้อีกด้วย

5. เรียงลำดับความสำคัญในพื้นที่จัดวาง

เมื่อเราสามารถคัดแยกสิ่งของ จัดหมวดหมู่ได้อย่างสวยงาม ตลอดจนการเพิ่มป้ายชื่อแปะเข้าไปให้ง่ายต่อการค้นหาแล้ว วิธีถัดไปที่จะยิ่งช่วยให้เราไม่รู้สึกหงุดหงิดยามใช้งาน นั่นก็คือ การเรียงลำดับความสำคัญในการจัดวางเข้าพื้นที่ สิ่งไหนที่ใช้งานบ่อยสุดๆ ควรถูกจัดสรรเข้ากับพื้นที่ที่ง่ายต่อการหยิบใช้ หากสิ่งไหนที่เราเลือกเอาไว้ว่าจำเป็นแต่ไม่ค่อยได้หยิบใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้นำไปจัดเก็บไว้บนพื้นที่ในสุด หรือ ชั้นบนของตู้ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การหยิบใช้สะดวกคล่องตัว แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งของที่จัดเก็บเอาไว้เป็นหมวดหมู่ ถูกรื้อค้นให้เสียระบบ และที่สำคัญจะทำให้ความเป็นระเบียบเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 6. สร้างลักษณะนิสัยการจัดเก็บอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ยากไปกว่าการจัดระเบียบบ้านใหม่ คือทำอย่างไรให้รักษาความเป็นระเบียบเหล่านั้นให้คงอยู่อย่างสม่ำเสมอ เราจำเป็นต้องสร้างลักษณะนิสัยการจัดเก็บให้อยู่กับเราไปอย่างถาวร เมื่อไหร่ที่ใช้งานสิ่งใด ให้จัดเก็บเข้าที่ดังเดิม ถึงแม้วิธีนี้อาจทำยากและไม่ได้ใช้เวลาเพียงวันเดียว แต่เราจำเป็นต้องฝึกฝนกับตัวเองวันละนิดละหน่อยกับงานบ้านเล็ก ๆ ระหว่างวัน เมื่อไหร่ที่เราฝึกฝนตัวเองอย่างแน่วแน่ และชินไปกับการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ความเรียบร้อยของบ้านก็จะสามารถคงอยู่ต่อไป โดยที่เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านครั้งใหญ่บ่อยๆ

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า การจัดระเบียบบ้านนั้นไม่ได้ยากเกินไป แต่ต้องอาศัยความตั้งใจสูงทีเดียว ไหนจะลำดับขั้นตอน ตลอดจนความรู้ความเข้าใจในการใช้สอย หรือ การแยกสิ่งของ เพื่อให้การจัดระเบียบบ้านนั้นทรงประสิทธิภาพและสามารถคงอยู่อย่างยาวนานที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *